ปูถอนฎีกาฟ้อง3สายล่อฟ้าแล้ว

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 00:00:26 น.

รัชดาฯ * ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.630/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผู้ดำเนินรายการสายล่อฟ้า ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136, 326, 328, 332 กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ (ว.5 โฟร์ซีซั่นส์)

ต่อมาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกนายชวนนท์กับพวกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาขอให้ศาลยกฟ้องด้วย ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นฎีกาขอให้ศาลฎีกาไม่รอการลงโทษพวกจำเลย แต่ภายหลังได้มีการเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกของจำเลยทั้งสาม ที่กล่าวถึงความรู้สึกสำนึกผิด และได้ขออภัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาแล้ว

ล่าสุด นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาศาล ขณะที่ฝ่ายจำเลยมีนายเทพไทและนายศิริโชคเดินทางมา โดยนายสมหมายกล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจมายื่นคำร้องขอถอนฎีกา ซึ่งก่อนหน้านี้มีเงื่อนไขอยู่ 2 อย่างคือ ให้จำ เลยยอมรับผิดและขอโทษ ซึ่งนายศิริโชคได้โพสต์ขอโทษลงในเฟซบุ๊กและตั้งค่าสาธารณะ จึงเป็นที่มาของการยื่นถอนฎีกา

ขณะที่นายนรวิชญ์กล่าวว่า จากนี้ตามขั้นตอนศาลชั้นต้นก็ต้องส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาและมีคำสั่งต่อไป ซึ่งการอ่านคำพิพากษาวันนี้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน และหากศาลฎีกาพิจารณาแล้วอนุญาตถอนฎีกาได้ คดีก็จะจบที่จำ เลยเคยต้องคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ที่ให้จำคุกคนละ 1 ปี แต่รอลงอาญาไว้ 2 ปี

ต่อมาภายหลังศาลพิจารณาแล้ว นายศิริโชคกล่าวว่า ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนฟังคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปเป็นวันที่ 20 พ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าศาลจะอ่านคำสั่งเรื่องที่โจทก์ร่วมถอนฎีกาด้วย ส่วนเมื่อถอนฎีกาแล้วยังต้องรับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์หรือไม่นั้น ก็ต้องรอคำสั่งศาลฎีกา โดยการเลือกตั้งก็พร้อมลงสมัคร ส.ส.เขต 7 อยู่แล้ว เพราะในรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามผู้ที่ถูกรอการลงโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาทและความผิดลหุโทษเป็น ส.ส.หรือเป็นรัฐมนตรี.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง