คอลัมน์: โลกใบใหม่: การศึกษาที่ตอบโจทย์'ความต้องการ'ของโลกยุคใหม่!

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561 00:00:31 น.
อภิชาต ทองอยู่
tapichart@hotmail.com

ความเป็นจริงวันนี้สะท้อนว่า การศึกษาไทยสอบตก! ต้องปรับสร้างทิศทางใหม่ คิดใหม่ จัดระบบใหม่ ที่ใส่ใจรับผิดชอบอนาคตผู้เรียนและการพัฒนาในสังคมยุคไร้พรมแดน! จำนวนผู้จบการศึกษาที่ตกงานมีสูงเกือบ 5 แสนคน บ่งชี้ถึงคุณภาพและความรับผิดชอบของระบบการศึกษา ที่ชี้วัดว่าการศึกษาต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ ตั้งแต่วิธีคิด ทิศทาง กระบวนระบบ และการจัดการศึกษาโดยรวม!

เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวถึงเรื่องการจัดการปัญหาไว้น่าสนใจว่า "เราไม่อาจแก้ปัญหาเดิมๆ ได้ด้วยความคิดเดิมๆ ที่เคยสร้างปัญหาให้กับเราตั้งแต่แรก" ทำให้คิดถึงการแก้ปัญหาการศึกษาที่ได้ปฏิรูปการศึกษานานกว่า 2 ทศวรรษ แต่กลับยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เกิดเงื่อนปมซับซ้อนขึ้นน่าวิตก โดยที่การบริหารจัดการและคุณภาพการเรียนการสอนยังสูญเปล่ามากขึ้น! ค่านิยมปริญญาที่ทำให้มหาวิทยาลัยและครูอาจารย์ได้ประโยชน์มากมาย ส่งผลให้เด็กเกือบห้าแสนคนยังตกงาน ส่งคืนเงินกู้ทางการศึกษาไม่ได้! ถูกส่งชื่อขึ้นบัญชีเครดิตเน่า! วูบตั้งแต่ไม่เคยได้รับเงินเดือนสักก้อนเลย

ผลรวมที่เกิดขึ้น เมื่อผนวกเข้ากับข้อมูลความต้องการบุคลากรในความต้องการทางเศรษฐกิจสังคมจากผู้ประกอบการปัจจุบัน ทำให้พบว่าการอาชีวศึกษาเป็นกลุ่มที่ตอบสนอง "ความต้องการ" ในการมีงานทำ-ได้รับผลตอบแทนสูง ตอบโจทย์การพัฒนา-การจัดการงานระบบสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีและความต้องการความจำเพาะที่ซับซ้อนในแต่ละสาขาการผลิต และตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นนโยบายรัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยสภาพนี้ คงต้องทบทวนศึกษาประสบการณ์จากหลายประเทศ ที่มีการอาชีวศึกษาเป็นกระดูกสันหลังของการศึกษา เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศให้สามารถปรับตัวเท่าทันโลก! ซึ่งกรณีความสำคัญของการอาชีวศึกษาวันนี้ ฟอรั่ม 21  ได้สรุปนัยสำคัญของการอาชีวศึกษาไว้น่าสนใจ กล่าวคือ

หนึ่ง การบริหารจัดการการอาชีวศึกษาปัจจุบัน ต้องการการยกระดับพัฒนาการเรียนการสอน และการปรับความรู้ตามแนวการผลิตและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วซับซ้อน ในทุกสาขาการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม 10 S curves ที่กำลังเป็นกลุ่มเศรษฐกิจหลักตามนโยบายรัฐบาล

สอง การจัดการศึกษาอาชีวะในหลายสาขาวิชาปัจจุบันจำแนกตามลักษณะการจัดการศึกษาอาชีวะ แบ่งได้ 4 ประเภทง่ายๆ กล่าวคือ กลุ่มที่ 1 เป็นระบบ การศึกษาอาชีวะทั่วไป โดยรับเด็กจบ ม.3 มาเรียนต่อ ปวช. ปวส. อีก 3 และ 5 ปี ตามหลักสูตรในแต่ละสาขาวิชา จนจบการศึกษาตามวุฒิตามเป้าหมายของแต่ละคน กลุ่มที่ 2 อาชีวะทวิภาคี ที่มีการจัดการศึกษาตามหลักสูตรสาขาต่างๆ และส่งไปฝึกงานกับกลุ่มอุตสาหกรรม-ผู้ประกอบการ ตามข้อตกลงความร่วมมือของแต่ละสถานศึกษากับผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจมีการจ่ายค่าตอบแทนหรือการฝึกงานทั่วไปตามข้อตกลงที่จัดขึ้นร่วมกัน เป็นการจัดการศึกษาตามที่สถานศึกษากำหนด (Supply side) กลุ่มที่ 3 อาชีวะสายพันธุ์ใหม่ ที่อาจเรียกว่า อาชีวะพรีเมียม การจัดการศึกษากลุ่มนี้มุ่งยกระดับหลักสูตรให้ได้มาตรฐานสากล มุ่งสนองความต้องการตลาดโดยภาพรวม เน้นจัดการเรียนการสอน-ฝึกงานร่วมกับสถานประกอบการแบบเข้มข้น อาจมีการตกลงกับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับ 2 วุฒิบัตรเมื่อจบการศึกษา การศึกษากลุ่มนี้มุ่งตอบสนองความต้องการของการประกอบการใหม่ 10 สาขา กลุ่มที่ 4 อาชีวศึกษาแบบสัตหีบโมเดล แบบที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ประกาศให้ใช้โมเดลนี้ยกระดับการอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาจากความต้องการของเศรษฐกิจสังคม โดยกลุ่มผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ จะทำงานร่วมกับสถานศึกษา ตั้งแต่ร่วมคัดสรรบุคลากรตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น จากนั้นก็สร้างและจัดการเรียนการสอน-ฝึกงานร่วมกันจนจบการศึกษา สถาน

ประกอบการเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด มีการเพิ่มศักยภาพผู้เรียนโดยผู้เชี่ยวชาญสถานประกอบการนั้นๆ ตามความต้องการในการพัฒนาฐานความรู้และเทคโนโลยีของสถานประกอบการแต่ละกลุ่ม บุคลากรที่จบการศึกษาจะมีงานทำทันที มีรายได้สูงกว่าอาชีวะทั่วไป เรียกว่าเป็นการจัดการศึกษาแบบ Demand side เต็มรูปแบบ แต่ละสถานศึกษาระดับอาชีวะ อาจมีการจัดการศึกษาแบบใดแบบหนึ่งหรือมากกว่า หรือทุกรูปแบบตามที่กล่าวข้างต้น ขึ้นอยู่กับศักยภาพผู้บริหารและความพร้อมโดยรวมเป็นสำคัญ การศึกษากลุ่มที่ 3 และ 4 เป็นเป้าหมายสำคัญ โดยทั้งหมดข้างต้นเป็นรูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

สาม จากการศึกษานี้ เมื่อวิเคราะห์ถึงสภาพงาน ความต้องการของสถานประกอบการ มาตรฐานการผลิต การตลาด และนโยบายของรัฐปัจจุบัน ระบบการศึกษาจำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานเศรษฐกิจฐานความรู้และโครงสร้างงานในระบบอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นการประกอบการที่ต้องการบุคลากรจำเพาะตามมาตรฐานการผลิต&การประกอบการ การศึกษาเหมารวมทั่วไปจะค่อยๆ หมดบทบาทลง การบริหารจัดการการศึกษาตามความต้องการ (Demand side) จะเป็นคำตอบที่ลดความสูญเปล่าทางการศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่คือภาพรวมการศึกษาแบบ demand side ความเป็นจริงจากหน้างาน ที่จะช่วยปรับสร้างการศึกษายุคใหม่ให้ออกจากความเลื่อนลอย ความสูญเปล่า การแสวงประโยชน์อย่างไม่ลืมหูลืมตา เป็นการจัดการศึกษาที่อยู่บนข้อเท็จจริงตามความต้องการในการพัฒนาประเทศ เพื่อคุณภาพชีวิตใหม่และการพัฒนาที่ยั่งยืน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง