ทุกคนคือคนสำคัญ ธ.ไทยเครดิตฯ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต มอบทุนการศึกษาให้บุตรหลานผู้ค้ารายย่อย

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 00:00:37 น.

"ใครไม่เห็น เราเห็น ทุกคนคือคนสำคัญ" ธนาคารไทยเครดติ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต มอบทุนการศึกษาให้บุตรหลานของผู้ประกอบการรายย่อย จำนวนรวมกว่า 1,000,000 บาท ที่ชนะเรียงความภายใต้หัวข้อชื่อ "ฮีโร่ของฉันอยู่ในตลาด" ในโครงการ "คิดเพื่อน้อง บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น” ปีที่ 2 ณ ธนาคารไทยเครดิตฯ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก

วิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ธนาคารไทยเครดิตฯ เข้าใจถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูกๆ จากเรียงความกว่า 900 เรื่อง ที่ส่งเข้ามาประกวดในโครงการ "คิดเพื่อน้อง บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น" ชิงทุนการศึกษา โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ "ฮีโร่ของฉันอยู่ในตลาด" ได้สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องดิ้นรน เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น มีหลายปัญหาที่ใครไม่เห็น แต่เราเห็น ตอกย้ำจุดยืนของธนาคาร ภายใต้แนวคิด "ทุกคนคือคนสำคัญ" จึงอยากมีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระหลัก และสนับสนุนด้านทุนการศึกษา โดยมีความเชื่อว่า การศึกษาที่ดีจะเป็นพื้นฐานการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ธนาคารฯมุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าให้สามารถเติบโตทางธุรกิจและมีคุณภาพชีวิตที่ดี"

ด้าน นายรอย ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เผยว่า "จากคำบอกเล่าของเยาวชน และจากที่ธนาคารได้ใกล้ชิดและให้บริการลูกค้ากลุ่มนาโนและไมโครไฟแนนซ์ ทำให้ธนาคารเข้าใจและมองเห็นว่า สิ่งจำเป็นหลักๆ ของลูกค้าคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต้องการให้บุตรหลานมีการศึกษาและมีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของธนาคารที่จะช่วยให้ความฝันของลูกค้าเป็นจริงให้ได้มากที่สุด”

โครงการ "คิดเพื่อน้อง บ่มเพาะลูกไม้ใต้ต้น" ปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ "ฮีโร่ของฉันอยู่ในตลาด" มีเรียงความจากเยาวชนไทยที่ส่งเข้ามาประกวดกว่า 900 เรื่อง เพื่อชิงทุนการศึกษาจำนวนรวมกว่า  1,000,000 บาท โดยผู้ชนะการประกวดแบ่งเป็น ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 10 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท ระดับมัธยมศึกษา จำนวน 10 รางวัลๆ ละ 20,000 บาท และระดับอุดมศึกษา จำนวน 10 รางวัลๆ ละ 30,000 บาท และรางวัลชมเชยสำหรับทุกบทความที่ส่งเข้าประกวด

ดย น้องก้านตอง-ด.ญ.ธันย์ชนก สมปาง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดบึงบัว หนึ่งในเยาวชนไทยที่ชนะการประกวดในครั้งนี้ เผยว่า "ฮีโร่ในความคิดของหนูจะต้องปกป้องคนดี ซึ่งคุณพ่อเป็นฮีโร่ของหนูค่ะ ที่คอยช่วยเหลือพวกเราในครอบครัว คุณพ่อเป็นเจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ค่ะ ถ้าวันไหนไม่ทำงานจะไม่มีรายได้ ทำให้คุณพ่อสอนหนูเรื่องการออมเงิน ต้องประหยัดมัธยัสถ์ และตั้งใจเรียน เพื่อที่จะได้มีเงินไว้ใช้ในยามจำเป็น โตขึ้นหนูอยากเป็นเชฟทำอาหารค่ะ อยากให้คนอื่นได้กินอาหารฝีมือหนูที่อร่อยและสะอาด" ด้านคุณพ่อธรรมรัตน์ สมปาง เผยถึงน้องก้านตองว่า "จะสอนให้เขาสามารถดูแลตัวเองได้ และยังสอนเรื่องของการออมเงินด้วย เพราะอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน อย่างน้อยถ้าเขารู้จักเก็บออม เขาจะได้มีทุนรอนสามารถทำอะไรที่เขาต้องการได้ ไม่ได้ตั้งความหวังไว้กับเขาว่าจะต้องเป็นอะไร เพียงแค่ต้องการให้สิ่งที่เขาอยากทำ อยากเป็น ประสบแต่ความสำเร็จเพียงเท่านั้น"

น้องแยมโรล-ด.ญ.พุทธชาด ศิลปานนท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี หนึ่งในเยาวชนไทยที่ชนะการประกวดในครั้งนี้ เผยว่า "ฮีโร่ในความคิดจะต้องเป็นคงเก่งอดทน และมีความพยายาม ซึ่งฮีโร่ในดวงใจของหนูคือคุณแม่ค่ะ คุณแม่มีคุณสมบัติตามนี้ทั้งหมด คุณแม่เป็นแม่ค้าเขียงหมู ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว เพราะคุณพ่อล้มป่วยนอนติดเตียง และจะสอนหนูเสมอว่าต้องมีความพยายาม มีวินัย และอดทน ซึ่งเป็นสิ่งที่หนูปฏิบัติมาตลอด อนาคตหนูอยากเป็นผู้บริหารในธุรกิจส่งออกเนื้อสัตว์ไปขายต่างประเทศ เพราะปัจจุบันคุณแม่เริ่มทำอยู่ รวมถึงอยากรับราชการทหารอากาศ ซึ่งเป็นความฝันของคุณพ่อค่ะ" ด้าน คุณแม่อุษา ศิลปานนท์ เผยว่า "ไม่คาดหวังตามใจว่าเขาชอบและอยากเป็นอะไร เพราะเขาเป็นเด็กดี แม่จะสอนให้เขามีความพยายาม ต้องทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด และทุกอย่างจะสำเร็จ ตั้งแต่คุณพ่อต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็ได้เขาและน้องที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการขายของ จนมีแต่คนชมที่เขาเก่ง ทำแทนเราได้หมดทุกอย่าง"

ส่วน น้องแท็ต-น.ส.สตรีรัตน์ บุญนำ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ หนึ่งในเยาวชนไทยที่ชนะการประกวดในครั้งนี้ เผยว่า "ลักษณะของผู้ที่จะเป็นฮีโร่ได้ ต้องแข็งแกร่ง อดทน มุ่งมั่น ซึ่งแม่หนูมีคุณสมบัตินี้ทั้งหมด แม่ขายอาหารตามสั่งค่ะ สู้ชีวิต สู้งานมาก และเป็นผู้ให้เสมอ อนาคตหากเป็นไปได้ หนูอยากสานต่อธุรกิจของแม่ ทำเป็นร้านอาหารดีๆ มีที่ทำมาหากินที่เป็นหลักแหล่ง ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ขายของ เพราะทุกวันนี้ร้านของแม่เป็นร้านรถเข็นที่อยู่ริมถนนค่ะ"

ใครไม่เห็น เราเห็น เพราะสำหรับธนาคารไทยเครดิตฯ ทุกคนคือคนสำคัญ Everyone Matters สามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ของธนาคารได้ที่ www.tcrbank.com หรือ www.facebook.com/TCRBank

ข่าวที่เกี่ยวข้อง