คอลัมน์: ไทยโพสต์: เลื่อน-ไม่เลื่อนเลือกตั้ง กกต.ต้องไม่รับคำสั่งใคร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561 00:00:07 น.

การเลือกตั้งตามโรดแมปที่ฝ่าย คสช. เคยประกาศไว้ว่าจะให้มีการเลือกตั้งภายในวันที่ 24 ก.พ.2562 กำลังถูกจับตามองว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือจะต้องเจอโรคเลื่อนซ้ำซาก ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนเมษายน 2562 หลังเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะ กกต.จะเป็นผู้เสนอออกพระราชกฤษฎีวันเลือกตั้ง แต่ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตและมีกระแสข่าวว่า กกต.มีปัญหาความไม่ลงตัวเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้ง จึงทำให้ยังไม่มีการประกาศเขตเลือกตั้งออกมาเสียที โดยประธาน กกต.ได้กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งซึ่งล่าช้าไปจากกรอบเวลาที่กำหนดไว้ จนกลายเป็นประเด็นว่าอาจจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งว่า ขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขใดที่จะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 ต้องเลื่อนออกไป หลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธ.ค. ทาง กกต.จะต้องมีการนัดพูดคุยกับแม่น้ำ 4 สาย ตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 แล้วหลังจากนั้น กกต.ก็จะไปหารือกับทางสำนักงานเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดย กกต.เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งมาโดยตลอด ในส่วนของสำนักงานก็ทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ เป็นไปตามกรอบปฏิทินที่วางไว้ อาจจะมีล่าช้าบางประเด็นจากเรื่องทางเทคนิค ซึ่งไม่นับเป็นอุปสรรค จ่อประกาศเขตเลือกตั้ง

ประธาน กกต.ระบุอีกว่า ขณะนี้ กกต.มีมติเลือกแล้วว่าจะใช้เขตเลือกตั้งในรูปแบบใด โดยตรวจสอบอย่างรอบคอบในทุกจังหวัดว่าทำได้จริง เป็นการเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดตามที่ กกต.จังหวัดเสนอมา แต่ก่อนที่จะส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา กกต.ยังต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่ารูปแบบที่เลือกตรงกับรูปแบบที่จะจัดพิมพ์ไม่คลาดเคลื่อน เนื่องจากเขตเลือกตั้งลดลงจาก 375 เหลือ 350 เขต ไม่เท่าเดิม และไม่เหมือนเดิม ยืนยันไม่มีการพิจารณาเขตเลือกตั้งในรายจังหวัดใหม่ และแสดงความมั่นใจว่าจะประกาศเขตเลือกตั้งได้ภายในเร็ววันนี้ โดยระหว่างนี้พรรคการเมืองก็สามารถดำเนินการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ไปได้พลางๆ ก่อน โดยไม่ต้องการประกาศเขตเลือกตั้งหรือการประชุมร่วมระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองในวันที่ 22 พ.ย.นี้

ถือเป็นการแสดงจุดยืนของประธาน กกต.ในฐานะองค์กรอิสระที่ชัดเจน และน่าจะทำให้ความพยายามที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอาจทำไม่ได้ หาก กกต.ไม่เอาด้วย ถ้าเห็นว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอต่อการเลื่อนการเลือกตั้ง

โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 บัญญัติอำนาจหน้าที่ของ กกต.ไว้ เช่น จัดหรือดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ, ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจสืบสวนหรือไต่สวนได้ตามที่จำเป็นหรือที่เห็นสมควร รวมถึงอำนาจหน้าที่เมื่อพบเห็นการกระทำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้งหรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้ง เลือก หรือออกเสียงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วย ตลอดจนสั่งระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นกระทำการหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ที่มีลักษณะเป็นการทุจริต หรือทำให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

หาก กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่โดยเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่รับคำสั่งใคร ก็จะเป็นหลักให้กับบ้านเมืองได้ แต่หากทำงานโดยรับคำสั่งจากฝ่ายการเมืองไม่ว่าฝ่ายไหน จนเสียความเป็นกลาง ก็เชื่อได้ว่า วิกฤติการเมืองอาจเกิดขึ้นได้อีก เหมือนกับช่วงปี 2549 ที่ต้นเหตุสำคัญส่วนหนึ่งก็มาจาก กกต.ยุคดังกล่าว ถูกการเมืองเข้าครอบงำ จนนำมาซึ่งการรัฐประหารของ คมช.ในเวลานั้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง