คอลัมน์: ท่านขุนน้อย: ฝุ่นการเมืองเริ่มตลบอบอวล

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 00:00:18 น.
ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่

อืมม์ม์ม์...ก็ค่อยๆ เริ่มทยอยเปิดตัว เปิดผ้าม่านกั้ง กันไปตามลำดับ ไม่ว่าพรรคเก่า พรรคใหม่ พรรคแบงก์พัน แบงก์ร้อย พรรคแบงก์สิบ ยี่สิบ ไปจนถึงพรรคเศษเหรียญ เศษสตางค์ ส่งผลให้บรรยากาศการเมืองในช่วงระยะนี้ ออกไปทางคึกๆ คักๆ ถั่งเช่าและไวอะกร้า กันพอสมควร...

และดูเหมือนว่าแต่ละพรรค...จะบวก-ลบ-คูณ-หาร ตั้งเป้า ตั้งความหวัง เอาไว้สำหรับจำนวนเก้าอี้ ส.ส.ของพรรคตัวเอง ไว้แล้วล่วงหน้าไปด้วยกันทั้งสิ้น มีทั้งหวังในแบบเบี้ยน้อย หอยน้อย คือระดับสิบ-ยี่สิบเก้าอี้ ไปจนถึงหวังในแบบกลางๆ คือระดับสามสิบ-ห้าสิบเก้าอี้ ส่วนที่หวังสูง หวังสุดสอย คือหวังกันเป็นระดับร้อยๆ ก็คงมีอยู่แค่ไม่กี่พรรค แต่ที่หวังกันชนิด ไอ้หวังตายแน่...ตายแน่ไอ้หวัง  คือหวังกันในระดับ 300 ขึ้น เห็นจะมีแต่พรรค เพื่อนายใหญ่ เท่านั้น ด้วยเหตุเพราะถ้าไม่ได้กันในระดับ 300 ขึ้น หรือได้แค่ซักประมาณ 200 ลง โอกาสที่นายใหญ่มีแต่ต้องตายแน่ๆ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเท่านั้น...

แต่โดยสรุปรวมความแล้ว...ไม่ว่าจะได้สิบ ยี่สิบ สามสิบ ห้าสิบ หรือได้กันเป็นร้อยๆ ไม่ว่าจะพรรคแบงก์พัน แบงก์ร้อย หรือแบงก์อะไรก็แล้วแต่ สุดท้าย...ก็คงเหลือแค่ เช็ค 2 ใบ เท่านั้นเอง คือใบหนึ่ง เอาบิ๊กตู่ กับอีกใบหนึ่ง ไม่เอาบิ๊กตู่ แม้แต่พรรคแบงก์พัน ที่ออกอาการ เอาก็ไม่ใช่-ไม่เอาก็ไม่เชิง มาโดยตลอด สุดท้าย...ย่อมหนีไม่พ้นต้อง เซ็นสลักหลัง ให้กับเช็คใบใด ใบหนึ่ง ไปตามสภาพ เพราะโอกาสที่จะกวาดคะแนนเสียงกันในระดับเกินครึ่งของรัฐสภา โดยลำพังเพียงพรรคเดียวนั้น คงต้องรอให้น้ำท่วมหลังเป็ดเลยโน่นแหละ และในเมื่อ ข้อเท็จจริงทางการเมือง ย่อมไม่มีทางเป็นไปเช่นนั้น ไม่ว่าพรรคใดๆ ก็แล้วแต่ ย่อมหนีไม่พ้นต้องควักเครื่องคิดเลข ออกมาคิดคำนวณ คณิตศาสตร์ทางการเมือง กันอุตลุด...

เนื่องจากด้วยการออกแบบ ดีไซน์ กฎ ระเบียบ กติกา สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง...ย่อมส่งผลให้แนวโน้มทาง การเมืองภายในอนาคตเบื้องหน้า น่าจะเป็นไปในแบบ เบี้ยหัวแตก กันพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อต้องเทียบบัญญัติไตรยางศ์ทางการเมืองในแบบ 70,000 เสียง ต่อ 1 เก้าอี้ ส.ส.สัดส่วน อะไรทำนองนั้น บรรดาพรรคเศษเหรียญ เศษสตางค์ ที่อาจคว้าเก้าอี้ได้แค่ 1 เก้าอี้  2 เก้าอี้ หรือไม่ถึงระดับ 10 เก้าอี้ น่าจะมีโอกาสโผล่เข้ามาแย่งเก้าอี้ในสภาฯ 500 ได้เป็นจำนวนไม่น้อย เนื่องจากบรรดาพรรคแบงก์พัน แบงก์ร้อย ทั้งหลาย ต่างต้องถูกหารคะแนนเสียงกันไปตามสัดส่วน จนถึงกับต้องแตกหัว แตกไลน์ กลายเป็นเพื่อโน่น เพื่อนี่ เพื่อหาทางเพิ่มเติมจำนวน ส.ส.สัดส่วนกันชนิดชุลมุน ชุลเก ไปแล้วในทุกวันนี้...

การคิดคำนวณ คณิตศาสตร์ทางการเมือง มันจึงคงต้องถอดรูท ถอดสมการ กันอีกเยอะ...เพราะถึงแม้สุดท้าย หนีไม่พ้นต้องตัดสินใจว่าจะ เอาบิ๊กตู่ หรือ ไม่เอาบิ๊กตู่ ก็เถอะ แต่ในเมื่อมีโอกาสได้เข้าสภาฯ มาแล้ว อะไรที่เคยง่ายๆ มันย่อมต้องยากซ์ซ์ซ์ขึ้นไปตามลำดับ อะไรที่เคยรับปาก รับคำกันมาก่อน ย่อมมีสิทธิ์พลิกได้ ดิ้นได้ เสมอๆ ตามแบบฉบับลีลาของผู้ที่ถูกขนานนามว่า นักการเมือง ทั้งหลาย คือถ้าหากไม่มีปีก มีหาง เขี้ยวไม่ติดสปริงไฮดรอลิก เกล็ดไม่แตกลายงาเท่ากระเบื้องราชวงศ์ถัง คงไม่อาจจัดอยู่ในประเภท นักการเมือง ได้เลย ดังนั้น...กว่าจะได้คำตอบว่า 2 บวก 2 เท่ากับ 4 หรือเท่ากับอะไรกันแน่ ไม่ว่าฝ่ายเอาบิ๊กตู่ หรือฝ่ายไม่เอาบิ๊กตู่ คงหนีไม่พ้นต้องปวดหัวฉิบหาย หรือไม่ก็ ยุ่ง...ตายห่ะ แบบเดียวกับที่อดีตประธาน โควต้งหมง ท่านเคยเอ่ยเป็นวาทะ ไว้ในขณะยังมีชีวิตอยู่นั่นแล...

ยิ่งต้องเจอกับพรรคแบงก์พัน ที่ออกอาการ เอาก็ไม่ใช่ไม่เอาก็ไม่เชิง มาตั้งแต่แรก อะไรต่อมิอะไร...มันน่าจะยิ่ง ไม่ง่าย ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลาต้องควักเครื่องคิดเลขออกมาคิดคำนวณคณิตศาสตร์ทางการเมืองกันในช่วงนี้ การที่พรรคแบงก์พัน เขาหันไปอาศัย หลักการ แบบเป็นแท่งๆ ด้ามๆ มาใช้เป็นมาตรฐานในการตอบคำถามว่าจะเซ็นสลักหลังให้กับเช็คใบใดกันแน่??? ก็เล่นเอาทั้งฝ่ายเอาบิ๊กตู่ และฝ่ายไม่เอาบิ๊กตู่ น่าจะปวดหัวกันไปพอสมควร คือถ้าหากฝ่ายเอาบิ๊กตู่ ยังคิดจะ รวยกระจุก-จนกระจาย แบบเดิมๆ อีกต่อไป หรือถ้าหากฝ่ายไม่เอาบิ๊กตู่ ยังคิดจะ เผาไทย ต่อไป พรรคแบงก์พันเขาคงไม่ยอมให้เอา หรือคงไม่ยอมควักปากกามาเซ็นสลักหลังเช็คใบหนึ่ง ใบใด โดยเด็ดขาด...ว่าซั่น!!!

แต่ก็นั่นแหละ...เมื่อถึงเวลาต้อง ควักเครื่องคิดเลข   ออกมาจริงๆ อะไรต่อมิอะไรมันคงพอยืดๆ หยุ่นๆ กันได้บ้าง หรือคงไม่ถึงกับแข็งโด่ๆ เด่ๆ แบบเป็นแท่งๆ ด้ามๆ ไปโดยตลอด ทั้งนั้น ทั้งนี้...ก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละพรรคจะกวาดเก้าอี้ กวาดคะแนนเสียง มาได้เท่าไหร่ ใครเป็นหลัก ใครเป็นรอง ใครเป็นตัวแปร ใครเป็นตัวประกอบ รวมทั้งใครเป็นงูเขียว เป็นงูเห่า เป็นงูบองหลา ฯลฯ คงต้องนำมาคิดคำนวณเอาไว้ด้วย เนื่องจาก คณิตศาสตร์ทางการเมือง ที่ว่า 2 บวก 2 เผลอๆ อาจเท่ากับ 3 เท่ากับ 5 หรือเท่ากับ 0 เอาง่ายๆ โอกาสที่จะเท่ากับ 4 แบบคณิตศาสตร์ธรรมดาๆ แทบไม่มี ไม่เช่นนั้น...คงไม่ใช่ยี่ห้อ นักการเมือง อยู่แล้วแน่ๆ...

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Josh Billings ... Life consists not in holding good cards but in playing those you hold well.- ชีวิตไม่ใช่การถือไพ่ดีๆ เอาไว้ในมือ แต่คือการเล่นไพ่ใบที่ถือเอาไว้ให้ดี...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง