คอลัมน์: กรองสถานการณ์: ศึก 'ช้างชนช้าง' สุพรรณบุรี 'เที่ยงธรรม' VS 'โพธสุธน'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 30 มกราคม 2562 00:00:13 น.

จบไม่ลงแล้ว...ศึก "ช้างชนช้าง" ระหว่าง "ประภัตร โพธสุธน" เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กับ "จองชัย เที่ยงธรรม" อดีตแกนนำพรรค ที่ซุ่มไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเมื่อเดือน พ.ย.2561 หลังได้ข่าวว่าฝ่ายแรกจะตุกติก ขณะที่ผู้บริหารชาติไทยพัฒนาก็เพิกเฉยกับปัญหานี้ ไม่ยอมแก้ปัญหา

ตามกระแสข่าวแจ้งว่า "ประภัตร" จะเอาหลานชาย "ยุทธนา โพธสุธน" ไปฝากเลี้ยงที่พรรคพลังประชารัฐ แล้วจะสมัคร ส.ส.ลงแข่งกับ "เสมอกัน เที่ยงธรรม" ในเขต 4 สุพรรณบุรี ลูกชายของ "จองชัย"

"จองชัย" ไม่แฮปปี้ เพราะเป็นแนวทางมีแต่ได้กับได้ของ "ประภัตร" แม้ภายหลังคู่ขัดแย้ง แต่พยายามเก็บอาการ และโบ้ยความผิดให้ "หลานชาย" ที่กระเหี้ยนกระหือรือจะลงแข่งในเขตนี้

"จองชัย" อ่านเกมออก ไม่มีทางที่ "ยุทธนา" จะทำอะไรโดยพลการ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่มี "ประภัตร" เป็นเบอร์ 1 ในตอนนี้ นอกเสียจาก "รู้กัน"กลับมาที่ เขต 4 สุพรรณบุรี ถือเป็นพื้นที่ที่หวาดเสียว และน่าจะอ่อนที่สุดจากทุกเขต ตามคิวที่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 "ตระกูลเที่ยงธรรม" พลาดพลั้งเสียทีให้กับ "สหรัฐ กุลศรี" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย จน "บรรหาร ศิลปอาชา" รู้สึกเสียหน้าที่ถูกเจาะ

ครั้งนั้น "ทักษิณ ชินวัตร" ถึงขนาดโชว์เหนือ ที่ "เจาะไข่แดง" ถิ่น "บรรหาร" ได้  ซึ่งหลักใหญ่ใจความที่พรรคชาติไทยพัฒนาวิเคราะห์กันคือ "ตระกูลเที่ยงธรรม" ประมาท ไม่ทำพื้นที่ ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งครั้งนั้น "ตระกูลเที่ยงธรรม" ไม่ค่อยพร้อมสักเท่าไหร่ หลัง "เสมอกัน" ลูกชายคนโต ที่ชนะเลือกตั้งปี 2548 และปี 2550 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรค กรณียุบพรรคชาติไทย จน "จองชัย" ต้องตัดสินใจส่งเมีย "มุกดา เที่ยงธรรม" ลงไปแข่ง กระทั่งพ่ายแพ้ในหลายรอบปี

ดังนั้นปัจจุบัน เขต 4 สุพรรณบุรี ไม่ใช่พื้นที่ "แข็ง" หากเทียบกับเขตอื่นๆ เพราะ "สหรัฐ กุลศรี" จากพรรคเพื่อไทย ก็ทำแต้มไล่บี้ ไม่มีตก

"จองชัย" หมายมั่นทวงพื้นที่คืน หลัง "เสมอกัน" พ้นโทษแบนการเมืองกลับมาลงแข่งอีกครั้งได้ แต่ "ประภัตร" กลับส่ง "หลานชาย" ที่ไปฝากเลี้ยงไว้กับ "พลังประชารัฐ" มาลงแข่งเสียแบบไม่เห็นหัวจองชัยในวัย 70 ปี

ในแง่มุม "จองชัย" ลำพังแค่ "สหรัฐ" คนเดียว "เสมอกัน" ก็เหนื่อยแทบแย่กับภารกิจ "ขอคืนพื้นที่" แต่ดันมี "ยุทธนา" มาหารแต้ม ซึ่งเป็นผลดี "เพื่อไทย" เสียมากกว่า

ส่วนในใจ "ประภัตร" ก็ดูออกมาตั้งแต่แรกว่า เขต 4 ที่เสียไปให้ "เพื่อไทย" กลายเป็น "จุดอ่อน" และไม่ไว้ใจว่า "เสมอกัน" จะปฏิบัติการทวงพื้นที่คืนได้ เลยส่งหลานชายลงไป "เก็บตก"หาก "เสมอกัน" พลาดพลั้งเสียที แต่มี "ยุทธนา" ที่มาจาก "พลังประชารัฐ" แม้คนละพรรค อย่างน้อยก็หลานในไส้ จัดเป็น ส.ส.ในโควตาตัวเอง ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

กระนั้น "จองชัย" ก็ไม่โอเค เพราะวิธีนี้ สุดท้ายทั้ง "เสมอกัน" และ "ยุทธนา" อาจได้แค่หัวกับหาง แต่พุงปลาเสร็จ "ตาอยู่" อย่าง "สหรัฐ" ที่ไม่ต้องตัดคะแนนกับใคร

เหนือสิ่งอื่นใด ไม่พอใจ เพราะงานนี้ "เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา" มีแต่ได้กับได้!
ศึกนี้ไม่ง่าย เพราะแม้ "หนูนา" กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค จะบอกว่า เคลียร์ปัญหาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติก็เหมือนว่า "ไม่ได้ทำอะไร"

"จองชัย" ประกาศชัดเจนจะลงแข่งกับ "ประภัตร" ในเขต 3 เพื่อเป็นการ "เอาคืน" และเป็นศึกระหว่างตระกูล "เที่ยงธรรม" และตระกูล "โพธสุธน" พร้อมปั่นป่วนสนามเลือกตั้งนี้

"ผมไม่เคยแพ้ เพราะงานนี้ไม่เหมือนฟุตบอลหรือมวยที่ยังเสมอ แต่คราวนี้ไม่มีเสมอ ต้องมีคนเสียประวัติสักคน ผมใส่เต็ม ถ้าแพ้ผมคงไม่ลง เพราะทำให้เสียชื่อพรรคภูมิใจไทยด้วย ที่สำคัญงานนี้ผมอายุมากแล้ว 70 แล้ว เปรียบก็เหมือนรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 แล้วมาแข่งกันเองของคนบ้านเดียวกัน และอดีตพรรคเดียวกัน ซึ่งผมมั่นใจว่าจะชนะแน่นอน"  นายจองชัย กล่าวภายหลังเปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา

เห็นท่าทีขึงขังของ "จองชัย" ศึกครั้งนี้ ความขัดแย้งคงไม่จบลงง่ายๆ เพราะยังประกาศว่า จะมาอยู่พรรคภูมิใจไทยแบบถาวร จากแต่เดิมบอกว่าอาจมาชั่วคราว และสมมุติว่าหากอนาคต "เสมอกัน" สามารถชนะในเขต 4 แล้ว ก็มีแนวโน้ม "จองชัย" จะชวนลูกชายมาสังกัดค่ายภูมิใจไทยหลังเลือกตั้งก็เป็นได้

มารวมกับบรรดาอดีตแก๊ง ส.ส.ชาติไทยพัฒนาเกรดเอ ที่ย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ หนุนให้พรรคสีน้ำเงินแห่งนี้เติบใหญ่เป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง