NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย: ย้อนตำนาน80 ปีเขาดิน

ข่าวบันเทิง 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เรื่อง สุภัชญา เตชะชูเชิด ภาพถ่าย เอกรัตน์ ปัญญะธารา 27 กันยายน 2561 หรืออีกเพียงสามวันสถานที่แห่งนี้ "เขาดินวนา" หรือ "สวนสัตว์ดุสิต" จะปิดลงตลอดไปฉันเดินผ่านกำแพงสีขาวซึ่งครั้งหนึ่งเคยละลานตาไปด้วยรูปสัตว์นานาชนิด รูปปั้นยีราฟ งูเหลือม และฝูงลิงที่สีซีดจางลงตามกาลเวลา คอยต้อนรับผู้มาเยือนอยู่หน้าซุ้มประตู น่าแปลกที่วันนี้บรรยากาศภายในสวนสัตว์ดูมีชีวิตชีวามากกว่าทุกวันที่ผ่านมา ผู้คนมากหน้าหลายตาชวนกันมาดูสัตว์ พ่อแม่อธิบายและอ่านป้ายสื่อความหมายให้ลูกฟัง กลุ่มนักเรียนหยอกล้อกับเพื่อน ชวนกันหาว่าสัตว์อยู่ตรงไหนหรือกำลังทำอะไรอยู่ ผู้ใหญ่บางคนมาเดินทอดน่องอยู่คนเดียวเพื่อรำลึกความหลังเก็บและบันทึกความทรงจำในโอกาสสุดท้าย บรรยายใต้ภาพ

ฉันรีบเดินไปทักทาย "แม่มะลิ" ฮิปโปโปเตมัสลูกดกวัย 52 ปี ผู้เชื่อมความทรงจำอันเลือนรางของฉันกับเขาดินเอาไว้ แม่มะลิกำลังหลับอยู่ในน้ำ ตัวอ้วนกลมทำให้ส่วนหลังนูนพ้นน้ำขึ้นมา เด็กๆ กลุ่มใหญ่พากันบอกว่า "เหมือนเกาะกลางทะเลเลย" บางคนก็ว่าเป็นภูเขา หลายคนพยายามเรียกความสนใจจากแม่มะลิด้วยการโบกมือทักทาย แต่เจ้าฮิปโปตัวใหญ่ยักษ์ก็ยังนิ่งเหมือนเดิม แม่มะลิจะรู้ไหมว่า มีคนมากมายมาเยี่ยมเยียนในช่วงนี้เพื่อบอกลา ก่อนที่เธอจะถูกย้ายไปอยู่บ้านใหม่

ฉันแวะไปทักทายสัตว์อีกหลายตัว ฉันยืนดูลิงกระรอก ลิงตัวเล็กขนสีทองที่วิ่งซนเหมือนเด็กๆ อยู่พักใหญ่ ส่วนสลอทที่อยู่ถัดไปก็เคลื่อนไหวเชื่องช้าเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ฝูงปลาสวายใต้สะพานก็ไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มขนมปังก้อนเสียที พวกมันคงไม่มีทางรู้

เขาดินวนา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเพียงสวนพฤกษชาติในเขตพระราชอุทยานสำหรับเสด็จประพาสและสำราญพระราชอิริยาบถ พอมีการขุดดินในบ่อมาทำเป็นฐานก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม จึงเกิดเป็นเนินดินระหว่างบ่อน้ำ และเชื่อกันต่อมาว่า เนินดินนั้นเองที่เป็น "เขาดิน"

ในรัชกาลต่อๆ มา เขาดินยังคงเป็นส่วนหนึ่งในเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต หรือ "สวนดุสิต" สำหรับเสด็จประพาสเป็นการส่วนพระองค์และข้าราชการฝ่ายใน จนกระทั่งหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีการกราบบังคมทูลขอพระราชทานพื้นที่สวนดุสิตให้อยู่ในการดูแลของเทศบาลนครกรุงเทพฯ เพื่อจัดทำเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และมีการย้ายลูกหลานของกวางดาวหกตัวที่ได้มาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ห้า เสด็จประพาสชวา จากสวนของพระที่นั่งอัมพรสถาน มาจัดแสดงในพื้นที่ด้วย สวนดุสิตจึงกลายเป็น "สวนสัตว์ดุสิต" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

"แต่ก่อนนี้คนเยอะมากเลยนะ สะพานปลานี่คนมาลอยกระทงแน่นไปหมด" ป้าสมใจ แม่ค้าขายขนมปังที่สะพานปลา ผู้เกิดและเติบโตมากับเขาดินเล่าให้ฉันฟัง ในยุคก่อนเขาดินไม่ได้เป็นเพียงสวนสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ในยุคที่ยังไม่มีห้างสรรพสินค้าอยู่ทุกมุมเมืองอย่างวันนี้ ใครๆ ต่างพากันมาใช้ชีวิตวันหยุดหรือเทศกาลต่างๆ ที่เขาดิน

ในสมัยนั้น เขาดินเต็มไปด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น เวทีประกวดชายงามแห่งแรกของไทย การแข่งสะบ้า มวยทะเล คอนเสิร์ต และเครื่องเล่นราวกับเป็นสวนสนุก นอกจากนี้ เมื่อ พ.ศ.2514 เขาดินยังเคยมีโรงละครสัตว์ด้วย มีทั้งการโชว์เสือลอดบ่วงไฟ ลิงชิมแปนซีเล่นดนตรี ไต่ราว ไปจนถึงช้างเตะบอล ต่อมาในช่วง พ.ศ.2524-2527 เขาดินกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตถึงขนาดมีรายการโทรทัศน์ถ่ายทอดสดชื่อ "เฮฮาหน้าเขาดิน" ออกอากาศทุกบ่ายวันอาทิตย์ และปรับเปลี่ยนมาเป็นรายการ "สนุกกับเราที่เขาดิน"

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยจำนวนมากผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

สมัยเรียนปริญญาตรีสาขาชีววิทยา ในรายวิชาสัตว์มีกระดูกสันหลัง อาจารย์ผู้สอนพาพวกเราไปเรียนกันในเขาดิน ซึ่งอยู่ห่างจากรั้วมหาวิทยาลัยไปไม่ไกลนัก เขาดินในวันธรรมดาดูเงียบเหงาจนเหมือนเป็นสวนสัตว์ส่วนตัวของพวกเรา อาจารย์นำเราเดินและอธิบายเกี่ยวกับเสือ งู นก และสัตว์อื่นๆ จนทั่ว ป้ายสื่อความหมายมีภาพแผนที่และรูปสำคัญๆ ที่ใช้ประกอบการบรรยายได้เป็นอย่างดี

ในตอนนั้น ฉันซึ่งชอบดูนกและเดินป่าดูสัตว์ในธรรมชาติ เลยอดถามอาจารย์ไม่ได้ว่า ทำไมเราไม่เข้าป่า เรียนชีววิทยาในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทำไมยังต้องมาเดินในสวนสัตว์อยู่

"เราเรียนวิชาสัตว์มีกระดูกสันหลัง เราไม่ได้เรียนวิชาการดำรงชีพในป่า เราต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงได้เจอสัตว์และเรียนรู้เกี่ยวกับพวกมันได้ขนาดนี้" เป็นคำตอบจากอาจารย์ที่ฉันยังจำได้ดี หากตัดความชอบส่วนตัวออกไป สวนสัตว์จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีมาก เราได้เห็นสัตว์หลากหลายในระยะใกล้ สามารถสังเกตลักษณะสำคัญได้อย่างชัดเจน และเฝ้าดูพฤติกรรม หรือรูปแบบการเคลื่อนที่ของสัตว์ที่น่าสนใจได้ ซึ่งถ้าเป็นในป่า เราคงแทบไม่มีโอกาสได้รู้จักเสือหรือได้เห็นสมเสร็จเลย

หากมองให้ดี สวนสัตว์จึงเปรียบเสมือนห้องเรียนห้องใหญ่ที่บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน และมีโครงการด้านการศึกษามากมาย ทุกปี เขาดินต้อนรับและให้ความรู้แก่คนกว่าสองล้านคน ทั้งจากที่มาเดินเที่ยวตามอัธยาศัย และจากโรงเรียนต่างๆ ที่มาทัศนศึกษาไม่เว้นวัน ไม่เพียงเท่านั้น เขาดินยังมีโครงการสวนสัตว์สัญจรเพื่อไปให้ความรู้แก่น้องๆ ถึงโรงเรียน โดยพี่ๆ เจ้าหน้าที่จะประชุมเพื่อออกแบบและพัฒนากิจกรรมร่วมกับคุณครูให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัยอีกด้วย

เมื่อเขาดินเปลี่ยนบทบาทมามุ่งเน้นด้านการศึกษาและเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนมากขึ้น กิจกรรมบันเทิงต่างๆ ที่ส่งเสียงดังและอาจสร้างความเครียดให้สัตว์ก็ถูกตัดทอนออกไป เทศกาลสำคัญของเขาดินจึงเปลี่ยนจากวันลอยกระทงหรือวันสงกรานต์ มาเป็น "วันรักนกเงือก" "วันเสือโลก" หรือ "วันสิ่งแวดล้อมโลก" แทน ในวันเหล่านี้ พี่ๆ ฝ่ายการศึกษาของเขาดิน จะจัดเตรียมกิจกรรมให้ความรู้กับน้องๆ ที่มาเที่ยวชม เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สัมผัสไข่ หนังสัตว์ หรือสัตว์สตัฟฟ์ มีกิจกรรมวอล์กแรลลีเพื่อให้ครอบครัวช่วยกันเก็บข้อมูลจากส่วนต่างๆ ของสวนสัตว์ ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จัดช่วงให้อาหารสัตว์ (feeding program) ที่เด็กๆ สามารถให้อาหารสัตว์และใกล้ชิดกับสัตว์ได้

"เราไม่ได้สอนแค่ว่า เราเลี้ยงสัตว์อย่างไร มันอยู่ในนี้อย่างไร แต่เราสอนว่า ตัวจริงของเขาในธรรมชาติเป็นอย่างไร พอรู้จักสัตว์ตัวจริงกันแล้ว ก็อยากให้น้องๆ ช่วยกันดูแลเพื่อนๆ ของเขาด้วย" พี่กฤต หรือ มงคล ส่งเสริมเจริญโชติ เล่าให้ฉันฟังถึงกิจกรรมต่างๆ จากฝ่ายการศึกษาของสวนสัตว์ ซึ่งไม่เพียงแต่มอบชุดความรู้ที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ของการอนุรักษ์ให้เด็กๆ ด้วย

แม้สวนสัตว์เขาดินจะปิดตัวลง แต่ภารกิจสำคัญขององค์การสวนสัตว์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น องค์การสวนสัตว์ได้รับพระราชทานที่ดินขนาด 300 ไร่ บริเวณคลองหก จังหวัดปทุมธานี เพื่อใช้สำหรับจัดตั้งสวนสัตว์แห่งใหม่ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าสวนสัตว์เขาดินถึงสามเท่า เมื่อมีพื้นที่กว้างขวางขึ้น สัตว์ก็น่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ตั้งต้นกระบวนการสร้างสวนสัตว์อย่างที่เป็นสวนสัตว์สมัยใหม่อีกครั้งด้วยประสบการณ์ 80 ปีของเขาดิน และความก้าวหน้าของงานวิจัยในปัจจุบัน ทั้งด้านการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์มากขึ้น กระบวนการก่อสร้าง และเทคโนโลยีใหม่ๆ รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์ เล่าให้ฉันฟังถึงแนวทางและมาตรฐานการจัดการสวนสัตว์แห่งใหม่ในอนาคตว่า "สวนสัตว์จะต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ จากแต่ก่อนเป็นที่ท่องเที่ยว ปัจจุบันจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ และ 'edutainment' คือคนเข้ามาจะได้รับทั้งความบันเทิงและความรู้ควบคู่กันไปด้วย"

"สัตว์จะอยู่ดีหรือไม่ คนที่ทำงานด้านนี้สำคัญที่สุด เราจะต้องเร่งพัฒนาคนก่อน ตั้งแต่คนเลี้ยงสัตว์ไปจนถึงระดับผู้บริหาร ทำให้เห็นว่างานของเขาคือการรับผิดชอบในสิ่งที่สำคัญ พัฒนาเขาให้มีคุณภาพและเหมาะสมกับชนิดงานที่ทำ" หมอปานเทพเล่า พร้อมยกตัวอย่างเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ในต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงทำหน้าที่ดูแลและทำความสะอาดให้สัตว์เท่านั้น แต่ยังสามารถให้ความรู้กับประชาชนที่เขามาเยี่ยมชมได้ เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ชนิดพันธุ์ที่สำคัญควรมีความรู้ความสามารถมากพอที่จะสนับสนุนและเป็นผู้ช่วยในงานวิจัยได้ด้วย โดยระหว่างที่สวนสัตว์กำลังดำเนินการก่อสร้างนี้ก็จะเน้นการอบรมบุคลากรเพื่อรองรับการเปิดสวนสัตว์แห่งใหม่ด้วย

หมอปานเทพยังเสริมในมิติอื่นๆ ด้วยว่า "การสร้างสวนสัตว์ใหม่ไม่ใช่เพียงมีที่ดินแล้วเราไปสร้าง แต่เราต้องคิดถึงบริบทรอบๆ ด้วย ทั้งในแง่สังคม ชุมชน รวมไปถึงตัวสวนสัตว์เองก็ต้องมีแนวคิดและการประสานนำองค์ความรู้รอบด้านเข้ามาใช้" การบริหารงานสวนสัตว์จึงต้องคิดกว้างมากกว่าแค่เรื่องพื้นที่ ต้องทำงานร่วมกับโรงเรียนและพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่รอบๆ ต้องวางแผนเรื่องการคมนาคมให้สามารถเข้าถึงพื้นที่การเรียนรู้ได้อย่างสะดวกสบาย

หมอปานเทพมุ่งหวังจะเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ในย่านคลองหกเข้าด้วยกัน โดยมีภาพของศูนย์การเรียนรู้อย่างสถาบันสมิทโซเนียน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสถาบันวิจัย สถานศึกษา และพิพิธภัณฑ์กว่า 19 แห่งที่รวมตัวกันใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เป็นต้นแบบ

"เราไม่ได้สร้างแค่สวนสัตว์ แต่เราสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้พื้นที่ย่านนั้นกลายเป็นสมิทโซเนียนแห่งเอเชีย" หมอปานเทพบอกอย่างหนักแน่น ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับสังคมไทย ถึงแม้ภาพนั้นจะยังดูห่างไกลสำหรับฉันมาก.

ภาพเก่าเขาดิน: ภาพเก่าพระที่นั่งอนันตสมาคมที่ถ่ายโดย ปีเตอร์ วิลเลียมส์-ฮันต์ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แสดงบริเวณสระน้ำของเขาดินที่มุมขวาของภาพ ดินที่ได้จากการขุดบ่อถูกนำมาถมเป็นฐานของพระที่นั่งอนันตสมาคม

"แม่มะลิ" ฮิปโปวัย 52 ปี กำลังอ้าปากรับอาหารจากเด็กๆ และนักท่องเที่ยว โปรแกรมป้อนอาหารสัตว์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารฮิปโปได้อย่างใกล้ชิด นอกจากจะเป็นการให้ความรู้แล้ว ยังเชื่อมให้คนที่ร่วมกิจกรรมได้มีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์มากขึ้น

ภาพเก่าเขาดิน: งานประกวดชายงามในเทศกาลงานฤดูหนาวสวนสัตว์ดุสิต ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม พ.ศ.2502

ภาพเก่าเขาดิน: ผู้ดูแลพาช้างมาอาบน้ำ บริเวณนี้เดิมเรียกว่า "ท่าช้างอาบน้ำ" ปัจจุบันยังคงมีเสาที่เห็นในภาพอยู่แต่ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป

หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ และนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือโชว์แมวน้ำ สวนสัตว์ต้องเพิ่มรอบโชว์ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นช่วงก่อนเขาดินปิดทำการ

"โตโน่" สิงโตขาวกำลังมองดูผู้ดูแลทำความสะอาดและเตรียมอาหารบริเวณส่วนแสดง ก่อนสิงโตหนุ่มจะถูกปล่อยออกมาทักทายนักท่องเที่ยว การทำความสะอาดกรงให้สัตว์เป็นกิจวัตรสำคัญของผู้ดูแล ในขณะเดียวกันก็ต้องสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ด้วยว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ