ยสท.ครวญรัฐเมินยืดขึ้นภาษี

ข่าวเศรษฐกิจ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กระทบบุหรี่ลดฮวบ50%

ย้ำปิดโอกาสซื้อใบยาสูบ

ไทยโพสต์ * "ยสท." ครวญรัฐบาลเมินขยายเวลาคิดภาษีบุหรี่ตามมูลค่าที่ 40% ออกไป ฉุดยอดขายบุหรี่ลดฮวบอีก 50% เหลือแค่ 8.5 พันล้านมวนต่อปี แถมกระทบแผนรับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรผู้ปลูกยาว

น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลไม่ขยายเวลาการปรับเพิ่มภาษีบุหรี่ตามมูลค่าเป็น 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2562 ออกไป นอกจากทำให้ ยสท.ต้องปรับราคาขายบุหรี่ที่ราคาซองละไม่เกิน 60 บาท เป็นซองละมาก กว่า 90 บาทแล้ว ทาง ยสท.ยังไม่สามารถรับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรผู้ปลูกใบยาได้ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไปอีกด้วย

"ยสท.ยังไม่มีแผนที่จะซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ยาสูบตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป เพราะตอนนี้สต๊อกใบยาสูบใช้ได้ถึงปี 2566 หากซื้อใบยาสูบจากชาวไร่มาเพิ่มอีกก็เท่ากับซื้อมาทิ้ง" น.ส.ดาวน้อยกล่าว

น.ส.ดาวน้อยกล่าวอีกว่า การขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% จะทำให้ยอดขายบุหรี่ของ ยสท.ลดลงอีก 50% จากที่ขายอยู่ได้ 1.8 หมื่นล้านมวนต่อปี จะเหลือ 8.5 พันล้านมวนต่อปี ยังไม่รวมกระทบกับกรณีที่กระ ทรวงสาธารณสุขเรื่องบุหรี่ซองเรียบ และการห้ามผลิตบุหรี่รสเมนทอลที่จะมีผลบังคับไม่ช้านี้ จะส่งผลกระทบยอดขายบุหรี่ของ ยสท.มากขึ้น เพราะปัจจุบัน ยสท.ผลิตบุหรี่ที่มีส่วนผสมของเมนทอลขายอยู่ในตลาดถึง 40%

สำหรับการรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ในฤดูกาลผลิต ปี 2561 ได้มีการรับซื้อไปแล้ว 50% จากที่เคยซื้อก่อนหน้า และได้มีการจ่ายเงินชดเชยให้บางส่วน เพื่อลดผลกระทบ สำหรับฤดูกาลผลิตปี 2562 เป็นต้นไปจะไม่รับซื้อจนกว่าสต๊อกจะลดลง ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย

น.ส.ดาวน้อยกล่าวอีกว่า ตอนนี้ ยสท.ได้เร่งขายใบยาสูบในสต๊อกให้กับผู้ผลิตบุหรี่ต่างประเทศ แต่มีปัญหาราคาใบยาสูบที่อยู่ในสต๊อกของ ยสท. ราคาสูงกว่าตลาดปกติทั่วไปประมาณกิโลกรัมละ 24 บาท ทำให้การขายใบยาสูบทำได้ยากมาก เพราะ ยสท.เป็นหน่วยงานของรัฐไม่สามารถขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนได้ ซึ่งหากสามารถขายใบยาสูบในสต๊อกก็จะสามารถช่วยรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ได้เพิ่มบางส่วน

"ยสท.และผู้นำเข้าบุหรี่ ต่างประเทศเห็นตรงกันว่ารัฐ บาลควรขยายเวลาการขึ้นภาษีบุหรี่ตามมูลค่าที่ 40% ออกไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงชาวไร่ที่ปลูกใบยาสูบซึ่งเป็นเกษตรที่มีรายได้น้อยด้วย" น.ส.ดาวน้อยกล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ในปีงบประมาณ 2561 ยสท.มียอดจำหน่ายบุหรี่ทั้งสิ้น 1.85 หมื่นล้านมวน ลดลงจากปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมียอดจำหน่ายบุหรี่ 2.88 หมื่นล้านมวน หรือลดลง 1.03 หมื่นล้านมวน คิดเป็นลดลง 35.75% แต่ยังสูงกว่าประมาณการปีงบ ประมาณ 2561 จำนวน 1.47 พันล้านมวน หรือคิดเป็น 8.68%

ขณะที่มูลค่าการจำหน่ายบุหรี่ในปีงบประมาณ 2561 มีรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่กว่า 5.64 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมีรายได้ 7.54 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 1.89 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 25.15% แต่ยังสูงกว่าประมาณการปีงบประมาณ 2561 จำนวน 4.37 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 8.4%

อย่างไรก็ดี ในปีงบประ มาณ 2561 ยสท.ยังคงมีกำไรสุทธิจำนวน 908 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะประสบภาวะขาดทุน แต่เนื่องจากมูลค่าการจำหน่ายสามารถทำได้สูงกว่า 8.4% และ ยสท.พยายามควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายและการบริหารได้ ในระดับดี รวมถึงการรักษาต้น ทุนวัตถุดิบ และมียอดการจำ หน่ายเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น.

บรรยายใต้ภาพ

ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ