ลูกสุเทพลุ้นศาลอุทธรณ์คดีรุกที่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2561 00:00:34 น.

รัชดาภิเษก * 2 ต.ค.ศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษา "แทน เทือกสุบรรณ" กับพวกพร้อมนายหน้าคดีรุกที่เขาแพง หลังศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 3-5 ปีโดยไม่รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 2 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีบุกรุกที่ดินเขาแพง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพรชัย ฟ้าทวีพร อายุ 53 ปี ผจก.ห้างหุ้นส่วนเรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น,  นายสามารถ หรือ โกเข็ก เรืองศรี อายุ 61 ปี หุ้นส่วน และนายหน้าขายที่ดิน, นาย แทน เทือกสุบรรณ  อายุ 37 ปี บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ และแนวร่วม กปปส., นายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล อายุ 63 ปี อดีตเลขานุการส่วนตัวนายสุเทพ เป็นจำเลยที่ 1-4  ความผิดฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองและผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎ หมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2518 มาตรา 22

โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 23 ก.ย.56 บรรยายพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า ระ หว่างวันที่ 27  ก.ย.2543 - 5 ต.ค.2544 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ทำลาย แผ้วถางป่าเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน 97 ตารางวา โดยจำเลยที่ 3-4 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ทำลาย แผ้วถางป่าเขาแพง เนื้อที่ 14 ไร่ ด้วยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในชั้นพิจารณาจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิ พากษาเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2559 พิเคราะห์พยานหลักฐานที่สองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้ว พยานหลักฐานโจทก์นำสืบรับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาว่านายพรชัย และนายสามารถ หรือโกเข็ก จำเลยที่ 1-2 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ มาตรา  54 วรรคหนึ่ง, 72 ตรี วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 5 ปี ส่วนนายแทน และนายบรรเจิด จำเลยที่ 3-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1), 108 ทวิ วรรค 1 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ มาตรา 54 วรรคหนึ่ง, 72 ตรี วรรคหนึ่ง โดยการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ให้จำคุกคนละ 3 ปี

นอกจากนี้ยังให้จำเลยทั้งสี่ คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสี่ออกจากที่ดินและป่าไม้บริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมด ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

โดยหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุก กลุ่มจำเลยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวไป ซึ่งศาลอาญาได้อนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสี่ โดยตีราคาประกันนายพรชัยและนายสามารถ หรือโกเข็ก จำเลยที่ 1-2 คนละ 800,000 บาท นายแทนและนายบรรเจิด จำเลยที่ 3-4 คนละ 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยทั้งสี่เดินทาง ออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 ต.ค.นี้ จำเลยทั้ง 4 มีความพร้อมที่จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์โดยพร้อมเพรียง ยังไม่มีจำเลยคนใดแจ้งความประสงค์ขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง