เผยออสซีส่อให้'หญิงซาอุฯ'ลี้ภัย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 9 มกราคม 2562 00:00:30 น.

ไทยโพสต์ * เอเอฟพีเผย ออสเตรเลียแสดงท่าทีรับพิจารณาคำร้องขอลี้ภัยหญิงซาอุฯ ตามหลักมนุษยธรรม ด้าน "บิ๊กโจ๊ก" ยกทีมบิ๊ก ตม.คุยอุปทูตซาอุฯ ยันทั้งสองประเทศเน้นความปลอดภัย  พร้อมปัดยึดพาสปอร์ต ขณะที่พ่อ-พี่ชาย "ราฮาฟ" มาไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 8 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. และ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 เดินทางเข้าพบนายอับดุลลอฮ์ มูฮัมหมัด อัลชุเอบี้ อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เพื่อหารือกรณี น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัล-กูนุน หญิงชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี ที่หลบหนีการแต่งงานผ่านเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการพูดคุยหารือผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ทั้งสองประเทศมีจุดมุ่งหมายในลักษณะเดียวกัน คือเน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะซาอุฯ ซึ่งอุปทูตกล่าวว่าการทำงานของ สตม., รัฐบาลไทย และกระทรวงการต่างประเทศของไทยเมื่อวานนี้ (7 มกราคม) ถือเป็นที่น่าพึงพอใจ อีกทั้งเห็นด้วยกับแนวทางที่ทำมา เพราะรัฐบาลซาอุฯ มีความประสงค์เหมือนกันที่ต้องการดูแลความปลอดภัยให้หญิงสาวผู้นี้มีความสบายใจ ความปลอดภัยและไม่เกิดความกังวลใจ เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดจนถึงขณะนี้เป็นความประสงค์ของน.ส.ราฮาฟที่ต้องการให้ยูเอ็นเอชซีอาร์เข้ามาดูแล

ผบช.สตม.กล่าวว่า คุณพ่อและพี่ชายของ น.ส.ราฮาฟจะเดินทางมายังประเทศไทยในวันนี้ ซึ่งตนจะทำหน้าที่ประสานผ่านทางยูเอ็นเอชซีอาร์เพื่อที่จะให้เข้าไปพูดคุย ส่วนจะคุยได้หรือไม่นั้นเป็นสิทธิ์ของ  น.ส.ราฮาฟ ซึ่งในส่วนนี้คุณพ่อและพี่ชายก็คงอยากให้ยูเอ็นเอชซีอาร์ฟังข้อมูลทั้ง 2 ด้าน เพื่อต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการพิจารณา โดยใช้ระยะเวลาในกรอบ 5 วันเพื่อดำเนินการต่อไป

ด้าน ฯพณฯ อับดุลลอฮ์ อัลชุเอบี้ (H.E. Mr.Abdulelah Alsheaibie) อุปทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย สถานเอก อัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธเนื้อหาที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดียว่าสถานทูตฯ ได้ยึดหนังสือเดินทางของ น.ส.ราฮาฟไว้ ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และขอยืนยันว่าราชอาณา จักรซาอุดีอาระเบียมิได้ร้องขอให้นำตัว น.ส.ราฮาฟกลับประเทศแต่อย่างใด สถานทูตฯ ยินดีให้ความดูแลและห่วงใยต่อเรื่องดังกล่าว

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทางการออสเตรเลียแสดงท่าทีเมื่อวันอังคารว่าพร้อมจะรับพิจารณาคำร้องขอลี้ภัยของ น.ส.ราฮาฟ โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งของกระทรวงมหาดไทยเผยกับเอเอฟพีว่า ออสเตรเลียยินดีที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ กำลังประเมินคำ ร้องขอลี้ภัยของเธอ และทันทีที่กระ บวนการนี้ได้ข้อสรุป ออสเตรเลียก็พร้อมจะรับพิจารณาคำร้องของอัล-กูนุนอย่างรอบคอบ เพื่อออกวีซ่าด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม

เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ไทยไม่ได้ลงนามอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยของยูเอ็น ทำให้ผู้ขอลี้ภัยที่อยู่ในไทยมักถูกเนรเทศหรือต้องรอนานหลายปีกว่าจะได้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 ขณะที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ยืนกรานว่าบุคคลใดก็ตามที่ต้องการขอลี้ภัย ไม่ควรถูกส่งกลับประเทศที่บุคคลนั้นหนีจากมา โดยต้องเป็นไปตามหลักการห้ามผลักดันกลับไปเผชิญอันตราย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง