ระเบิดศึกฟุตซอล'PTT Thailand Five 2018'

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 00:00:06 น.

ศึกโต๊ะเล็ก หรือการแข่งขันฟุตซอล ไทยแลนด์ไฟว์ ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว โดยการแข่งขันจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2003 โดยมีทีมชาติบราซิล, ญี่ปุ่นและรัสเซียเข้าร่วม และในครั้งแรกบราซิลคว้าแชมป์ไปครอง โดยญี่ปุ่นเป็นรองแชมป์ รัสเซียอันดับ 3 และไทยอันดับ 4 ต่อมาในปี 2004 มี 3 ชาติเข้าร่วม และอียิปต์เป็นแชมป์ ไทยรองแชมป์ อังกฤษที่ 3

จากนั้นได้ว่างเว้นไปจนปี 2008 กลับมาจัดอีกครั้ง มี 4 ชาติเข้าร่วม อาร์เจนตินาแชมป์ ไทยรองแชมป์ ญี่ปุ่นอันดับ 3 และเวียดนาม อันดับ 4 และได้ว่างเว้นไปอีกก่อนที่จะกลับมาจัดในปี 2010 มี 4 ชาติ อิหร่านแชมป์ อุซเบกิสถานรองแชมป์ อาร์เจนตินาอันดับ 3 ไทยอันดับ 4 จากนั้นเว้นไปถึง 5 ปี ได้มาจัดอีกในปี 2016 มี 4 ชาติ คาซัคสถานแชมป์ ไทยรองแชมป์ อิหร่านอันดับ 3 ญี่ปุ่นอันดับ 4

ปี 2017 ยังมี 4 ชาติเข้าร่วม อาร์เจนตินาแชมป์ คาซัคสถานรองแชมป์ ไทยอันดับ 3 และโมซัมบิก อันดับ 4 ซึ่งจะเห็นได้ว่าทีมฟุตซอลชาติไทยยังไม่เคยคว้าแชมป์จากรายการนี้เลย

สำหรับในปี 2018 การแข่งขันฟุตซอล "PTT Thailand Five 2018" ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคมนี้ ที่สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก โดยมี 4 ชาติร่วมฟาดแข้ง ได้แก่ ไทย เจ้าภาพ, อุซเบกิสถาน, อังกฤษและมาเลเซีย

นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด ได้กล่าวถึงการจัดการแข่งขันครั้งนี้ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 แล้วสำหรับศึกไทยแลนด์ไฟว์ ปีนี้เราได้ 3 ชาติอย่างอังกฤษ, อุซเบกิสถานและมาเลเซีย มาร่วมแข่งขันกับทีมชาติไทย

"แน่นอนว่ารายการนี้ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี ก่อนการแข่งขันศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนที่ประเทศอินโดนีเซียในช่วงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากทีมชาติไทยชุดนี้มีผู้เล่นหน้าใหม่หลายคน เราจึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด และไม่ใช่งานง่ายในการเจอกับทั้ง 3 ชาติ"

"ที่สำคัญผมหวังว่าทีมชาติไทยจะคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งแรก เพราะตลอด 6 ครั้งที่ผ่านมาเรายังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลย ก็อยากจะเชิญชวนแฟนฟุตบอลชาวไทยมาร่วมให้กำลังใจนักเตะระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคมนี้ ที่สนามอิน ดอร์ สเตเดียม หัวหมาก หรือหากไม่สะดวกมารับชมที่สนามก็สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32"

ด้าน โฆเซ มาเรีย ปาซอส เมนเดส หรือ "ปูลปิส" หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลทีมชาติไทย ออกมายอมรับว่า ทัพ "โต๊ะเล็กช้างศึก" มีเวลาฝึกซ้อมค่อนข้างน้อย พร้อมคาดหวังนักเตะทุกคนจะเค้นฟอร์มเก่งออกมา มั่นใจว่าศักยภาพของผู้เล่นไทยมีดีพอคว้าแชมป์ได้

"เรามีเวลาฝึกซ้อมเพียง 4 วันก่อนการแข่งขัน ซึ่งถือว่าน้อยไปนิดสำหรับทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ ทำให้ผมต้องใส่รายละเอียดในการฝึกซ้อมมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ทีมได้มีความพร้อมมากที่สุดก่อนการแข่งขัน แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง นักเตะทุกคนของทีมชุดนี้มีศักยภาพที่ดีอยู่แล้ว มีความตั้งใจและกระหายในการฝึกซ้อม เชื่อว่าทีมชุดนี้มีดีพอที่จะคว้าแชมป์พีทีที ไทยแลนด์ไฟว์ได้เช่นกัน"

ปูลปิสยังกล่าวต่ออีกกว่า "อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นในการแข่งขันพีทีที ไทยแลนด์ไฟว์ครั้งนี้คือ อยากให้นักเตะทุกคนเค้นศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด เพราะเมื่อโอกาสลงเล่นในนามทีมชาติแล้วอยากให้ทุกคนคว้าเอาไว้ เพราะการแข่งขันรายการนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าทุกคนมีความพร้อมแค่ไหนในเกมระดับนานาชาติ และดีพอหรือยังที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยในอนาคต"

นอกจากนี้ ทางปูลปิสยังเผยถึงทั้ง 3 ชาติที่เข้าร่วมในครั้งนี้ว่า อังกฤษเป็นทีมที่แข็งแกร่งทีมหนึ่งในยุโรป พวกเขาเริ่มให้ความสำคัญในกีฬาฟุตซอลมาได้ 2-3 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เนื่องจากพวกเขามีการทุ่มงบประมาณ

ที่สูงในการสร้าง
ทีมชุดนี้ และน่าจะเป็นทีมที่น่ากลัวของยุโรปในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่งานง่ายสำหรับทีมชาติไทยอย่างแน่นอน"

"ส่วนมาเลเซียเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเป็นทีมในอาเซียนด้วยกัน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าในการเจอกันในกีฬาซีเกมส์เราทำได้เพียงแค่เฉือนชนะเพียงประตูเดียว รวมถึงในศึกชิงแชมป์อาเซียนต้องดวลกันถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ แน่นอนว่าการแข่งขันครั้งนี้เขาก็น่าจะสร้างปัญหาให้กับเราได้พอสมควร"

"สำหรับอุซเบกิสถาน ถือว่าเป็นทีมชั้นนำของเอเชียทีมหนึ่ง และทำผลงานได้ดีตลอดในระดับเอเชีย ซึ่งผมคุ้นเคยกับผู้เล่นของอุซเบกิสถานชุดนี้เป็นอย่างดี เพราะกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นชุดนี้เคยร่วมงานกับผมในสมัยที่คุมทีมชาติอุซเบกิสถาน ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมชุด U-20 จึงรู้ดีว่าพวกเขาน่ากลัวขนาดไหน และน่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่จะพิสูจน์ว่าทีมชาติไทยชุดนี้แข็งแกร่งแค่ไหนในการเจอกับทีมระดับนี้"

สำหรับรายชื่อนักเตะทั้ง 19 คน มีดังนี้ผู้รักษาประตู: คณิศร ภู่พันธ์ (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม), คฑาวุธ หาญคำภา (พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี), ไกรมาตร ศรีละพันธ์ (สุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ)

ตัวรับ: ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม), รณชัย จูงวงษ์สุข (พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี), อำพล ศรีระแก้ว (ห้องเย็นท่าข้าม), ปัญญา อรัญภูวนารถ (แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี)

ริมเส้น: วรุฒ หวังสะมาแอล (แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี), นาวิน รัตนวงษ์สวัสดิ์ (แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี), พรมงคล ศรีทรัพย์แสง (การท่าเรือ เอเอสเอ็ม), อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ (พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี), สุทธิพร กลัดเจริญ (กรมทางหลวง), เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ (กรมทางหลวง), จิรสิน กิ้มเส้ง (กรมทางหลวง), อลงกรณ์ จันทร์พร (สิงห์ สมุทรสาคร เอฟซี)

หน้าเป้า: มูฮัมหมัด อุสมานมูซา (แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี), สราวุท ผลาพฤกษ์ (แบงค็อก บีทีเอส เอฟซี), เจษฎา ชูเดช (ราชนาวี), อนันตชัย ปราบวงษา (ม.เกษมบัณฑิต)

สำหรับ โปรแกรมการแข่งขันนัดเปิดสนาม ในวันเสาร์ที่ 20 ต.ค.61 ทีมชาติมาเลเซีย พบ ทีมชาติอุซเบกิสถาน เวลา 13.45 น.
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอังกฤษ เวลา 16.15 น.
นัดที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค.61 ทีมชาติอุซเบกิสถาน พบ ทีมชาติอังกฤษ เวลา 13.45 น.
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย เวลา 16.15 น.
นัดที่ 3 วันอังคารที่ 23 ต.ค.61 ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติมาเลเซีย เวลา 15.45 น.
ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอุซเบกิสถาน เวลา 18.15 น.

โดยจะแข่งที่สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ทีมที่มีคะแนนมากที่สุดคว้าแชมป์ไปครอง บัตรเข้าชมราคา 50 บาท นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแจกบัตรหน้างาน จากผู้ร่วมสนับสนุนอย่าง ปตท. และ AIS โดยสามารถร่วมสนุกลุ้นรับบัตรเข้าชมฟรีได้ที่หน้าสนาม และสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี, แอปพลิเคชัน AIS PLAY และกล่อง AIS PLAYBOX.

บรรยายใต้ภาพ
ทีมชาติมาเลเซีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง