ข่าวอินโฟเควสท์
10:38 พาณิชย์ ส่งเสริมผู้ประกอบการใช้สิทธิ Form D เร่งขยายมูลค่าการส่งออกไปเวียดนาม   นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์…
10:36 ราคาเปิดเทรดวันแรก DW อ้างอิง CPN, STEC, GULF, MAJOR, AMATA, TASCO ขายโดย บล.ภัทร   AMAT06C1909A เปิดเทรดวันแรกที่ 0.50 บาท ลดลง 0.51 บาท ( 50.…
10:35 EA ตั้งงบลงทุน 9 พันลบ.ในปี 62-63 ในโครงการใหม่, "หนุมาน"ใกล้ COD เพิ่มดันกำลังผลิตเป็น 664 MW   นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร…
10:30 เลือกตั้ง'62: "ศรีสุวรรณ"จ่อร้องศาลรธน.วินิจฉัยเลือกตั้งเป็น"โมฆะ"หากกกต.ชี้ขาดบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์เป็นบัตรเสีย   นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิก…
10:25 ศาลเกาหลีใต้ตัดสินยึดทรัพย์"มิตซูบิชิ เฮฟวี่" เพื่อชดเชยเหยื่อแรงงานช่วงสงครามโลก   ศาลเกาหลีใต้ได้อนุมัติคำร้องขอยึดทรัพย์ของบริษัทมิตซูบิชิ เ…

คอลัมน์: คุยนอกรอบ: แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย ถอดรหัสสุขภาพผ่านเทคโนโลยีทางการแพทย์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 00:00:36 น.

ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามะเร็งเป็นอีกหนึ่งโรคที่ประชาชนค่อนข้างมีความกังวล โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ นับเป็น 2 ลำดับแรกของโรคมะเร็งที่ตรวจพบได้มากในผู้หญิงไทย และแทบจะอยู่ในทุกช่วงอายุเลยก็ว่าได้ แม้หลายคนอาจจะมีข้อมูลว่า การรักษามะเร็งที่ตรวจพบในระยะต้น มีโอกาสรักษาให้หายจากโรคได้มากกว่า แต่กระนั้นหลายครั้งที่ผู้ป่วยมักพบว่าเป็นมะเร็งในระยะที่ลุกลามแล้ว จากปัญหาดังกล่าวจะดีกว่าหรือไม่ หากมีวิธีการที่ช่วยตรวจหาได้ว่าร่างกายของมนุษย์นั้น มีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งมากเพียงใด เพื่อเป็นหนทางในการหาวิธีป้องกัน และรักษาได้อย่างทันท่วงที

แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบ ครัว หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ประจำโรงพยาบาลพญา ไท 1 กล่าวว่า การตรวจสุขภาพรูปแบบดั้งเดิมอย่างที่ทุกคนรู้กันดี คงจะเป็นการตรวจเลือด เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ จากนั้นหากแพทย์พบว่ามีความผิดปกติ ก็จะบ่งบอกได้ว่าโรคได้เกิดขึ้นแล้ว จึงเข้าสู่การรักษา โดยในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนามากยิ่งขึ้น และสามารถรู้ถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ก่อนที่จะมีอาการแสดงออกมา

สำหรับวิธีดังกล่าวคือการตรวจยีนที่ถือเป็นหน่วยพันธุกรรมที่ย่อยที่สุดของแต่ละเซลล์ในร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ให้เป็นปกติ จะกล่าวว่ายีนเปรียบเหมือนพิมพ์เขียว หรือ Blueprint นั่นเอง ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน การตรวจยีนเป็นเหมือนการถอดรหัสชีวิตของร่างกายว่ามีสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งพันธุกรรมมากน้อยเพียงใด

"กลไกของการเกิดโรคมะเร็งพันธุกรรมนั้น เริ่มจากการที่ยีนในร่างกายมีการกลายพันธุ์ ส่งผลให้เกิดการสร้างโปร ตีนที่ผิดปกติ และเหนี่ยวนำการแบ่งตัวของเซลล์ที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้จนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด Ffp เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการตรวจยีน คือการตรวจหาความผิดปกติของยีน เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็ง หรือเป็นการตรวจยีนมะเร็งเชิงป้องกัน รวมถึงโอกาสความเสี่ยงของการเกิดโรคมะ เร็งจากพันธุกรรม ซึ่งจะทำให้วางแผนป้องกันและเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต"

การตรวจยีนเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้คนไข้มีความตระหนักเข้าใจถึงโอกาสการเกิดโรคและดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดเสี่ยง ยังช่วยให้ค้นหาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และช่วยลดความรุนแรงของโรค ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งรังไข่ หากพบตั้งแต่ระยะที่ 1 มีโอกาสรักษาหายได้กว่า 90% แต่น่าเสียดายที่น้อยครั้งจะตรวจพบตั้งแต่ระยะต้นอีกด้วย

แพทย์หญิงธิศรายังบอกอีกว่า ข้อดีของการตรวจยีนไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่การคัดกรองความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งพันธุกรรมเท่านั้น แต่ยังให้ผลดีต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะในกรณีที่พบการเกิดโรคในระยะต้น เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต และเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายได้มากกว่า นอกจากนี้การตรวจยีนที่ทำให้รู้เรื่องความเสี่ยงโรคมะเร็งยังเชื่อมโยงกับศาสตร์ของการชะลอวัย ที่ช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น"

"นอกจากจะทำให้เราสามารถรู้ถึงแก่นของการดูแลสุขภาพได้อย่างแท้จริง ยังสามารถวางแผนในการตรวจสุขภาพของเราและคนในครอบครัวเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรคได้อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ว่าใครก็สามารถตรวจยีนได้ เพื่อถอดรหัสชีวิตและเริ่มวางแผนการดูแลสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตตามที่เราทุกคนปรารถนา".

ข่าวที่เกี่ยวข้อง