คอลัมน์: ไทยโพสต์: ทุกฝ่ายต้องเปิดกว้าง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2561 00:00:38 น.

การนัดหารือระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สภานิติบัญญัติกแห่งชาติ (สนช.) อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตัวแทนพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธ.ค. ที่สโมสรกองทัพบก ถูกจับตามองทางการเมืองว่าสุดท้ายแล้ว ผลการหารือจะออกมาอย่างไร แม้พบว่าถึงตอนนี้หลายพรรคการเมืองปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนไปร่วมพูดคุยด้วย เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคไทยรักษาชาติ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายพรรคการเมืองปฏิเสธที่จะร่วมหารือ อาจเพราะประเมินแล้วว่า โอกาสที่การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปจาก 24 ก.พ.2562 คงยากแล้ว หลัง กกต.มีการประกาศเขตเลือกตั้ง 350 เขตทั่วประเทศออกมาแล้ว ผนวกกับในวันที่ 12 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะมีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ กกต.ก็ต้องออกพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งภายในเดือน ธ.ค.นี้ และเป็นเงื่อนไขทำให้ คสช.ต้องปลดล็อกพรรคการเมืองในเร็วๆ นี้ หลายพรรคการเมืองจึงประเมินว่า โอกาสเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจึงมีน้อยแล้ว แต่ที่ปฏิเสธร่วมหารือกับ คสช.ก็เพื่อเป็นการแสดงออกทางการเมืองของบางพรรคในทำนองไม่ยอมรับ คสช.

เบื้องต้นแกนนำ คสช. อย่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ยืนยันว่า ในวงหารือจะไม่มีการทำข้อตกลงผูกมัดอะไร แต่เป็นลักษณะการพูดคุย ถามประเด็นข้อสงสัย โดยเฉพาะข้อกฎหมายต่างๆ เพราะมี กกต.มาร่วมหารือด้วย กระนั้น พลเอกประวิตรมองว่าการที่บางพรรคการเมืองไม่ยอมร่วมหารือด้วย เป็นเพราะมีเจตนา คงจะตีรวน แต่ไม่ส่งผลอะไร เขารู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร เขาก็ไม่ส่ง เพียงแต่ คสช.เชิญมาให้พูดคุยกัน ซึ่งไม่เห็นมีเหตุผลเลยที่จะไม่มา

โดยท่าทีของพรรคต่างๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่าเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมประชุม เพราะไม่เห็นประโยชน์ที่จะเข้าร่วม เนื่องจากหนังสือเชิญของ คสช.ระบุว่าเป็นเพียงการรับฟังการชี้แจงแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่การร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการเลือกตั้ง ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการเลือกตั้งนั้น ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ

ขณะที่นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคชาติพัฒนายินดีที่จะไปร่วมการประชุม ซึ่งถือว่าเป็นการเสริมสร้างบรรยากาศของความร่วมมือกันในการเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึงนี้ และจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งข้อเสนอแนะจากฝ่ายต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อประเทศมาก ถ้ามีความร่วมมือกันจากทุกฝ่าย ช่วยกันทำให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องในทุกส่วนของการเลือกตั้งเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย สุจริต เป็นธรรม ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ส่วนพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล-คสช. อย่างพรรคพลังประชารัฐ ทางนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ย้ำว่า พรรค พปชร. จะเข้าร่วมการหารืออย่างแน่นอน ซึ่งตัวแทนของพรรคที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับทาง คสช.และ กกต. โดยยืนยันว่าในการหารือครั้งนี้ พรรคจะไม่สร้างเงื่อนไขเพื่อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่ว่าสุดท้ายแล้วการหารือในครั้งนี้จะออกมาอย่างไร จะเป็นแค่การพูดคุย รับฟังความเห็น ไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมา แต่ก็หวังว่าทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้กุมอำนาจรัฐอย่างรัฐบาล-คสช.จะต้องเปิดกว้างรับฟังความเห็นของทุกพรรคที่เข้าร่วมอย่างแท้จริง โดยไม่ใช้เวทีดังกล่าวมาสร้างเงื่อนไขทางการเมืองทำให้บางฝ่ายได้ประโยชน์.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง