คอลัมน์: กรองสถานการณ์: ยื้อ 'นาฬิกาหรู' จนหยดสุดท้าย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2561 00:00:32 น.

ผ่านมาแล้วปีกว่า หลังจากการถ่ายรูปคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 จนมีคนสะดุดตา "แหวน" และ "นาฬิกาหรู" ที่ข้อมือของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระหว่างเอามือป้องแสงแดดที่แยงตา

อันเป็น "ปฐมบท" นำมาสู่การตั้งข้อสงสัยเรื่องราคา ซึ่งมาจากความหรูหรา ก่อนจะขยายไปสู่การตรวจสอบ หลังพบว่าแหวนและนาฬิกาไม่ได้อยู่ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

จาก "วงเดียว" และ "เรือนเดียว" ต่อยอดมาถึงการขุดคุ้ยนาฬิกาข้อมือในอดีตของ "บิ๊กป้อม" ที่เคยสวมใส่ รวมแล้ว 22 เรือน
ตลกร้ายกว่านั้น 22 เรือน กลับไม่ได้อยู่ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ "บิ๊กป้อม" เคยยื่นเอาไว้กับ ป.ป.ช.เลย

ช่วงแรก "บิ๊กป้อม" ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว แต่ยิ่งนิ่งยิ่งกลายเป็น "ตำบลกระสุนตก" จากเรื่องปัจเจกบุคคล กระทบชิ่งไปสู่ภาพลักษณ์รัฐบาลโดยรวม จนที่สุดต้องออกมาชี้แจงว่าเป็นนาฬิกาที่ยืมเพื่อนมา

ประเด็น "ยืม" อาจดูจบในแง่กฎหมายที่เปิดช่องเอาไว้ แต่สำหรับสังคมต้องการความกระจ่างมากกว่านั้น เรื่องไม่มีวี่แววจบสงบลง มีการเร่งเร้าหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่าง "ป.ป.ช." ให้ตรวจสอบ

หลังเกิดเรื่อง "ป.ป.ช." ให้ "บิ๊กป้อม" ส่งหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน ก่อนจะขยายเวลาเพิ่มเติมให้หลัง "บิ๊กป้อม" ระบุว่าติดภารกิจต่างประเทศ จึงทำไม่ทัน

ภายหลัง "บิ๊กป้อม" ส่งคำชี้แจง "ป.ป.ช." ได้สั่งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงและที่มาของนาฬิกาหรูแต่ละเรือน มีการสอบพยาน โดยเฉพาะญาติของ "ปัฐวาท สุขศรีวงศ์" ที่มีการอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกา

มีนาคม 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มอบหมายให้คณะทำงานฯ หาข้อมูลหมายเลขประจำเครื่องนาฬิกา (ซีเรียลนัมเบอร์) และรายงานกลับเข้ามา

แต่ปรากฏว่า หลังจากขอข้อมูลจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยแล้วต้องพบความล้มเหลว เพราะตัวแทนจำหน่ายในประเทศไม่มีข้อมูลตรงนี้

ต้นเดือนกรกฎาคม  2561 "ป.ป.ช."  ทำเรื่องประสานขอข้อมูลจากบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศ ประกอบด้วย "สวิตเซอร์แลนด์" และ "ฝรั่งเศส"

ต่อมาอีกเดือน       "วรวิทย์ สุขบุญ" เลขาธิการคณะกรรม การ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ขอเวลาอีก 2 เดือน จะสามารถสรุปเรื่องดังกล่าวได้ กระทั่งต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ออกมาเปิดเผยอีกครั้งว่า ได้ข้อมูลนาฬิกาครบแล้ว และจะชงเรื่องเข้าภายในปีนี้

ข้อมูลที่ยืนยันตรงกันคือ คณะทำงานฯ สรุปข้อมูลเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาในชั้นนี้ 1 ปีเต็ม นับแต่วันแรกที่เกิดเรื่องในการ "แสวงหาข้อเท็จจริง"

สำหรับแนวทางที่คณะทำงานฯ สรุปให้ที่ประชุมมี 2 แนวทางคือ 1.ขยายเวลาออกไป และ 2.ตีตก เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะเป็นผู้ชี้ขาดว่า จะใช้แนวทางไหน เนื่องจากคณะทำงานฯ มีหน้าที่เพียงแต่ป้อนข้อมูลที่ไปหามาได้เท่านั้น

ตลอดทั้งวันที่ 26 ธ.ค. ซึ่ง ป.ป.ช.นัดประชุมเรื่องนี้ มีกระแสข่าวออกมาหนาหูว่า "ป.ป.ช." จะตีตกเรื่องดังกล่าว เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากต่างประเทศมีเพียง 10 เรือน จาก 22  เรือน

โดยถ้า "ป.ป.ช." เลือกขยายเวลาต่อ ก็มีคำถามว่า คณะทำงานฯ จะสามารถหาข้อมูลมาได้เพิ่มเติมหรือไม่ ในเมื่อรอบแรกได้ประสานไปยังทุกที่แล้ว แต่ได้มาเพียงจำนวนเท่านี้

กล่าวคือ ยื้อไปก็ไร้ประโยชน์แล้ว!ขณะที่การ "ตีตก" โดยยกประโยชน์ให้ "บิ๊กป้อม" นั้นมีข้ออ้างในเรื่องกฎหมาย คือ กรณีที่ข้อมูลไม่เพียงพอจะชี้มูลหรือตั้งไต่สวนใคร จึงให้ "บริสุทธิ์" ไว้ก่อน เหมือนกระบวนการยุติธรรมทั่วไป ซึ่งในอดีตมีหลายคดีที่ "ป.ป.ช." ต้องตีตกเพราะสาวไม่ถึง

แต่แล้วการพิจารณากลับถูกเลื่อนออกไปอีกครั้งเป็นวันที่ 27 ธ.ค. โดยอ้างว่าประชุมไม่ทันในวันนี้ พร้อมกับอีกกระแสที่พลิกกลับมาว่า อาจยื้อต่อไป
ซึ่งไม่มีกระแสไหนเลยที่ผลการพิจารณาจะเป็น "ลบ" ต่อ "บิ๊กป้อม"

ดังนั้น บทสรุปสุดท้ายของคดีนี้ ไม่ว่าจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน แต่สุดท้ายผลลัพธ์คงไม่มีอะไรให้ลุ้น นอกจากเหตุผล ป.ป.ช.ที่คนจับจ้อง ว่าฟังขึ้นหรือไม่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง