ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติเด็กบ้านนอกเดินมาไกลบนถนนดนตรี พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี

ข่าวบันเทิง 19 มกราคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี พ.ศ.2559 อดีตสมาชิกวงคาราบาว แอ๊ด ยืนยง โอภากุล หัวหน้าวง ปัจจุบันผู้จัดรายการวิทยุคลื่นความคิด FM 95.5 อสมท วิทยากรประจำรายการ คุณพระช่วย ของเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์ จบการศึกษาวิทยาลัยการศึกษาปทุมวัน และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สอนดนตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาลัยครูจันทรเกษม เป็นศิลปินรับเชิญที่เป่าขลุ่ยขับกล่อมในพิธีมอบโล่รางวัลครูดีไม่มีอบายมุข และโรงเรียนดีไม่มีอบายมุข เป็นกิจกรรมที่ช่วยการป้องกันแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศชาติ ความเสียหายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เล่นการพนัน บรรยายใต้ภาพ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี พ.ศ.2559

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มางานนี้เป็นประจำทุกปี งานที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าต่อบ้านเมือง ท่านมีค่าต่อแผ่นดิน มีบทบาทในการสร้างสรรค์เด็กให้เป็นคนดี ความเป็นมงคล ผมขอนำเสนอบทเพลงที่เคยเป่าขลุ่ยถวายหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อปี 2555 ท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้เกิดทันไหมครับ (หัวเราะ) ผมเป็นคนบ้านนอก เกิดที่ ต.หัวป่า จ.สิงห์บุรี มีเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ครัวหัวป่า ผมเป็นเด็กบ้านนอก โตที่ท้องไร่ท้องนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือเป็นควาย ผมเดินมาไกลบนถนนดนตรี พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี ผมได้ครูดี ผมถึงได้ดีมาถึงทุกวันนี้ ใครจะคิดบ้างว่าเด็กบ้านนอกมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร ผมขอมอบเพลงอันเป็นมงคล ความฝันอันสูงสุด บทเพลงพระราชนิพนธ์ (ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ในชุดเสื้อผ้าสีดำ เริ่มเป่าขลุ่ยสีม่วง)

บทเพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด" ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู่ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียหายชีวาถ้าสิ้นไป นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรม์อันสดใส ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย

ผมมีครูดีคือพ่อแม่ พ่อผมเป็นครูอยู่ในโรงเรียนการช่าง ตอนนั้นยังไม่เป็นวิทยาลัยเทคนิค คุณแม่ผมขายข้าวแกง ท่านไม่เคยสอนแต่ท่านทำให้ดู การเล่นเพลงไทยเดิมให้จำตัวโน้ต ท่านสอนความเป็นสากลให้ อ่านโน้ตเป็นทำให้เล่นเพลงอะไรก็ได้ เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน เป่าเพลงขึ้นอีกเสียง ลงอีกเสียง ขาลงครึ่งเสียง ผมประทับใจเพลงนี้มาก พระองค์ท่านทรงวางรากฐานบทเพลง Blue ให้กับนักดนตรีไทย ครูดนตรีผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์มีอิทธิพลต่อผมเป็นอย่างมาก ผมแทรก Blue Note ลงในบทเพลง Made in Thailand ของวงดนตรีคาราบาว ในห้องประชุมนี้ใครเคยไปดูวงดนตรีคาราบาวบ้าง ไปตีกันหน้าเวทีหรือเปล่าครับ (หัวเราะ)

บทเพลงนี้ผมได้ตัวโน้ตจากบทเพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน ผมจะสาธิตให้ฟังนะครับ บทเพลงแสงเทียนเป่าครั้งแรกมีปัญหามากโดยเฉพาะโน้ตขึ้นเสียง พอเป็นเพลง Made in Thailand ขลุ่ยดู Modern นำสมัย ยุคนั้นเด็กเป่าขลุ่ยกันทั้งประเทศ เป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทย คนจะดีได้ เด็กจะดีได้ต้องมีครูดี ขอเชิญฟังเพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน ตอนนี้ผมรู้สึกโดดเดี่ยว ยืนอยู่ข้างบนเวทีมันเหงา อยากอยู่ใกล้ชิดกับครูดีไม่มีอบายมุข ผมขอลงไปข้างล่าง ขอจับมือหน่อย ขอจับมือครูดีไม่มีอบายมุข ขอตังค์ด้วย (หัวเราะ) ขอบคุณมาก ถ้าเป็นพระก็ถวายปัจจัย ครูดีต้องมีความสุข เป็นคนดีจำไว้ ไม่ต้องระวังหน้าระวังหลัง เราไปได้ทุกที่ ผมมีครูดีมาช่วยยืนถือไมโครโฟนให้ ผมไปเล่นเมืองนอกไม่ได้เล่นเพลงยาวถึงขนาดนี้ เขาปรบมือกันลั่น Hall แต่ครูที่นี่นั่งเงียบ ครูซึ้งผมเป่าขลุ่ย ตอนนี้ผมแทบจะหมดลมแล้ว ครูยังเงียบ ผมต้องการกำลังใจ (เสียงปรบมือดังก้องยาวนาน) ครูดีไม่มีอบายมุข 319 คนปรบมือให้กำลังใจแล้ว ครูนิพนธ์ นานา เจ้าของซอยนานา มาช่วยถือไมโครโฟนให้ผม ขอบคุณมากครับครู

เพลงคิดถึงมาก เพลงหนึ่งในร้อย พร้อมกับคำพูดที่อธิบายว่า เจอกันแล้วมีความสุข เจอครูได้รับรางวัล ครูดีเด่นได้ฟังการบรรเลงขลุ่ยแล้วร้องไห้ ด้วยความรู้สึกดีๆ ปีติ ผมร้องเพลงไปด้วยในบางคอนเสิร์ตที่ผ่านมา การเป่าเพลงพระราชนิพนธ์ทุกที่ เรียกน้ำตาคนฟัง เสียงขลุ่ยของผมไปตรงกับความรู้สึก บทเพลงนี้ขอมอบให้กับนักดนตรี ขอเสียงปรบมือ ผมไปเมืองนอก ผมใช้ชีวิตที่เป็นคนไทยที่นับถือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมบอกกับคนทุกที่ วันนี้โชคดีหลายชั้น ขอเป่าขลุ่ยเพลงหนึ่งในร้อยให้ครูดีไม่มีอบายมุข ครูดีมีความสุข เราไม่ต้องลงทุน ความสุขที่เกิดจากความสงบสุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี ชีวิตผมประสบปัญหามากมายกว่าจะมาถึงตรงนี้

เราเกิดมาไม่ได้มีความสุขอย่างเดียว เรามีความทุกข์มาด้วย เราเป็นคนดีต้องสร้างงานฝากทิ้งท้ายครูดีปีนี้ ความสุขที่เกิดจากความสงบ นึกถึงความสุขที่ผมบรรเลงขลุ่ย ให้สังเกตลมหายใจเบาๆ เราหายใจเข้า หายใจออก เมื่อมีปัญหา เมื่อมีความทุกข์ เรามีทางออก ให้นึกถึงวันนี้ นึกถึงเสียงขลุ่ยวิเศษ สบายๆ ความสุขที่เกิดจากความสงบเพราะเราทำความดี ขอบคุณมากครับ ธนิสร์ใช้ขลุ่ยที่เป็นลวดลายธงชาติ และสลับด้วยขลุ่ยสีฟ้าอ่อน ขับกล่อมครูและนักเรียนภายในห้องประชุมคุรุสภา ฯลฯ.

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 43 "ความฝันอันสูงสุด" พระราชนิพนธ์ใน พ.ศ.2514 ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เล่าไว้ในหนังสือ "ภิรมย์รัตน์" ว่า เมื่อตามเสด็จฯ ไปอยู่ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พ.ศ.2512 ได้รับพระราชเสาวนีย์จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้เขียนบทกลอนแสดงความนิยมส่งเสริมคนดีให้มีกำลังใจทำงานเพื่ออุดมคติเพื่อประเทศชาติ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดให้พิมพ์บทกลอนนี้ลงในกระดาษการ์ดแผ่นเล็กๆ พระราชทานข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และผู้ทำงานเพื่อประเทศชาติ เตือนสติมิให้ท้อถอยในการทำความดี เพราะบ้านเมืองขณะนั้นยุ่งอลเวง น่าเป็นห่วงอนาคตของประเทศชาติ

ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใส่ทำนองเพลงในคำกลอน "ความฝันอันสูงสุด" ดังที่เป็นเพลงพระราชนิพนธ์รู้จักกันแพร่หลายทุกวันนี้ นับเป็นเพลงพระราชนิพนธ์แรกที่ได้ทรงจากคำร้อง.

          เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ "แสงเทียน" Candle Light Blue ให้แก่สมาคม ดนตรีเป็นเพลงแรก จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้า สวดมนต์ค่ำเช้า ถึงคราวระทมทน         โอ้ชีวิตหนอล้วนรอความตายทุกคนหลีกไปไม่พ้นทุกข์ทนอาทรร้อนใจ ต่างคนเกิดแล้ว        ตายไปชด ใช้เวรกรรมจากจรนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง เสี่ยงบุญกรรมทุกคนเคยทำกรรม       ไว้ ก่อนเชิญปวงเทวดา ข้าไหว้วอนขอพรคุ้มไป ชีวิตหน้าทนทรมานมามากแล้วจะกราบลาหนีปวงโรคาที่เบียดเบียนแสงแววชีวา เปรียบแสงเทียนเปรียบเทียนสิ้นแสงยามแรงลมเป่าชีพดับอับเฉาเหมือนเงาไร้ดวงเทียน จุดเทียนถวายหมายบนบูชาร้องเรียนโรคภัยเบียดเบียนแสงเทียนทานลมพัดโบยโรครุมเร่าร้อนแรงโรยหวนโหยอาวรณ์อ่อนใจ ทำบุญทำทานกันไว้เถิดเกิดเป็นคน ไว้เตรียมผจญชีวิตใหม่ เคยทำบุญทำคุณปางก่อนใด ขอบุญคุ้มไป ชีวิตหน้าทนทรมานมามากแล้วจะกราบลาแสงเทียนบูชาจะดับพลันแสงเทียนบูชาดับลับไป.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ