ฟันดต.ทุจริตออกวีซ่าต่างชาติ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 00:00:05 น.

สตช. * บิ๊กโจ๊กแถลงจับลูกน้องยศ ด.ต.ทุจริตต่อหน้าที่ รับจ้างประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อให้ต่างด้าวลักลอบอยู่ในไทย สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 9 มกราคมนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., นายดนย์วิศว์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองตรวจลงตราและเอกสารเดินทางคนต่างด้าว ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขบวนการต่างชาติใช้หนังสือเดินทางที่ประทับตราโดยผิดกฎหมายเพื่อลักลอบอยู่ในประเทศไทย และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ลักลอบประทับตราโดยผิดกฎหมายชาวแอฟริกา จำนวน 5 ราย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยว่า ปัจจุบันมีคนร้ายต่างชาติแฝงตัวมาในรูปแบบนักท่องเที่ยว และใช้ประเทศไทยเป็นที่กบดานหรือเป็นทางผ่าน จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ขึ้นมาทำหน้าที่สืบสวนปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งต่อมาได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ว่ามีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ยศ "ด.ต." สังกัด ตม.ทอ. ทำหน้าที่ตรวจอนุญาตบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ได้บันทึกข้อมูลการตรวจอนุญาตการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยบุคคลต่างด้าวมิได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจริง แต่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยพนักงานเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

จากนั้น บก.ตม.2 ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองคนดังกล่าว หลังจากนั้น ศปชก.ตร.ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลจับกุมบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และจับกุมขบวนการต่างชาติใช้หนังสือเดินทางที่ประทับตราโดยผิดกฎหมายเพื่อลักลอบอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด กระทั่งเข้าทำการจับกุม 1.นายโอลาวาเล ราอิมี อายุ 33 ปี สัญชาติไนจีเรีย 2.นายโจนาส ซิลวา อายุ 39 ปี สัญชาติกินีบิสเซา 3.นายริเชส อองบอนนา โอนู  อายุ 44 ปี สัญชาติไนจีเรีย 4.นายชาโพ ซูมา อายุ 39 ปี สัญชาติแอฟริกาใต้ และ 5.นายโอควาทารา เบน อิบราฮิม อายุ 21 ปี สัญชาติโกตดิวัวร์

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายมีการกระทำความผิด 2 ลักษณะ คือผู้ต้องหา 1 คน ถือหนังสือเดินทางมากกว่า 1 เล่ม โดยแต่ละเล่มเป็นหนังสือเดินทางคนละประเทศกัน อีกทั้งหนังสือเดินทางแต่ละเล่มนั้นมีข้อมูล ชื่อ นามสกุล สัญชาติ และรายละเอียดอื่นๆ แตกต่างกัน แต่ภาพใบหน้าซึ่งปรากฏในหนังสือเดินทางแต่ละเล่มกลับเป็นบุคคลเดียวกัน เมื่อตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึก ประกอบกับการประทับตราอนุญาตในหนังสือเดินทางเล่มที่ผู้ต้องหาถือเล่มล่าสุดแล้วพบว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางเข้าหรือออกประเทศตามที่มีการประทับตราอนุญาตแต่อย่างใด

อีกกรณีคือผู้ต้องหา 1 คน ถือหนังสือเดินทาง 1 เล่ม ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ปรากฏว่ามีการประทับตราเดินทางออกนอกประเทศไทยและเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งเมื่อตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกแล้ว พบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เดินทางเข้าหรือออกประเทศตามที่มีการประทับตราอนุญาตแต่อย่างใด

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ทอ. ที่เข้าไปมีส่วนในการกระทำความผิด ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณา ส่วนการกระทำความผิดพบว่าเคยก่อเหตุรับประทับตราตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว 12 ครั้ง ครั้งละ 5,000 บาท.

บรรยายใต้ภาพ
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.แถลงจับดาบตำรวจในสังกัดทุจริตต่อหน้าที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง