ข่าวอินโฟเควสท์
00:08 เฟดแอตแลนตาคาดเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.6% ในไตรมาส 2   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศ…
23:59 สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องคาดการณ์   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ…
23:49 แฮกเกอร์ลักลอบเจาะระบบเครือข่ายกรมสรรพากรบัลกาเรีย   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้ลักลอบเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายของกรมสรรพากรบัลกาเรีย และส…
23:25 ดาวโจนส์พลิกร่วงหลุดนิวไฮ หลัง"ทรัมป์"เผยสหรัฐ-จีนเจรจาการค้ายังไม่คืบ   ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังประธานาธิบดี…
23:09 "คริสติน ลาการ์ด"ประกาศลาออกจากตำแหน่งผอ.IMF มีผล 12 ก.ย.   นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศลาออกจากตำแหน่…

คอลัมน์: อีโคโฟกัส: 'ชินวะ' เปิดบ้านพาชมนวัตกรรม 'รูแนะสุ'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 00:00:57 น.

"ระบบแยกฐาน จะมีช่องว่างเพื่อการเคลื่อนตัวหลายสิบเซนติเมตร โดยจะมีค่าการเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ระหว่างชั้นน้อยกว่า  อีกสองระบบ แต่ระบบเบส ไอโซเลทเต็ท ซิสเต็ม จะมีค่าใช้จ่ายในด้านการออกแบบที่สูงกว่า แต่ในการก่อสร้างอาคารที่สามารถรองรับแผ่นดินไหวในระดับสูงระบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า"

หากเอ่ยถึง "ประเทศญี่ปุ่น" ทุกคนคงทราบดีว่าประเทศนี้มีสภาพภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ที่ดินในประเทศญี่ปุ่นจึงมีราคา แพงไม่น้อย และการสร้างที่อยู่อาศัยก็มักจะมีขนาดกะทัดรัดและมีพื้นที่ใช้สอยจำกัด การสร้างบ้านหรือคอนโดฯ ในประเทศญี่ปุ่น จึงต้องคำนึงถึงรูปแบบและเน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกตารางเมตร เราจะเห็นได้ว่าโรงแรม หรือบ้านชาวญี่ปุ่นถึงแม้จะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีพื้นที่ใช้สอยสะดวกครบครัน รวมไปถึงนวัต กรรมต่างๆ ที่เข้ามาเสริมให้ผู้พักอาศัยได้รับประโยชน์และสะดวกสบาย มากที่สุด

โดยบริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของโอซากาได้เปิดบ้านให้เข้าชมคอนโดฯ ในเครือของบริษัทที่ตั้งอยู่ใจกลางโอซากา ซึ่งมีการใช้นวัตกรรม รูแนะสุ นวัตกรรมการก่อสร้างที่กลับพื้นเป็นคาน กลับคานเป็นพื้น โดยการใช้เหล็ก ซิกมา บีม (โครงสร้างลิขสิทธิ์พิเศษและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรูแนะสุ) ในการก่อสร้างคาน ที่มีเอกลักษณ์และเป็นลิขสิทธิ์ของทางบริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นถึง 25-40% ซึ่งตอนนี้นวัตกรรมรูแนะสุ ได้ถูกนำเข้ามาใช้กับคอนโดฯ ในประเทศไทยแล้ว

นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียล เอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของชินวะ เรียลเอสเตท ได้เผยถึงนวัตกรรม "รูแนะสุ" ที่ใช้ในคอนโดฯ หรือที่พักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยว่า

การก่อสร้างของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นคอนโดฯ หรือบ้านพักอาศัยก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ก็คือต้องมีพื้นที่ใช้สอยให้ได้มากที่สุด จะเห็นได้ว่าพอเราเข้ามาที่คอนโดฯ ที่โอซากา ในห้องรับแขกที่จะถูกใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง จะมีบานประตูบนพื้นที่สามารถเปิดออกได้ ข้างในจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ใต้พื้นห้อง เพื่อให้ผู้พักอาศัยสามารถนำสิ่งของต่างๆ นำไปเก็บข้างในได้ ซึ่งจะไม่ทำให้ข้าวของรกและไม่แออัดในห้อง และกว้างพอที่จะสามารถเก็บที่นอน หรือของต่างๆ ได้เยอะเลยทีเดียว ขนาดที่เราสามารถลงไปคลานข้างในได้เลย ซึ่งมันเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะกับคอนโดฯ หรืออพาร์ตเมนต์ในเมืองใหญ่ที่มีพื้นที่จำกัด รวมไปถึงกรุงเทพฯ ด้วย

ซึ่งโครงการของชินวะ กรุ๊ป ในประเทศไทยนั้น เรามีทั้งที่โครง การรูแนะสุ ทองหล่อ 5 ดำเนินงานโดยบริษัท ดับเบิ้ลยู-ชินวะ จำกัด ร่วมทุนกับบริษัท วรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และ เร็น สุขุมวิท 39 ที่ดำเนินงานโดยบริษัท เอส 39 จำกัด ภายใต้การ "ดีลแห่งชาติ" 3 ฝ่ายระหว่าง บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด และ พรีแซง คอร์เปอร์เรชั่น จากญี่ปุ่น ที่นอกจากนวัตกรรมรูแนะสุแล้ว ยังมีการตกแต่งและใช้วัสดุก่อสร้างบางส่วนนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้มีกลิ่นอายการอยู่อาศัยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเฉพาะโครงการเร็น สุขุมวิท 39 ที่จะมีการใส่นวัตกรรมรูแนะสุในทุกห้องทั้งโครงการ โดยอนาคตเรามองเส้นทางการสร้างคอนโดฯ เพิ่มในแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน และสายสีส้มด้วย

และนอกจากนวัตกรรม "รูแนะสุ" แล้ว เรายังมีชื่อเสียงด้านเทค โนโลยีการก่อสร้างอาคารป้องกันแผ่นดินไหวอีกด้วย ซึ่งระบบป้องกันแผ่น ดินไหวของเราเป็นแบบ เบส ไอโซเลทเต็ท ซิสเต็ม (Base isolated System) หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "เมนชิน โคโซ (MENSHIN KOUSOU)" ที่นำมาใช้ในการรองฐานก่อสร้างอาคาร ระบบป้องกันแผ่นดินไหวจริงๆ แล้วสามารถแยกออกเป็นสามแบบใหญ่ๆ ด้วยกันคือ โครงสร้างการต้านแผ่นดินไหว อย่าง เอิร์ธเควก รีซิสแทนท์ สตรัคเจอร์ (Earthquake resistant structure), แดมปิง สตรัคเจอร์ (Damping structure) และ ระบบ แยกฐานที่เรียกกันแบบสากลว่า เบส ไอโซเลทเต็ท ซิสเต็ม (Base isolated system) ซึ่งทางชินวะนั้นจะใช้ระบบแยกฐาน เบส ไอโซเลทเต็ท ซิสเต็ม ซึ่งเมื่อเทียบกับระบบแบบเอิร์ธเควก รีซิสแทนท์ สตรัคเจอร์ และ แดมปิง สตรัคเจอร์ ที่การสั่นสะเทือนจะส่งไปถึงอาคารโดยตรง ทำให้อาคารมีการสั่นสะเทือนอย่างแรงนั้น ระบบแยกฐานจะช่วยดูดซับการสั่นสะเทือนโดยที่ตัวอาคารจะเคลื่อนที่ในแนวระนาบอย่างช้าๆ แทน ทำ ให้เฟอร์นิเจอร์และทรัพย์สินต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ล้มเสียหายได้ยากขึ้น ผู้ใช้งานอาคารก็มีความอุ่นใจ เหนือสิ่งอื่นใดคือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับระบบอาคารจะน้อยลง

โดย "ระบบแยกฐาน" จะมีช่องว่างเพื่อการเคลื่อนตัวหลายสิบเซนติเมตร โดยจะมีค่าการเคลื่อนตัวสัมพัทธ์ระหว่างชั้นน้อยกว่าอีกสองระบบ แต่ระบบเบส ไอโซเลทเต็ท ซิสเต็ม จะมีค่าใช้จ่ายในด้านการออกแบบที่สูงกว่า แต่ในการก่อสร้างอาคารที่สามารถรองรับแผ่นดินไหวในระดับสูงระบบนี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

คุณลักษณะ 4 ข้อของระบบแยกฐาน อย่างแรกเลยคือ ตัวอาคารแยกออกจากฐานราก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนจะไม่ส่งไปยังอาคารโดยตรง ข้อสองคือ สามารถรับน้ำหนักของอาคารทั้งหมดได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและคงไว้ซึ่งความมั่นคง ข้อสาม ช่วยลดการสั่นสะเทือนให้เบาลงเมื่อเกิดแผ่นดินไหวอย่างที่ได้บอกไป และสุดท้ายคือ ตึกปกติทั่วไปเวลาแผ่นดินไหวสงบลง ตัวตึกจะคาอยู่ ณ จุดนั้น เรียกได้ว่าถ้าตึกเอนซ้ายก็จะเอียงอยู่เช่นนั้น แต่ถ้าเราใช้ระบบแยกฐาน ตัวอาคารจะสามารถเคลื่อนกลับมายังตำแหน่งเดิมได้เมื่อแผ่นดินไหวสิ้นสุดลง

ระบบท่อที่เชื่อมลงมาที่ฐานตึกต่างๆ เราจึงต้องใช้ระบบท่อน้ำประปาเป็นท่ออ่อนที่จะถูกติดตั้งให้ลอยเหนือพื้น ท่อที่มาจากบนตึกกับท่อจากตึกลงไปใต้ดินนั้นเชื่อมกันด้วยท่ออ่อนตรงกลาง ซึ่งเวลาแผ่นดินไหวเกิดขึ้นมันจะสามารถยืดหยุ่นได้ โดยท่ออ่อนนั้นเราใช้วัสดุที่ทำมาจากยาง เช่นเดียวกับระบบไฟฟ้าที่จะต้องมีการใช้สายไฟที่ยาวกว่าปกติ เพื่อป้องกันการฉีกขาดเวลาเกิดแผ่นดินไหว

ส่วนเอฟเฟ็กต์จากการเกิดแผ่นดินไหวในแต่ละระดับนั้น ถ้าเป็นอาคารที่ติดตั้งระบบแยกฐานนี้ เมื่อมีแผ่นดินไหวระดับกลาง คือ 5-6 ริกเตอร์ ตัวอาคารจะไม่ได้รับการเสียหายใดๆ หรือถ้าเกิดแผ่นดินไหวระดับสูงประมาณ 6-7 ริกเตอร์ ก็ยังแทบไม่มีผลกระทบต่อระบบการทำงานหลักของอาคาร หรือมีความเสียหายน้อยมาก ซึ่งแตกต่างกับระบบเดิมๆ ที่จะทำโครงสร้างอาคารให้แข็งแรงยึดติดกับเปลือกโลกให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงทำให้ตัวตึกหรืออาคารเขย่าตามแรงแผ่นดินไหวหรือแรงเคลื่อนของเปลือกโลก

ทั้งนี้ระบบป้องกันแผ่นดินไหวของชินวะ รับมือแผ่นดินไหวได้สูงสุดที่เคยมีมาถึง 9 ริกเตอร์เลยครับ ส่วนการดูแลรักษานี่ไม่ยุ่งยากเลยครับ เราไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับเขามาก ยกเว้นกรณีน้ำท่วมก็ต้องเปลี่ยน แต่เราก็มีการวางระบบป้องกันน้ำท่วมอยู่แล้วเพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาที่อาคารได้

หากในอนาคตประเทศที่ทางชินวะเข้าไปลงฐานการผลิตมี แนวโน้มเรื่องการเกิดแผ่นดินไหว ก็สามารถนำนวัตกรรมการป้องกัน แผ่นดินไหวนี้ไปใช้กับตัวอาคารในโครงการต่างๆ ได้ รวมถึงประเทศ ไทย ที่ตอนนี้ถึงแม้จะยังไม่มีปัญหาเรื่องแผ่นดินไหวมากเท่าญี่ปุ่น แต่ ถ้าอนาคตเกิดมีปัญหาดังกล่าวขึ้น ก็เป็นไปได้ที่อาจมีการนำนวัตกรรม นี้มาใช้ในคอนโดฯ ที่ประเทศไทย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง