คอลัมน์: โลกใบใหม่: 'เกาะสีชัง' การพลิกฟื้นสู่ความยั่งยืน ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 5 มกราคม 2562 00:00:20 น.
อภิชาต ทองอยู่
tapichart@hotmail.com

เมื่อเร็วๆ นี้ 2 มหาวิทยาลัย ม.บูรพา จับมือ พาณิชยนาวี ม.เกษตร (ศรีราชา) ลงพื้นที่เกาะสีชัง จัดทำแผนปฏิบัติการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการพัฒนายั่งยืนให้กับเกาะสีชัง ตามแนวทางที่คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ชี้แนะ ปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลา 6 เดือน โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งจะศึกษาสภาพภูมิประเทศ สภาพเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของเกาะสีชังจากการใช้พื้นที่จริงปัจจุบัน เพื่อนำมาปรับสร้าง "ปฏิบัติการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม" ของเกาะสีชัง

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกาะสีชัง ได้ชี้ปัญหาการขนส่งทางทะเลที่หมักหมมมานาน ต้องการจัดระเบียบทั้งเรือประมง เรือสินค้า การจัดการท่าเรือ การจอดเรือ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งความร่วมมือระหว่างคณะภูมิศาสตร์สารสนเทศ ม.บูรพา กับคณะพาณิชยนาวี ม.เกษตร วิทยาเขตศรีราชาครั้งนี้ เป็นไปตามมติของคณะทำงาน EEC HDC ที่สำรวจพบว่าเกาะสีชังเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญทางทะเลของภาคตะวันออก มีการขนส่งทางเรือขนาดใหญ่จากทั่วโลก อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมมีมูลค่าสูงกว่าสามแสนล้านบาทต่อปี ปฏิบัติการพัฒนาเกาะสีชังที่จะดำเนินการครอบคลุมการพัฒนาทุกระบบ ตั้งแต่การขนส่งทางทะเลไปจนถึงการจัดระเบียบเรือสินค้า และการพัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยวยุคใหม่ในครั้งนี้ มุ่งจะสร้างฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน บนพื้นฐานความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นกับสถาบันผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ EEC จะสนับสนุนอย่างเป็นระบบต่อไป

หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 14 (มทบ.14) และเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ผ่านงานวิจัย "แผนพัฒนาเกาะสีชังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ" เสนอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมกับเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยชี้ว่า หากยกระดับเกาะสีชังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดชลบุรีจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าในภูมิภาคอินโดจีน และศูนย์รวมเรือเดินสมุทรจากทั่วโลก ที่จะดึงเงินตราจากการใช้จ่ายในฐานะเมืองปลอดภาษีเพิ่มขึ้นได้หลายแสนล้านบาทต่อปี

งานวิจัยดังกล่าวชี้ถึงประโยชน์ที่เกาะสีชังจะได้รับ จากการพัฒนาพื้นที่บนเกาะสีชังและหมู่เกาะโดยรอบ ซึ่งนอกจากจะสร้างงาน สร้างรายได้จากโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการจำหน่ายสินค้าโอท็อปแล้ว ยังจะทำให้จังหวัดชลบุรีกลายเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าทางทะเล และเส้นทางผ่านของการเดินเรือขนส่งสินค้าในภูมิภาคอินโดจีนที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีเรือสินค้าประเทศต่างๆ เข้ามาจอดขนถ่ายสินค้าเพื่อการส่งออกและนำเข้ากว่าหมื่นลำต่อปี เกาะสีชังจึงมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ (อยู่ไม่ไกลจากสนามบินอู่ตะเภา)

การจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้ความร่วมมือของ 2 มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ จะช่วยฟื้นโอกาสที่เคยเสียไปช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ให้พลิกฟื้นก้าวหน้าขึ้นใหม่ในกระแส EEC ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและท้องถิ่นมีฐานะดีขึ้น สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดย่อม (SMEs) ในพื้นที่ เพื่อพัฒนาสินค้ากระจายไปสู่ตลาดในภูมิภาคต่างๆ คู่กับการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ทั้งด้านสินค้า บริการ และการท่องเที่ยว ซึ่งจะสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าสู่การพัฒนายุคใหม่ ที่มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน มีการเสริมสร้างอาชีพใหม่ๆ ในห่วงโซ่โลจิสติกส์และการพาณิชยนาวี ทุกวันนี้เกาะสีชังมีคนนอกพื้นที่ได้เข้ามาทำงานประจำและเช้าไปเย็นกลับ รวมทั้งมีกลุ่มลูกเรือที่เดินทางมาพร้อมเรือสินค้าจำนวนมาก แต่ยังขาดพื้นที่และสถานที่ในการจับจ่ายใช้สอย แม้สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ปัจจุบันได้รับการยกเว้นภาษีในพื้นที่ จะสามารถสร้างรายได้เข้าพื้นที่สูงถึงกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปีก็ตาม

ยังไม่นับรวมความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงจากเรือสินค้าที่เข้ามาจอดทอดสมอ ที่ว่ากันว่ามูลค่านับหมื่นล้านบาทต่อปี

ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่ถูกละเลยมานาน วันนี้เกาะสีชังจึงเป็นพื้นที่เป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนายุคใหม่ จากทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นความสำคัญ ที่มีภาคปฏิบัติการในการสร้างการพัฒนาเชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษอีอีซี รองรับความก้าวหน้าเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นเกาะสีชังทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากรประจำเรือ กลุ่มงานทางทะเลและโลจิส ติกส์ทางเรือ เนื่องจากเกาะสีชังเป็นพื้นที่จอดเรือสินค้าจำนวนมาก หากยกระดับการศึกษาในด้านนี้จะแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ให้หมดไป โดยเฉพาะด้านอาชญากรรมทางทะเลขณะเดียวกัน เด็กนักเรียนบนเกาะสีชังและใกล้เคียง สามารถเรียนจบมีงานรองรับในทันที ไม่ต้องไปประกอบอาชีพที่ไหนอีกต่อไป

การจับมือของ 2 มหาวิทยาลัยภายใต้การสนับสนุนของ EEC ในปฏิบัติการฟื้นเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเกาะสีชังครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งในการสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น พลิกฟื้นจากความสิ้นหวังสู่โอกาสและการท้าทายครั้งใหญ่ ในกระแสพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่จะร่วมขับเคลื่อน 'เกาะสีชัง' สู่ความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว ที่ท้องถิ่นจะมีบทบาทอย่างแท้จริงต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง