แฉดีอีเข็นกม.ติดหนวดเมินแก้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561 00:00:20 น.

กรุงเทพฯ * ผู้พิพากษาอาวุโสแฉกระทรวงดีอีเมินปรับแก้กฎหมายไซเบอร์ที่สังคมทักท้วง จ่อเข็นร่างเดิมเข้า ครม.คงอำนาจมั่นคงล้วงตับข้อมูล จี้บิ๊กตู่ทบทวนก่อนกระทบโครงสร้างประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยสั่งให้ฝ่ายกฎหมายไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งในเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงควรพิจารณาว่าจะมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันอย่างไรว่า ทราบว่าร่างดังกล่าวที่มีการแก้ไขแล้วจะถูกนำเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ ซึ่งจากที่ได้อ่านร่างที่เสนอโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีการทบทวนแก้ไขเพียงเล็กน้อยในส่วนของนิยาม แต่ยังคงหลักการเดิมในส่วนเนื้อหาที่เคยโดนทักท้วงไป

นายศรีอัมพรกล่าวต่อไปว่า ยังให้อำนาจคณะกรรมการเพื่อความมั่นคงทางไซเบอร์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจเยอะ จะสามารถตรวจค้น จับกุม ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ หน่วยบันทึกความจำ บังคับบอกรหัสเพื่อเปิดข้อมูลได้หมด โดยไม่ต้องมีหมายจับหมายค้น ซึ่งคดียังไม่เกิดแต่แค่สงสัยก็สามารถเข้าไปตรวจค้นยึดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเอกชน บริษัท ประชาชนทั่วไป ถือเป็นการเข้าไปยึดเพื่อตรวจสอบแจ้งข้อหาทีหลัง ยึดแล้วเอาข้อมูลไป ซึ่งกฎหมายนี้ไม่ใช่ระบบสากลเพราะไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลโดยฝ่ายตุลาการ

"ผมเห็นว่าเรื่องแบบนี้มัน ไม่น่าจะเกิดขึ้น ทราบมาว่าหน่วย งานรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องก็มีความเป็นห่วงว่า ถ้าออกกฎ หมายลักษณะแบบนี้มามันจะเกิดความเสียหายจนประเทศ อื่นๆ เขาไม่กล้าคบหาสมาคมด้วยเลย เพราะประเทศอื่นไม่มีกฎหมายลักษณะแบบนี้" นายศรีอัมพรระบุ

เขากล่าวอีกว่า อย่างประ เทศจีนซึ่งมีระบอบการปกครองที่แตกต่างจากเราเขายังไม่กล้าทำเลย ตรงนี้ถือเป็นหลักการที่ใช้ไม่ได้ อาจจะส่งผลให้การค้าการลงทุนของประเทศได้รับความเสียหาย เพราะว่าข้อมูลทางการค้าของแต่ละบริษัทนั้นมีมูลค่าเป็นแสนล้านดอลลาร์ การที่เราจะออกกฎหมายเอาข้อมูลหรือตัวเซิร์ฟเวอร์เขาไป มันอาจจะเกิดข้อมูลรั่วไหลจนเกิดคดีความและถูกครหาว่ามีการยึดเอาข้อมูลไปขายที่อื่นได้อีก ตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว มันโยงถึงความลับทางการค้า ความน่าเชื่อถือของประเทศเราด้วย โดยในวันที่ 19 พ.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ที่ห้อง 607 อาคารศาลอุทธรณ์ ตนจะเปิดแถลงสรุปเนื้อหาเป็นข้อๆ ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว

"ที่นายกฯ เคยให้ถอนร่างไปดูก่อน ไปดูมาแล้วหรือยัง ได้ทำประชาพิจารณ์แล้วหรือไม่ เรื่องนี้มันอาจกระทบทำให้โครงสร้างประเทศเปลี่ยนได้เลย สื่อมวลชนเองต่อไปก็อาจเกิดผลกระทบได้ หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านอาจจะโดนค้นยึดข้อมูลที่เป็นเทปเนื้อหาก็เป็นได้" นายศรีอัมพรระบุ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.  ... โดยมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงควรพิจารณาว่าจะมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันในร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่กระทรวงดิจิทัลฯ เองได้จัดตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายเพื่อร่วมหารือพิจารณาข้อขัดข้อง และนำเสนอทางออกร่วมกันเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ คณะทำงาน 3 ฝ่ายประกอบด้วย ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจหรือตัวแทนฝ่ายเอกชนที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาสังคม ซึ่งอาจครอบคลุมถึงนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง