ลากยาวพ.ร.บ.น้ำจบไม่ลง สนช.ดาหน้าต้านชี้ขัดรธน.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 29 กันยายน 2561 00:00:03 น.

อู่ทองใน * ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่หนึ่งเป็นประธานการประชุม มีวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ตามที่ กมธ.วิสามัญที่มี พล.อ. อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว มีการแก้ไข 63 มาตราจากทั้งหมด 102 มาตรา มีสาระสำคัญคือ 1.โครงสร้างองค์กรบริหารจัดการน้ำ ให้มีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 46/2560 ทำหน้าที่ผู้กำกับนโยบาย ให้ส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ปฏิบัติ

2.กำหนดให้มีผังน้ำ หลักการคือหากจะมีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำ จะต้องไม่เกิดการเบี่ยงเบนทางน้ำหรือกีดขวางการไหล ช่วยป้องกันน้ำแล้งน้ำท่วม จะทำให้เห็นถึงเส้นทางการระบายน้ำ และ 3.กำหนดค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาตใช้น้ำประเภทที่สอง 10,000 บาท สำหรับการอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตไฟฟ้าและ ประปา และน้ำประเภทที่สาม 50,000 บาท สำหรับกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำมาก หรือก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ โดยรายละ เอียดการใช้น้ำแต่ละประเภทให้นายกฯ กำหนดให้กฎกระทรวง โดยต้องศึกษาและรับฟังความเห็นก่อนออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป

จากนั้นที่ประชุมอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง สมาชิก สนช.โดยเฉพาะสายเศรษฐกิจ เช่น นายเจน  นำชัยศิริ ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น เช่น มาตรา 6 วรรคสาม ที่กำหนดให้ท้องถิ่นรับผิดชอบควบคุมดูแลบำรุงรักษาทรัพยากรน้ำ พร้อมกำหนดโทษ หมวด 4 ใครฝ่าฝืนมีโทษปรับ 60,000 บาท จะลงโทษประชาชนที่ใช้ชีวิตกับน้ำได้อย่างไร อีกทั้งจะเกี่ยวข้องกับ ม.39 ที่แบ่งการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ 3  ประเภท และ ม.57 กรณีเกิดภาวะน้ำแล้งอย่างรุนแรงหรือไม่ จะก้าวล่วงไปถึงน้ำของเอกชนด้วยหรือไม่  ถือเป็นการให้อำนาจครอบคลุมไปหมด เกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ

ด้าน กมธ.ยืนยันไม่ปรับแก้ พร้อมชี้แจงว่าจำเป็นต้องมี ใช้ปราบปรามผู้ที่กระทำผิด ท้องถิ่นก็มีส่วนยึดโยงกับประชาชนกฎหมายนี้จะเป็นหลักประกันให้ใช้น้ำกันอย่างเท่าเทียม ขั้นตอนก่อนออกกฎเทศบัญญัติก็ต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน และในมาตรา 39 สมาชิก สนช.ทักท้วงเกี่ยวกับคำนิยามของคำว่า การอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ว่าครอบคลุมแค่ไหน อย่างไรก็ตามประเด็นที่เคยระบุว่า จะมีการเก็บภาษีน้ำสำหรับเกษตรกรหรือเลี้ยงสัตว์นั้นถูกตัดออกไปแล้ว พร้อมเพิ่มมาตรา 40/1 ระบุชัดว่าห้ามเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวด้วย

ด้านนายพรเพชร วิชิตชล ชัย ประธาน สนช. ในฐานะประ ธานการประชุมจึงแจ้งให้ กมธ.วิสามัญไปพิจารณาทบทวนในมาตราที่ยังมีสมาชิก สนช.คัดค้าน คือ มาตรา 4, 6, 9(6), 23/1, 39, 45, 80(1), 95(4) และ 97(4) ให้เรียบ ร้อย พร้อมทั้งนัดประชุมร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในวาระ 2 อีกครั้ง ในวันที่ 4 ต.ค. เวลา 09.00 น. พักประชุมเวลา 17.30 น. รวมกว่า 7 ชั่วโมงครึ่ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง