คอลัมน์: กรองสถานการณ์: 'ดอน' รอด ศาล รธน.ยกคำร้อง ยืดเวลาปรับ ครม.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 00:00:25 น.

โล่งอกทางการเมืองกันไปสำหรับรัฐบาลบิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการที่รัฐมนตรีคนสำคัญของรัฐบาล คสช.คือ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รอดพ้นคดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ในสำนวนที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (1)วรรค 5 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของดอนสิ้นสุดลงเฉพาะหรือไม่ จากเหตุ นางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย ภรรยานายดอน ถือครองหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัท ปานะวงศ์ จำกัด และบริษัทปานะวงศ์ รีแอลที จำกัด โดยไม่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะศาล รธน.มีมติด้วยเสียงข้างมาก เมื่อ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ยกคำร้องดังกล่าว ทำให้ ดอน-รมว.ต่างประเทศ ไม่ต้องหลุดจากตำแหน่ง ไม่ต้องพ้นจากเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ

เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการมองกันว่า หาก ดอน-ไม่รอด ก็อาจทำให้บิ๊กตู่ต้องเร่งปรับ ครม.เร็วขึ้น ไม่ต้องรอให้ถึงช่วงเดือน ธ.ค. ที่ 4 รัฐมนตรีที่มีตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐลาออก แล้วค่อยปรับ ครม. เนื่องจากมีการมองกันว่า แม้กระทรวงการต่างประเทศจะมีรัฐมนตรีช่วยฯ คือ วีระศักดิ์ ฟูตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ-อดีตเอกอัครราชทูตฯ หลายแห่ง แต่หากไม่มี รมว.ต่างประเทศตัวจริง อาจทำให้การทำงานของรัฐบาลไม่คล่องตัว แต่เมื่อ ดอน-ได้อยู่ต่อ แบบนี้ ก็ทำให้บิ๊กตู่คงโล่งใจ เพราะการทำงานต่างๆ ไม่ต้องสะดุดลง หาก รมว.ต่างประเทศคู่ใจนายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่ง

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาล รธน.ดังกล่าว มีการให้ข่าวไว้ว่า คำร้องดังกล่าว ศาลวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงได้ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 เมษายน 2560 ให้ถือเป็นวันเริ่มรับตำแหน่งรัฐมนตรีของนายดอน อีกทั้งคู่สมรสได้ทำหนังสือใบโอนหุ้น ในบริษัท ปานะวงศ์ จำกัด และบริษัท ปานะวงศ์ รีแอลที จำกัด ให้กับบุตรชายอย่างถูกต้อง ในวันที่ 27 เมษายน 2560 และวันที่ 30 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า รัฐมนตรีและคู่สมรสจะต้องไม่ถือครองหุ้นเกิน 5% และจะต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภายใน 30 วัน และจากหลักฐานพบว่า หลังจากโอนหุ้นให้กับบุตรชายแล้ว คู่สมรสของนายดอนได้ถือครองหุ้นแต่ละบริษัทเพียงร้อยละ 4 ซึ่งไม่เกินตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้

"ดังนั้นนายดอนจึงไม่ขัดต่อรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค (1) วรรค 5 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ไม่ต้องสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัว"

ด้าน ดอน-รมว.ต่างประเทศ ที่เดินทางไปฟังคำวินิจฉัยด้วยตัวเองที่ศาล รธน. กล่าวภายหลังเข้ารับฟังคำวินิจฉัยของศาลว่า "ถือว่าเรื่องยุติแล้ว หลังจากนี้ต้องกลับไปทำงานด้วยสมาธิที่เต็มที่ เนื่องจากยังมีงานสำคัญรออยู่อีกมาก ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าใช้เวลา 6 เดือน ในการเตรียมเอกสารเพื่อประกอบคำชี้แจงต่อศาล"

อนึ่ง สำนวนคดีดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่ กกต.ชุดที่แล้วที่มี ศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน ได้มีมติด้วยเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 หลังอนุกรรมการไต่สวนคำร้องดังกล่าว ที่เกิดจาก เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยมายื่น กกต. โดยอนุกรรมการเห็นว่า คู่สมรสของนายดอน คือ นางนรีรัตน์ ถือหุ้นเกิน 5% ในบริษัท ปานะวงศ์ จำกัด และบริษัท ปานะวงศ์ รีแอลที จำกัด อันเป็นการถือครองหุ้นในธุรกิจอยู่เกินกว่าร้อยละ 5 และไม่มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช.ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด จนสุดท้ายสำนวนส่งไปที่ กกต.ชุดใหญ่ ซึ่งที่ประชุมก็ไม่ได้เห็นตรงกันหมดทั้ง 5 คน ในเรื่องการตรวจสอบกรณีดังกล่าว จนสุดท้าย กกต.มีมติด้วยเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เห็นว่าภรรยานายดอนครอบครองหุ้นและไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช. โดยศุภชัย-ประธาน กกต.ลงมติในเสียงข้างมาก 3 เสียงดังกล่าว

กรณีของ ดอน-รมว.ต่างประเทศ ในชั้นศาล รธน.จบไปแล้ว ซึ่งก็อาจมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาบ้าง แต่สำหรับอนาคตของรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาล โดยเฉพาะ 4 แกนนำพรรคพลังประชารัฐ อุตตม สาวนายน-รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรค, สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ รองหัวหน้าพรรค และกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.สำนักนายกฯ โฆษกพรรค ก็คาดกันว่า สุดท้ายแล้วหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทั้ง 4 คนก็คงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามที่ได้เคยบอกไว้ และอาจมีการปรับ ครม.รอบสุดท้ายเกิดขึ้น แต่สำหรับ ตู่ ดิจิทัลพลเอกประยุทธ์ ที่ถึงตอนนี้คนก็เชื่อกันว่า น่าจะลงเลือกตั้งเป็นแคนดิเดตนายกฯ พลังประชารัฐ แต่หลายคนก็ยังไม่มั่นใจว่า ตู่ดิจิทัลจะลาออกจากนายกฯ หรือไม่?.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง