ข่าวอินโฟเควสท์
11:19 "ทรัมป์"เดินหน้าขายอาวุธมูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลล์ให้ซาอุฯ, UAE หวังสกัดกั้นอิหร่าน   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งช…
09:00 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 46.69 จุด เหตุตลาดคลายวิตกสงครามการค้า,"เทเรซา เมย์"ลาออก   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.) …
08:25 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับ"ทรัมป์"ระบุแนวโน้มสงครามการค้าสหรัฐ-จีนใกล้สิ้นสุด   ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.)…
07:29 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนักลงทุนเทขายขณะกังวลภาวะศก.สหรัฐ   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซ…
07:00 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $1.8 เหตุนลท.เทขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัว   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 พ.ค.) โ…

คอลัมน์: อีโคโฟกัส: สร้างแบรนด์ เพิ่มคุณค่า ส่งเสริมเอสเอ็มอี

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 5 มกราคม 2562 00:00:50 น.

กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี  เป็นกลุ่มธุรกิจเล็กๆ ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปัจจุ บัน เพราะหลายฝ่ายมองว่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยพัฒนา เศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตขึ้นมาได้ ถึงจะไม่ได้รวดเร็วเท่า กับการลงทุนขนาดใหญ่ และก็เป็นการวางรากฐานให้กับประชา ชนในประเทศได้อย่างดีที่สุด จึงเกิดไอเดียมากมายในการสนับ สนุน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งศูนย์พัฒนาเอสเอ็มอี ตั้งศูนย์ให้ข้อมูล ออกมาตรการต่างๆ มาช่วยเหลือ มอบความรู้ ดูงาน เปิดตลาด ควบคู่ไปกับสนับสนุนทางด้านการเงินด้วย เอสเอ็มอีในประเทศ ไทยก็ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะมีบางกลุ่มที่มีความคิดสร้างสรรค์ เข้าหาทุกเครื่องมือที่มีไว้ให้ และมีเงินทุนพอที่จะกล้าได้กล้าเสียกับการพัฒนา ก็สามารถเติบโตและต่อยอดธุรกิจตัวเองให้มาทัดเทียมกับธุรกิจระดับใหญ่ๆ ของประเทศได้บ้าง แต่ในขณะที่ธุรกิจรายย่อย ตัวจิ๋ว ตัวเล็ก ที่เดิมเป็นเพียงร้านค้าทั่วไปและอยากจะพัฒนาตัวเองขึ้นมา ถึงจะเข้าถึงเครื่องมือที่มีให้ทั้งหมดแล้วก็อาจจะไม่เติบโตอย่างที่หวังไว้

อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีก็ยังเป็นความหวังหลักๆ ของประเทศที่หวังว่าจะเติบโตและเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการเดินหน้า ประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ลดความพยายามที่จะพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นผลดีกับกลุ่มผู้ที่ทำธุรกิจ เพราะจะเป็นช่องทางที่จะทำให้ตัวเองไปอยู่ในกลุ่มที่ได้รับความสนใจ และพัฒนาออกมาให้เติบโตจากจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้

ซึ่งการสนับสนุนที่ออกมาจากหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านนี้ ก็ออกมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ที่นำโดย นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ ประธานสภา ก็ได้มีการโชว์มาตรการใหม่ที่จะสนับสนุนเอสเอ็มอีอีกช่องทางหนึ่ง ทำให้เกิดความรับรู้ระดับประเทศ ขยายตลาดให้กับกลุ่มเป็นผู้ทำธุรกิจ และเป็นแนวทางที่หวังว่าถ้าเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วจะเป็นอนาคตที่สดใสจริงๆ

โดยมีการผลักดันโครงการ SMEs Smart Province (เอสเอ็มอี สมาร์ท โพรวินส์) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประ กอบการระดับจังหวัดและพัฒนาสินค้าเด่นสร้างเป็น Brand Province (แบรนด์โพรวินส์) โดยนำสินค้าที่มีจุดเด่นในจังหวัดมาสร้างเป็นแบรนด์ที่เข้มแข็งทำให้เอสเอ็มอีในแต่ละจังหวัดมีเป้าหมายมากขึ้น โดยการดำเนินโครงการจะใช้กลไกความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา จากในระดับจังหวัดรวมกับกลไกในระดับประเทศ

เริ่มจากการสร้างความเข้ม แข็งจากระดับจังหวัด เพื่อสนับ สนุนความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงแหล่งทุน และองค์ความรู้ต่างๆ โดยบูรณาการความร่วมมือและใช้กลไกทุกภาคส่วนของจังหวัดในการขับเคลื่อนทั้งระบบ ประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ภาคเอกชน ได้แก่ สภาเอสเอ็มอีจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจัง หวัด สมาคม มูลนิธิ วิสาหกิจ ชุมชน และบริษัทประชารัฐ ภาคการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคล (มทร.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ในจังหวัด และภาคสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารพา ณิชย์ และธนาคารรัฐที่อยู่ในจังหวัด

ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขใน 3 ประเด็น ปัญหาหลักของเอสเอ็มอี คือ 1.การตลาด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ด้วยการรับรองระบบคุณภาพ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การได้ตรามาตรฐานฮาลาล และการสร้างแบรนด์โพรวินส์ โดยความร่วมมือกับบริษัทประชารัฐในการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออฟไลน์และแบบออนไลน์ ได้แก่ ผ่านเครือข่ายโทรทัศน์และวิทยุ

2.การเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยร่วมมือกับธนาคารให้ความรู้กับเอสเอ็มอีในการเตรียมตัวขอสินเชื่อธนาคาร และการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียว โดยการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการทั้งที่เข้าระบบแล้ว และยังไม่เข้าระบบให้ทราบแนวทางและการเตรียมตัวเพื่อสามารถเข้าถึงแหล่งทุนภาคสถาบันการเงินในอนาคตได้

3.การให้องค์ความรู้ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาพัฒนาหลัก สูตร เพื่อให้คนรุ่นใหม่สำเร็จออกมาเป็นผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีคุณภาพ รวมทั้งการสนับสนุนติดอาวุธทางปัญญาให้ผู้ประกอบการ ด้วยหลักสูตรการศึกษาไร้ปริญญาและบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมและอื่นๆ

ที่สำคัญคือการแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยร่วมมือกับธนาคารให้ความรู้กับเอสเอ็มอีในการเตรียมตัวขอสินเชื่อธนาคารและการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียว โดยการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการทั้งที่เข้าระบบแล้วและยังไม่เข้าระบบให้ทราบแนวทางและการ เตรียมตัวเพื่อสามารถเข้าถึงแหล่งทุนภาคสถาบันการเงินในอนาคตได้และการให้องค์ความรู้

นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประมาณ 3 ล้านราย มีส่วนแบ่งรายได้ในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประมาณ 39% แต่มีเอสเอ็มอีที่เข้าสู่ระบบเพียง 1 ล้านราย แบ่งเป็นเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ประมาณ 600,000 ราย และเป็นเอสเอ็มอีที่อยู่ในระบบของธนาคารซึ่งมีการจัดทำบัญชีเดียวอย่างถูกต้องประมาณ 4.68 ล้านราย

ขณะที่เอสเอ็มอีที่เหลืออีก 2 ล้านรายไม่ได้อยู่ในระบบ ทำให้การขอสินเชื่อเพื่อดำเนินการธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวนมากยังไม่สามารถที่จะทำได้ เห็นได้จากวงเงินสินเชื่อสำหรับเอสเอ็มอีที่ภาครัฐมีการจัด สรรให้กว่า 150,000 ล้านบาท มีเอสเอ็มอีที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ไม่กี่หมื่นรายเท่านั้น ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวนอกจากจะสนับสนุนอาชีพเดิมของเอสเอ็มอีอยู่แล้ว ยังสามารถให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นสามารถมาเข้าระบบและเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างดีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การสร้างแบรนด์โพรวินส์จะต้องผ่านองค์ความรู้และมีการเข้าถึงตลาดอย่างดีที่สุด รวมถึงติดตามอย่างใกล้ชิดในขั้นตอนการทำบรรจุภัณฑ์ที่มีความสอดคล้องกับสินค้า ดูตลาดว่าจะขายที่ไหนได้บ้าง ต้องมีการติดปีกทางการตลาด รวมถึงสัญลักษณ์ในการการันตีแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น อย. ฮาลาล หรืออื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

"เราจะต้องทำสินค้าที่เป็นของดีของเด่นในจังหวัดนั้นๆ แต่ไม่ใช่การให้ผู้ประกอบการกระจายเป็นไปแย่งชิงตลาดกันเอง แต่ต้องเป็นการให้ทำภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เป็นแบนด์เดียว กันภายใต้แบรนด์โพรวินส์ โดยจะสั่งจัดทำจากกลุ่มผู้ผลิตในชุม ชนในแหล่งต่างๆ โดยกำหนดมาตรฐานกลางและทำการโฆษณาว่าเป็นของดีของเด็ดที่สุดในจังหวัดนั้นๆ ที่มีมาตรฐานเดียวกัน และมีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทยเท่านั้น สร้างเรื่องราวให้กับสินค้ารวมถึงทำตลาดในด้านต่างๆ ด้วย"

ทั้งนี้ การร่วมมือกับเอกชนหรือหน่วยงานขนาดใหญ่ มุ่งหวังว่าจะใช้บริษัทต่างๆ ที่เข้าร่วมกับประชารัฐเป็นตัวกลางที่จะขายสินค้าให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากบริษัทเหล่านั้นซื้อของไม่มีภาษีได้ แต่ขายของมีภาษีได้ ก็จะใช้ข้อได้เปรียบในส่วนนี้เป็นการดำเนินงาน ขณะที่การขายออกนอกจังหวัดก็จะส่งไปเพียงสินค้าตัวเดียว และเป็นบริษัทตัวแทนเดียวเข้าไปขาย เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันกันโดยผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมนอกเหนือจากจะได้การผลิตสินค้าเดิมที่เคยผลิตอยู่แล้วก็จะมีตัวช่วยในการขยายตลาดเข้ามาด้วย ซึ่งหากมีความสนใจเพิ่มมากขึ้นรายได้ก็จะมาจากคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง