คอลัมน์: ท่านขุนน้อย: เมื่อช้างศึกกลายเป็นช้างไม้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 8 มกราคม 2562 00:00:22 น.
ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่

โชคดี...ที่ไม่ได้ดูถ่ายทอดสดบอลไทยเตะกับอินตะระเดีย ในรายการเอเชียนคัพ 2019 เมื่อวันวานที่ผ่านมา ด้วยเหตุเพราะเริ่มง่วงเหงาหาวนอนตามประสาคนแก่ คนชรา ตั้งแต่ยังไม่ทันจะหัวค่ำ ก็เลยไม่ถึงกับต้องเจ็บปวด รวดร้าว ทรมาน ทรกรรม อะไรกันมากมาย กับการที่นักเตะระดับรองบ่อนอย่างอินเดีย ไล่ขยี้ช้างศึกจนกลายเป็นช้างไม้ ไปถึง 4 ประตูต่อ 1...

คือถ้ายังคงถ่างตา นั่งบิดไป-บิดมา ไปจน 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม...เผลอๆ อาจถึงขั้น หลับไม่ลง ต้องนอนคิดอะไรต่อมิอะไรไปยันหัวรุ่งเอาเลยก็ไม่แน่ เพราะการที่ทีมซึ่งเคยได้ชื่อว่า หมูสนาม มาโดยตลอดอย่างอินตะระเดีย ได้กลายสภาพเป็นหมูป่า หมูเขี้ยวตัน ไล่ขวิดช้างศึกแบบแพ้ขาด-ชนะขาด ไปถึงระดับ 4 ประตูต่อ 1 อันนี้ต้องเรียกว่า...จะแค่หันไปด่าช้าง ด่าควาญช้าง หรือด่าเจ้ากรมช้าง อย่างท่านนายกฯ สมยศ ช่องเจ็ดสี เพียงลำพังล้วนๆ มันคงไม่ถึงกับครบถ้วนกระบวนความซักเท่าไหร่ หรือคงหนีไม่พ้นต้องหันไปศึกษา ค้นคว้า ใคร่ครวญพิจารณา ถึงคู่แข่งอย่างอินตะระเดียเขาด้วยว่า เหตุใดถึงได้แปรสภาพตัวเองจาก หมูน่อยธรรมดา กลายมาเป็น หมูเขี้ยวตัน ได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น...

เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว...ไม่ใช่แต่แค่กีฬายอดนิยมอย่าง ฟุตบอล เท่านั้น กีฬาลูกขนไก่อย่างแบดมินตัน รอบไฟนอล 2018 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ไม่เพียงแต่บรรดานักแบดฯ อินตะระเดียจะโผล่ขึ้นมาเป็นแผงๆ มือกระบี่ประเภทเดี่ยวหญิง แห่งอินเดีย อย่าง พี.วี.สินธุ ที่กลายเป็นดาวรุ่ง พุ่งแรง ยกระดับตัวเองขึ้นเป็นมือวางอันดับ 5 ในกีฬาประเภทนี้ ยังอาศัยความสูงยาว เข่าดี ความแข็งแกร่ง บึกบึน ตามแบบฉบับลูกหลานเจ้าแม่กาลี โค่นจีน โค่นญี่ปุ่น หรือกระทั่งโค่น น้องเมย์ ของเรา คว้าตำแหน่งแชมป์หญิงเดี่ยว ไฟนอล 2018 ไปครอง ได้อย่างน่าตื่นตะลึง พรึงเพริด...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...การปรับตัว ปรับสภาพ จากความเป็นหมูน่อยธรรมดาไปสู่ความเป็นหมูป่า หมูเขี้ยวตัน ของอินตะระเดียนั้น คงไม่ได้มีอยู่แต่เฉพาะกีฬาฟุตบอลเพียงอย่างเดียวล้วนๆ แต่หลายต่อหลายกีฬาได้ส่งสัญญาณให้เห็นถึงการปรับเนื้อ ปรับตัว อย่างเห็นได้โดยชัดเจน หรือถ้าจะว่าไปแล้ว...ไม่ใช่แต่เฉพาะ การกีฬา เท่านั้น กระทั่งการเมือง เศรษฐกิจ ไปจนถึงการทหารเอาเลยโน่นแหละ อินเดียเขามุ่งที่จะปรับแล้ว ปรับอีก มาโดยตลอด จากที่เคยมีคนยาก-คนจน จำนวนถึง 90 เปอร์เซ็นต์ในประเทศ เมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่แล้ว มาถึงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ คือปี ค.ศ.2015 จำนวนคนจนเขาเหลืออยู่ แค่ 22 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง โดยจะต้องรูดปรื๊ดๆ แบบ กดปั๊บ-รับห้าร้อย หรือ เกิดปั๊บ-รับแสน หรือไม่ อย่างไร อันนั้นคงต้องไปศึกษากันเอาเอง...

ยิ่งยุคหลังๆ มานี้...อีนี่แขกมาแรง แซงโค้ง เอามากๆ เลยล่ะนายจ๋า มีการงัดเอาวิสัยทัศน์ มาตรการ โครงการ ต่างๆ นานาออกมาขับเคลื่อนอินเดียกันอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ ไม่ว่าโครงการ Digital India-2015  ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้บรรดาชาวอินตะระเดียไม่น้อยกว่า 140 ล้านคน สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินบนโทรศัพท์มือถือได้ภายในปี ค.ศ.2020 และสามารถดลบันดาลให้ชาวอินเดียไม่น้อยกว่า 75 ล้านคนเล่าเรียนศึกษาผ่านทางระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องจมปุ๊กอยู่ในห้องเรียน แม้ว่าอินเดียทุกวันนี้ จะกลายเป็นประเทศที่ผลิตนักศึกษาแพทย์และวิศวกรมากที่สุดในโลกไปแล้วก็ตาม ไปจนถึงโครงการ สาครมาลา (Sagarmala Project) ที่กะจะพัฒนาท่าเรือและระบบขนส่งทางทะเลตลอดแนวความยาว 7,500 กิโลเมตร เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมตะวันตกกับตะวันออกให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่ให้เกิดช่องว่างสูงๆ ต่ำๆ รวยกระจุก-จนกระจายมากมายเกินไปนัก เพิ่มงบประมาณให้ กระทรวงแปรรูปอาหาร เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อหาทางทำให้อินเดียกลายเป็น แหล่งผลิตอาหารโลก เตรียมพัฒนาคุณภาพแรงงานที่มีอายุเฉลี่ย 30 ปี จำนวน 400 ล้านคน ภายในช่วงระยะ 5 ปี ให้กลายเป็นตัวขับเคลื่อน New India-2022  ให้จงได้ ฯลฯ...

ในเมื่อเขามาแรง แซงโค้ง ถึงขั้นนี้...ก็จึงถือเป็นเรื่อง ไม่แปลก ที่ ช้างศึก ของเราเลยต้องถูก หมูขวิดตาย ในช่วงเริ่มต้นปีหมูอย่างอเนจอนาถเอามากๆ คือพูดง่ายๆ...มันคง

ไม่ใช่เป็นเพราะ มิโลวาน ราเยวัช โค้ชเซอร์เบียของเรา หมดน้ำยา หมดน้ำอิ๊ว แบบฉับพลัน-ทันที หรืออาจไม่ใช่แค่เพราะ สมยศ ช่องเจ็ดสี นายกสมาคมฟุตบอลของเรา เอาเวลาไปทำ ไซด์ไลน์ อย่างอื่นแต่เพียงลำพังเท่านั้น แต่มันน่าจะเป็นเพราะ ประเทศไทยทั้งประเทศ นั่นแหละ ที่ออกจะ ช้า กว่าเขา ทั้งระบบทั้งกระบวนการเลยย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องถูกเบียด ถูกแซง แถวๆ โค้งวัดเบญจะกันจนได้...

สรุปรวมความแล้ว...ก็อย่าถึงกับต้องไปเจ็บปวด รวดร้าวทรมาน อะไรมากมายนัก หรืออย่าต้องไปเสียเวลา โยนบาป ให้กับผู้หนึ่ง ผู้ใด เป็นการเฉพาะ สู้หันมาเอาความเจ็บปวด รวดร้าว ความแค้น ความทรมาน มาแปรสภาพให้กลายเป็น พลัง ให้เร็วที่สุดให้จงได้ น่าจะเหมาะกว่าเป็นไหนๆ ร่วมหาทางทำให้อะไรต่อมิอะไรที่มันเป็นสาเหตุ ต้นเหตุ ที่ทำให้เกิดอาการ ช้าไป อะไรที่ออกไปทางยึกๆ ยักๆ ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก มาโดยตลอด ไม่ว่าจะในแง่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม สูญสลายหายไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อันนั้นนั่นแหละ...ที่อาจพอช่วยให้ ช้างศึก กลับมาเป็นช้างที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ได้อีกครั้ง...

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Garry Marshall ... It's always helpful to learn from your mistake because then your mistake seem worthwhile.- การเรียนรู้จากความผิดพลาดช่วยเราได้เสมอ เพราะอย่างน้อย...ก็ทำให้ความผิดพลาดนั้นๆ กลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่า...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง