ข่าวอินโฟเควสท์
18:09 "ทรัมป์" ขอให้ชาติพันธมิตรยุโรปรับนักโทษ IS กลับไปดำเนินคดี หลังสหรัฐถอนทหารออกจากซีเรีย   ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขอให้ชาติพันธมิ…
18:03 TOP จ่ายปันผล 1.15 บาท/หุ้น ขึ้น XD 28 ก.พ.   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 15 ก.พ. 2562 ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงิ…
18:02 เลือกตั้ง'62: "อนุสรณ์"เผยพรรคการเมืองชูนโยบายศก.-สวัสดิการหวั่นกระทบฐานะทางการคลังหากไม่ปฏิรูประบบภาษี-ระบบงบประมาณ   นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีค…
18:01 PTTOR-BCP ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 0.40 บ./ ลิตร ยกเว้น E85 เพิ่มขึ้น 0.20 บ./ลิตร มีผลพรุ่งนี้   บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ในกลุ่มบม…
17:36 กรมควบคุมลมพิษ คาดปริมาณ PM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นพรุ่งนี้ แต่มาตรการลดฝุ่นจะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้   ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอาก…

คอลัมน์: คุยนอกรอบ: แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย ถอดรหัสสุขภาพผ่านเทคโนโลยีทางการแพทย์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 00:00:36 น.

ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามะเร็งเป็นอีกหนึ่งโรคที่ประชาชนค่อนข้างมีความกังวล โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ นับเป็น 2 ลำดับแรกของโรคมะเร็งที่ตรวจพบได้มากในผู้หญิงไทย และแทบจะอยู่ในทุกช่วงอายุเลยก็ว่าได้ แม้หลายคนอาจจะมีข้อมูลว่า การรักษามะเร็งที่ตรวจพบในระยะต้น มีโอกาสรักษาให้หายจากโรคได้มากกว่า แต่กระนั้นหลายครั้งที่ผู้ป่วยมักพบว่าเป็นมะเร็งในระยะที่ลุกลามแล้ว จากปัญหาดังกล่าวจะดีกว่าหรือไม่ หากมีวิธีการที่ช่วยตรวจหาได้ว่าร่างกายของมนุษย์นั้น มีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งมากเพียงใด เพื่อเป็นหนทางในการหาวิธีป้องกัน และรักษาได้อย่างทันท่วงที

แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบ ครัว หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ประจำโรงพยาบาลพญา ไท 1 กล่าวว่า การตรวจสุขภาพรูปแบบดั้งเดิมอย่างที่ทุกคนรู้กันดี คงจะเป็นการตรวจเลือด เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ จากนั้นหากแพทย์พบว่ามีความผิดปกติ ก็จะบ่งบอกได้ว่าโรคได้เกิดขึ้นแล้ว จึงเข้าสู่การรักษา โดยในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนามากยิ่งขึ้น และสามารถรู้ถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ก่อนที่จะมีอาการแสดงออกมา

สำหรับวิธีดังกล่าวคือการตรวจยีนที่ถือเป็นหน่วยพันธุกรรมที่ย่อยที่สุดของแต่ละเซลล์ในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ให้เป็นปกติ จะกล่าวว่ายีนเปรียบเหมือนพิมพ์เขียว หรือ Blueprint นั่นเอง ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน การตรวจยีนเป็นเหมือนการถอดรหัสชีวิตของร่างกายว่ามีสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งพันธุกรรมมากน้อยเพียงใด

"กลไกของการเกิดโรคมะเร็งพันธุกรรมนั้น เริ่มจากการที่ยีนในร่างกายมีการกลายพันธุ์ ส่งผลให้เกิดการสร้างโปร ตีนที่ผิดปกติ และเหนี่ยวนำการแบ่งตัวของเซลล์ที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด Ffp เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการตรวจยีน คือการตรวจหาความผิดปกติของยีน เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็ง หรือเป็นการตรวจยีนมะเร็งเชิงป้องกัน รวมถึงโอกาสความเสี่ยงของการเกิดโรคมะ เร็งจากพันธุกรรม ซึ่งจะทำให้วางแผนป้องกันและเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต"

การตรวจยีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้คนไข้มีความตระหนักเข้าใจถึงโอกาสการเกิดโรคและดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดเสี่ยง ยังช่วยให้ค้นหาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และช่วยลดความรุนแรงของโรค ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งรังไข่ หากพบตั้งแต่ระยะที่ 1 มีโอกาสรักษาหายได้กว่า 90% แต่น่าเสียดายที่น้อยครั้งจะตรวจพบตั้งแต่ระยะต้นอีกด้วย

แพทย์หญิงธิศรายังบอกอีกว่า ข้อดีของการตรวจยีนไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่การคัดกรองความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งพันธุกรรมเท่านั้น แต่ยังให้ผลดีต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะในกรณีที่พบการเกิดโรคในระยะต้น เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต และเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายได้มากกว่า นอกจากนี้การตรวจยีนที่ทำให้รู้เรื่องความเสี่ยงโรคมะเร็งยังเชื่อมโยงกับศาสตร์ของการชะลอวัย ที่ช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"

"นอกจากจะทำให้เราสามารถรู้ถึงแก่นของการดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง ยังสามารถวางแผนในการตรวจสุขภาพของเราและคนในครอบครัวเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรคได้อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ว่าใครก็สามารถตรวจยีนได้ เพื่อถอดรหัสชีวิตและเริ่มวางแผนการดูแลสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตตามที่เราทุกคนปรารถนา".

ข่าวที่เกี่ยวข้อง