ข่าวอินโฟเควสท์
16:09 ราคาขายมันสำปะหลังในประเทศ ประจำวันที่ 26 มิ.ย. 2562   ชนิด ราคา (บาท) มันสำปะหลัง แป้ง 25%/กก. 2.10 2.30 มันเส้น/100 กก. ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเข…
15:59 Asia Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2562   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ เนื่องจากกระแสคาดการณ์เกี่…
15:47 นายกฯออสซี่เผยจีนควรปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อยุติสงครามการค้ากับสหรัฐ   นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ว่า จีนควรปฏิรูปเศร…
15:44 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดบวก 36.00 จุด จับตาประชุม "ทรัมป์-สี จิ้นผิง"   ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลง…
15:42 สิงคโปร์ตั้งเป้าสร้างงานภาคเทคโนโลยี 10,000 ตำแหน่งในระยะ 3 ปี   รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ว่า รัฐบาลได้วางแผนที่จะสร้างงาน 10,000 ตำแหน่งใน…

กนง.คงดอกเบี้ย1.75%

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:09 น.
ธปท.พร้อมดูแลค่าเงิน/กกร.ห่วงบาทแข็ง

บางขุนพรหม * กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี ห่วงหนี้ครัวเรือนเริ่มพุ่ง ยันพร้อมเข้าไปดูแลค่าเงิน ขณะที่ รมว.การคลังจี้ดูแลให้ทันกับสถานการณ์ กกร.ห่วงค่าบาทแข็ง จับตาหลุด 31 บาท

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการคณะกรรมการนโย บายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2562 มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แม้ ว่าภาคการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง ผลของมาตรการกีดกันทางการค้าระ หว่างจีนกับสหรัฐ ขณะที่การท่องเที่ยวมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามรายได้ครัวเรือนทั้งในและนอกภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุม กนง.ให้ความกังวลกับเสถียรภาพการเงิน ที่มองว่ายังมีความเสี่ยงกับเศรษฐกิจในอนาคตหลายด้าน เช่น ระดับหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงติดตามสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการอนุมัติสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดใหญ่

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทยังมีความผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พร้อมที่จะเข้าไปดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิดหากพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเกินควร โดยยอมรับว่าการที่ค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน รวมกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ค่าเงินในสกุลเงินเกิดใหม่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยเงินบาทไทยตั้งแต่สิ้นปี 2561 จนถึงปัจจุบันแข็งค่า 4.1% ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้เป็นเงินสกุลที่แข็งค่าที่สุดในโลก โดยแข็งค่า น้อยกว่าอินโดนีเซีย ที่ 4.3% ส่วนความผันผวนของค่าเงินบาท อยู่ที่ 4.3% ผันผวนน้อยกว่าสกุลเงินของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอินโดนีเซีย

ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวร วงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องนั้น เป็นหน้าที่ของ ธปท.ต้องดูแล ซึ่งการชี้แจงและการดำเนินการ จะต้องทำให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันด้วย โดย ธปท.ไม่ควรปล่อยให้ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

"มีคนบอกว่าตอนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 สาเหตุมาจากนโยบายการเงิน ดังนั้นการดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบันต้องดูให้ดี ไม่เป็นปัญหากับเศรษฐกิจเหมือนในอดีต" นายอภิศักดิ์กล่าว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประ ธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประ เทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ขณะนี้ภาคเอกชนมีความกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.4% แข็งค่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค ซึ่งหากเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่ง ออกของไทยทั้งปี ซึ่งระดับที่ เอกชนรับได้คือ อยู่ในช่วง 31.50-32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือ เฉลี่ยอยู่ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ.

บรรยายใต้ภาพ
สุพันธุ์ มงคลสุธี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง