ป.ป.ช.คลอดมาตรการป้องกันโกงจีทูจี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 22 มกราคม 2562 00:00:05 น.

สนามบินน้ำ * เมื่อวันที่ 21 ม.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐจากโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยเป็นผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการศึกษาปัญหาการทุจริตเพื่อหามาตรการป้องกันการทุจริต ที่ศึกษาโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวแบบจีทูจี ปี 2554-57 ที่มีการทุจริตและสร้างความเสียหาย เพื่อศึกษาปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคตไม่ให้เกิดการทุจริตได้อีก

โดยข้อเสนอแนะด้านนโยบาย คือ 1.รัฐบาลต้องมีนโยบายชัดเจนที่มุ่งเน้น ช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง สามารถช่วยเหลือสินค้าเกษตรให้มีราคาสูงขึ้นโดยใช้กลไกของการเพิ่มตลาดและลดต้นทุนการผลิต 2.การระบายข้าวแบบจีทูจี ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็นโดยยึดหลักประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน 3.คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว  ควรกำหนดกรอบนโยบายและเป้าหมายของการบริหารจัดการเรื่องข้าวในแต่ละปีอย่างเหมาะสม

ส่วนข้อเสนอเรื่องการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ คือ 1.ขั้นตอนก่อนการระบายข้าว ควรให้ข้าราชการประจำของกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว เพื่อระบายข้าวอย่าง เหมาะสมภายใต้กรอบนโยบายและความ รับผิดชอบที่ชัดเจนของรัฐบาล 2.วิธีการ ระบายข้าว ควรให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพิจารณาระบายข้าวด้วยวิธีอื่น อาทิ การระบายข้าวให้บริษัทเอกชนในประเทศอย่างโปร่งใส ซึ่งจะต้องเป็นผู้ค้าข้าวจริงไม่ใช่นายหน้า

3.ขั้นตอนการพิจารณาสัญญาก่อนลงนามในสัญญาระบายข้าว ให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทำสัญญามาตรฐานเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศแบบจีทูจี โดยคำนึงถึงการตรวจสอบคู่สัญญาเกี่ยวกับสถานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลกลางที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ควรส่งมอบข้าวแบบหน้าคลังสินค้า และควรกำหนดวิธีการควบคุมเพื่อให้มีการส่งออกไปต่างประเทศจริง วิธีการชำระเงินควรชำระผ่านทางธนาคาร โดยวิธีเปิด Letter of Credit (L/C) ไม่ควรกำหนดราคามิตรภาพหรือราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และ 4.การเปิดเผยข้อมูลการขายข้าวแบบจีทูจีให้สาธารณชนทราบ โดยให้กรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยสัญญาจีทูจีทั้งฉบับ

หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะดำเนินการส่งข้อเสนอแนะดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 32 ของ พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง