ไฟใต้ใน 'อุ้งมือ' แม่ทัพ-เลขาฯ ศอ.บต.คนใหม่ หวังว่าไม่ซ้ำรอย 'คนดี' แต่ไม่มีผลงาน

ข่าวทั่วไป 8 กันยายน พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมือง ไม้ขม รายงาน สถานการณ์การก่อการร้ายใน 3 จังหวัด 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นห้วงเวลาที่มีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การวางระเบิดแสวงเครื่องในสวนยางคนไทยพุทธ เพื่อสร้างความหวาดกลัว เพื่อมิให้ออกไปทำมาหากิน และเพื่อให้คน ไทยพุทธ ทิ้งถิ่น อพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มีขบวนการบีอาร์เอ็นเป็นผู้นำ และตามมาด้วยการยิง 2 แม่ลูกชาวไทยพุทธ ที่ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย เพราะ 2 แม่ลูกที่เสียชีวิต เป็นเพียง เหยื่อ ของขบวนการ ในการที่จะสร้างสถานการณ์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ และต้องการให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความรุนแรงในพื้นที่

นี่ยังไม่นับเหตุร้ายรายวันที่เกิดขึ้นทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 เหตุการณ์ หรืออย่างต่ำเดือนละ 20 เหตุการณ์ ซึ่งมีทั้งคนเจ็บ คนตาย ทรัพย์สินเสียหายจากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ท่ามกลางเสียงปฏิเสธจากแม่ทัพนายกองในพื้นที่ว่า ไม่ใช่ฝีมือของบีอาร์เอ็น แต่เป็นเรื่องของ ภัยแทรกซ้อน และขอให้ประชาชนมั่นใจในการแก้ปัญหา เพราะ เราเดินมาถูกทางแล้ว

และแล้วล่าสุดเมื่อต้นเดือนกันยายน นายอุทิศ และนางบุญทิน จันทร์รัตน์ 2 สามีภรรยา อายุกว่า 60 ปี เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ใน ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ก็กลายเป็น เหยื่อ สถานการณ์ ถูก โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการบีอาร์เอ็นบุกเข้าไปในร้าน และยิงทิ้งอย่างโหดเหี้ยม เพื่อ ตอกย้ำ ยุทธศาสตร์การดับ ไฟใต้ ที่บรรดาผู้นำประเทศ ผู้นำกองทัพต่างยืนยันว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว อีกครั้งก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ได้บุกเข้าเผาสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ อ.กาบัง จ.ยะลา และที่ อ.โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะที่ อ.กาบัง สำนักงาน รถยนต์ และทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด ในขณะที่ อ.โคกโพธิ์ เสียหายเป็นบางส่วน

โชคดีที่พนักงาน 6 คน ของที่ทำการไฟฟ้าที่ อ.กาบัง เป็น มุสลิม โจรใต้จึงทำแค่เพียงจับมัดเอาไว้ โดยไม่มีการเข่นฆ่า แต่ถ้าเป็นคนไทยพุทธ เชื่อว่าต้องเกิด โศกนาฏกรรม ขึ้นอย่างแน่นอนหลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับพยายาม ตะแบง ว่า การเผาที่ทำการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง อาจจะเป็นฝีมือของผู้ติดค้างค่าไฟฟ้าไม่พอใจที่ถูกเจ้าพนักงานไฟฟ้าทวงถามค่าไฟ จึงได้โกรธแค้น และยกพวกมาเผาที่ทำการไฟฟ้าเพื่อแก้แค้น

ผู้พูดคงลืมไปว่า พนักงานการไฟฟ้าที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าได้ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า คนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ และมีอาวุธปืนสงครามพร้อม ถ้าเป็นชาวบ้านที่ติดค้างค่าไฟเป็นผู้กระทำ ถ้าทำได้อย่างนี้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็น่าจะกลายเป็น บ้านป่าเมืองเถื่อน แล้วกระมังดังนั้นจึงหวังว่า การเสียชีวิตของ 2 สามี-ภรรยา เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ จะไม่ถูกกล่าวหาว่า อาจจะเป็นการ ฆ่าล้างหนี้ ของลูกหนี้ ที่ซื้อ ชุดรับแขก แล้วถูก 2 สามีภรรยา เจ้าของร้านค้าทวงถาม

เพราะก่อนหน้านี้ หลังการเสียชีวิตของ 2 แม่ลูก ที่ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ผู้ใหญ่ในหน่วยงานความมั่นคงก็พยายาม ปัดสวะ ให้พ้นตัว โดยให้ข่าว สื่อ ว่า สาเหตุของการถูกฆ่ามาจากความขัดแย้งในครอบครัว

แต่สุดท้าย ตำรวจตรวจหัวกระสุนที่ตกในที่เกิดเหตุ ระบุว่าเป็น ปืนของกลาง ที่บีอาร์เอ็นใช้ก่อคดีความมั่นคงมาแล้วหลายคดี และตำรวจยังจับ แนวร่วม ผู้ร่วมก่อเหตุได้ พร้อมกับการรับสารภาพว่า เป็นการสั่งการจาก แกนนำ ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ให้ฆ่า ไทยพุทธ โดยไม่ต้องเลือกเป้าหมาย เพื่อสร้างความรุนแรง

ดังนั้น 2 ศพของ 2 สามี-ภรรยา เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ที่ ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา จึงไม่ใช่ 2 ศพสุดท้ายที่เป็น ไทยพุทธ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่า ศพต่อไปนับแต่นี้จะเป็นใคร และที่ไหน เท่านั้นเอง

สรุปแล้ว 14 ปีที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ ในการดับ ไฟใต้ ของรัฐบาล ของกองทัพ และของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่สามารถที่จะป้องกันคน ไทยพุทธ ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน ปลายด้ามขวาน ได้ จึงอย่าได้แปลกใจที่คน ไทยพุทธ กว่า 200,000 คน เมื่อปี 2547 ณ วันนี้อาจจะเหลือไม่ถึง 50,000 คนแล้วด้วยซ้ำ

มีคำถามจากคน ไทยพุทธ ที่ยังไม่ทิ้งถิ่นว่า สุดท้ายแล้ว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีนโยบายในการปกป้องชีวิตของคน ไทยพุทธ ในพื้นที่ ซึ่งยังเหลืออยู่อย่างไร หรือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแต่ละคนแต่ละครอบครัว ในการหาหนทางเพื่อการ อยู่รอด เอาเอง

หรือหน้าที่ของรัฐ หน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หน้าที่ของ ศอ.บต. คือการจ่ายเงินค่า เยียวยา ให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียศพละ 500,000 บาท แล้วทุกอย่างก็จบลงเพียงเท่านี้

หรือสุดท้ายแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไร รอให้ ไทยพุทธ ถูกกระทำไปเรื่อยๆ และอพยพออกจากพื้นที่เรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อไม่มี ไทยพุทธ ในพื้นที่ 3 จังหวัด ปัญหาการฆ่า ไทยพุทธ ก็จะหยุดไปเอง อย่างนั้นหรือ

วันนี้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ปลายด้ามขวานต่างก็มอง ข้ามช็อต ไปหลังเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีการ เปลี่ยนผ่าน ทั้งตำแหน่ง แม่ทัพภาค 4 และตำแหน่งเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ว่าทั้ง 2 ท่านที่จะมารับตำแหน่งใหม่ มี ยุทธศาสตร์ มีวิธีการ มีความรอบรู้ เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัด 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาแค่ไหน

และยังจะ ตะแบง ว่า สถานการณ์ รายวัน ที่เกิดขึ้น มาจาก ภัยแทรกซ้อน อีกหรือไม่ ยังจะมีความพยายามที่จะปัดความรับผิดชอบ โดยไม่กล่าวถึง ผู้ร้าย ตัวจริง นั่นคือขบวนการบีอาร์เอ็น และยังพยายามที่จะ ปกป้อง ขบวนการบีอาร์เอ็น ว่าไม่ใช่หน่วยงานที่ สั่งการ ให้ก่อการร้ายในพื้นที่ปลายด้ามขวานอีกหรือไม่

และที่สำคัญ คน ไทยพุทธ กลุ่มสุดท้ายในพื้นที่ ต้องการที่จะได้ฟังว่า ผู้ที่จะมารับผิดชอบชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมีนโยบายอย่างไร เพื่อให้คน ไทยพุทธ ได้มั่นใจว่า พวกเขาจะไม่ต้อง อพยพ ออกจากพื้นที่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องการฟังจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ศอ.บต.รู้หรือไม่ว่า นอกจาก มุสลิม แล้ว ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีคน ไทยพุทธ ไม่น้อยกว่า 50,000 คน ที่กลายเป็นคน ส่วนน้อย ที่ขาดการ ใส่ใจ อย่างแท้จริงจาก ศอ.บต.

แน่นอนว่า 2 ศพของสามี-ภรรยาคน ไทยพุทธ ที่ ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ไม่ใช่ 2 ศพสุดท้าย ในเมื่อ ยุทธศาสตร์ ภายใน 2 ปีนี้ของบีอาร์เอ็น คือ 1.แยกคนด้วยการฆ่า ไทยพุทธ เพื่อให้เกิดความเกลียดชัง โกรธแค้น ระหว่างคนต่าง ศาสนา 2.ชี้ความผิดพลาดของรัฐ นั่นคือการก่อเหตุทุกเหตุการณ์ ชี้ให้เห็นถึงความ บกพร่อง ของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้คนในพื้นที่เห็นถึงความ สูญเปล่า ของงบประมาณ และ สูญเปล่า ของกำลังทหาร ตำรวจในพื้นที่

นี่คือ โจทย์ ที่แม่ทัพคนใหม่ และเลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่ ต้องมีคำตอบกับคนใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา อย่าให้ความคาดหวังของคนในพื้นที่ สูญเปล่า อีกครั้ง.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ