เพิ่มข้อหา3รุ่นพี่ร่วมกันฆ่า

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 15 กันยายน 2561 00:00:27 น.

ลพบุรี * สุดยื้อ พลทหารคชาเสียชีวิตแล้ว หลังโดนซ้อมโหดในค่ายทหาร ตร.แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 รุ่นพี่ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ผบ.ทบ.คาดโทษวินัยผู้บังคับบัญชาปล่อยให้เกิดเหตุการณ์

เมื่อวันศุกร์ จากกรณีพลทหารคชา พะชะ ถูกรุ่นพี่ทหารซ้อมจนบาดเจ็บสาหัสและเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู โรงพยาบาลอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด เฟซบุ๊ก Rejecttime Yok โพสต์ข้อความว่า "เข้มสู้เต็มที่แล้ว เข้มจากเราไปแล้วตอน 05.45 น. น้องทำดีที่สุดแล้ว"

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การสูญเสียพลทหารคชาก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเรื่องทางหน่วยก็เข้าไปดูแลในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการประสานกับครอบครัว อำนวยความสะดวกการรักษาพยาบาล และเมื่อพลทหารคชาเสียชีวิตก็คือการเข้าไปดูแลการเยียวยาสิทธิต่างๆ และการช่วยเหลือเพื่อให้ครอบครัวพลทหารคชาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่าขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาไปดูรายละเอียดแล้ว ส่วนการจัดพิธีศพ ตนได้เน้นย้ำให้ทำให้ดีที่สุด ในส่วนที่ตามมาก็คือเรื่องคดีความให้ดำเนินการแจ้งความแก่ 3 ทหารที่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากเดิมข้อหาพยายามฆ่า ขณะนี้พลทหารคชาเสียชีวิตก็ปรับเป็นฆ่าคนตาย อย่างไรก็ตามฝ่ายญาติพยายามที่จะพูดคุยในประเด็นเหล่านี้อยู่ ในส่วนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นขึ้นมามีการลงโทษทางวินัย ในฐานะกำกับดูแลและปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย เกษโกมล ผกก.สภ.เมืองลพบุรี ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.วิชัย แสนบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรีเดินทางไปพบอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 13 และเรือนจำ มทบ.13  สถานที่คุมขังพลทหารทั้ง 3 นาย เพื่อแจ้งข้อหาจากร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตามคดีอาญาที่ 922/ 2561  ป.จ.ว.ข้อ 3 ลงวันที่ 24 ส.ค.61 เป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพื่อดำเนินการในทางคดีต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งการสอบสวนพลทหารทั้ง 3 คนอ้างว่าร่วมกันทำร้ายพลทหารคชาจริง เพราะความหมั่นไส้ แต่นายคมฉัน พะชะ บิดาพลทหารคชาไม่เชื่อ และเตรียมปรึกษาทนายเพื่อให้ช่วยแจ้งความเพิ่มเติมในข้อหาพยายามฆ่า

ทั้งนี้ พลทหารคชามีอา การสมองบวม ปอดติดเชื้อ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ กระทั่งมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดขึ้นมาอีก ทำให้อาการทรุดลงและเสียชีวิตในที่สุด โดยนายคมฉัน พะชะ และ น.ส.รุ่งฤดี สิหะวงศ์ พ่อและแม่ของพลทหารคชา ได้นำร่างของลูกชายมาชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ด้านนายคมฉันกล่าวว่าลูกไปในภพภูมิที่ดีแล้ว ก่อนที่ลูกจะจากไป เมื่อวานซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของเข้ม (ผู้เสียชีวิต) ครอบครัวได้เดินสายทำบุญ ถวายผ้าไตร ห่มผ้าพระองค์ใหญ่ และยังรอให้เกิดปาฏิหาริย์ แต่ลูกก็ไม่สามารถทนกับอาการที่สาหัสมากได้ แต่ก็ยังได้ดูแลลูกจนนาทีสุดท้ายก่อนที่ลูกจะจากไป ส่วนการตั้งศพบำเพ็ญกุศลจะนำไปตั้งวัดหนองบัวลี อ.หนองหงส์ บุรีรัมย์ ในวันพรุ่งนี้หลังจากการผ่าพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ พลทหารคชาถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ด้วยอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว แพทย์ตรวจสอบอาการพบว่าไม่มีชีพจร จึงช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) จำนวน 2 ครั้ง ใช้เวลา 45  นาที หลังจากนั้นชีพจรของพลทหารคชากลับมาเต้นตามปกติ แต่ยังไม่รู้สึกตัวและหายใจเองได้ไม่เพียงพอ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและย้ายผู้ป่วยไปยังห้องไอซียู กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง