ข่าวอินโฟเควสท์
16:33 "จีน-สหรัฐ-รัสเซีย"เสร็จสิ้นการหารือประเด็นกระบวนการสร้างสันติภาพในอัฟกานิสถาน   ผู้แทนของจีน สหรัฐ และรัสเซีย ได้เสร็จสิ้นการประชุม 2 วันเกี่ย…
16:21 สธ.แนะช่วงหน้าร้อนเพิ่มผักผลไม้วิตามินซีสูงและออกกำลังกาย เสริมภูมิคุ้มกันโรค   นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผว่า ช่วงนี้ อากา…
15:52 (เพิ่มเติม) อัฟกานิสถานเผยพลเรือนอย่างน้อย 10 คนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในจังหวัดคุนดุซ   เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอัฟกานิสถานเปิดเผยในวันนี้ว…
15:23 กสิกรฯคาดกรอบดัชนีหุ้นไทย 1,625-1,675 จุด ติดตามผลเลือกตั้งไทย-ถ้อยแถลงจนท.เฟดระดับสูง-การเจรจาการค้าสหรัฐและจีน-BREXIT   ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คา…
14:43 เลือกตั้ง'62: พปชร.บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคก่อนขึ้นรถแห่รอบกรุงปิดท้าย "อุตตม"รับมีคุยนอกรอบพรรคการเมืองอื่นแล้ว   เมื่อช่วงเช้าที่ผ่าน…

คอนเน็กซ์-อีดี พัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 00:00:50 น.

การศึกษาคือสิ่งที่สร้างการเรียนรู้ให้กับเยาวชนของประเทศ และเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมขับเคลื่อนกลไกการปฏิรูปการศึกษาในโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน-คอนเน็กซ์-อีดี (CONNEXT ED) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) หนึ่งในคณะสานพลังประชารัฐเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2559 โดยบ้านปูฯ ได้เข้าร่วมเป็น 1 ใน 21 องค์กรใน "การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา"

"กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่บ้านปูฯ ให้ความสำคัญมาตลอด คือการพัฒนาการศึกษาของไทย เยาวชนยังขาดโอกาสในการศึกษา ในขณะเดียวกัน ในยุคที่โลกมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมด้านแรงงานที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความก้าวหน้าของประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมยินดีที่บ้านปูฯ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ CONNEXT ED และมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันและสร้างมาตรฐานการศึกษาไทยให้ก้าวล้ำนำหน้าต่อไป"

นายชนินท์กล่าวว่า พนักงานจิตอาสาจากบ้านปูฯ ในฐานะ School Partner จำนวน 12 คน ลงพื้นที่ร่วมจัดทำแผนพัฒนาโรงเรียนและแผนพัฒนากิจกรรมสำหรับนักเรียนร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน คณะอาจารย์ และคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ ก่อให้เกิดการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ไปจนถึงโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับครู เพื่อปรับวิธีการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ โครงการจัดการเรียน-การสอนตามแนวทางโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง School Partner จากบ้านปูฯ บุคลากรของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บวกกับแรงสนับสนุนจากผู้บริหารของบริษัทบ้านปูฯ โดยนำอาจารย์จากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม มาจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อแนะนำวิธีการสอนแบบใหม่ (Active Learning) ให้กับครูที่สอนระดับประถมศึกษากว่า 100 คน จาก 11 โรงเรียนที่เปิดสอนในระดับประถมศึกษาที่บ้านปูฯ ให้การสนับสนุนอยู่ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ถึงตุลาคม 2561 จำนวนรวม 23 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและปรับวิธีการสอนของอาจารย์ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ลงมือทำและได้ใช้กระบวนการคิดโดยการนำเกมและกิจกรรมเข้ามาบูรณาการ

นอกจากพนักงานจิตอาสาจากบ้านปูฯ มีส่วนร่วมตกผลึกทางความคิดพัฒนากิจกรรมที่ก่อประโยชน์อย่างหลากหลายให้เกิดแก่โรงเรียนและสังคมแล้ว พวกเขาเหล่านี้ยังได้ฝึกภาวะผู้นำ (Leadership) ในการทำงานร่วมกับบุคลากรจากหน่วยงานภายนอก และยังได้รับโอกาสเข้าร่วมการอบรมกับ School Partner จากบริษัทเอกชนอื่นๆ นับเป็นผลพลอยได้ที่ทำให้พนักงานมีความแข็งแกร่ง มีความคุ้นเคยกับการทำงานในระดับที่กว้างขึ้น และเรียนรู้ที่จะนำความคิดสร้างสรรค์มาก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโครงการ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ

นายประชา แสนเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนโพนงามโพนสวาง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า แนวทางการเรียนการสอนแนว ใหม่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง แต่ที่ขาดไม่ได้คือ การติดอาวุธให้ครูผู้สอน ดังนั้น การพัฒนาครูผู้สอนถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากความรู้ที่ได้ถ่ายทอดไปถึงนักเรียนด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ครูที่ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในโครงการจัดการเรียน-การสอน ก็ยังสามารถต่อยอดความสามารถของตนเองในการเป็นผู้รู้เพื่อส่งต่อความรู้ที่ตนได้รับไปยังครูผู้สอนท่านอื่นๆ ในพื้นถิ่นของตนเอง

โครงการนี้เป็นการต่อยอดการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งบ้านปูฯ ยังคงมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะค่อยๆ สร้างระบบการศึกษาแบบใหม่ขึ้นในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลสัมฤทธิ์ต่อการเรียนรู้ต่อยอดของเยาวชนไทยผู้เป็นอนาคตของชาติต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง