จ่อล้มดีลรถไฟไทย-จีน

ข่าวเศรษฐกิจ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไม่ปลื้มประกันสินค้า หวั่นสูญนับหมื่นล้าน ราชดำเนิน * ส่อล้มดีลรถไฟไทย-จีน 4 หมื่นล้านบาท ไทยไม่ปลื้มตัวเลขการันตี หวั่นสูญเงินนับหมื่นล้าน เตรียมประชุมอีกครั้ง 26-28 ก.พ.นี้ ยันปั้นบุคลากรได้แน่ ไม่ซ้ำรอยประเทศเพื่อนบ้าน แหล่งข่าวกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาสัญญา 2.3 วงเงินราว 4 หมื่นล้านบาทนั้น ขณะนี้เจรจาคืบหน้าไปได้มากแล้ว ทั้งเรื่องสเปกราย ละเอียดการถอดแบบและมูลค่า ของสัญญา (BOQ) การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร แต่ยังคงติดปัญหาสำคัญคือ การเจรจาการประกันสินค้ารถไฟ ความเร็วสูงหรือการันตีที่ฝ่าย จีนเสนอให้เพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่ง ประกันดังกล่าวนั้นจะครอบ คลุมความเสียหายทั้งหมด อาทิ อะไหล่ งานระบบตัวรถ ค่าซ่อม อุปกรณ์ภายใน รวมถึงประกันอุบัติเหตุให้กับผู้โดยสารหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาด บรรยายใต้ภาพ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

ทั้งนี้ จากการเสนอมาเป็น ไปไม่ได้ เพราะบริษัทผลิตรถไฟฟ้า ทั่วโลกมีค่าการันตีตามมาตรฐานสากลที่ 2 ปี เนื่องจากเป็นสินค้า เทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นสินค้ามูลค่ามาก ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ จะทำให้สูญเสียเงินนับหมื่นล้าน บาท หากพบภายหลังว่าสินค้าเกิดปัญหาในภายหลัง และประ เทศไทยก็ยังไม่มีความสามารถเพียงพอในการผลิตและประ กอบรถไฟฟ้าความเร็วสูง ส่งผลให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่สามารถพิจารณาเห็นชอบได้ และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้หรือไม่ แต่การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค. ณ กรุงปักกิ่ง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย ทำหน้าที่เจรจาอีกครั้ง

"หากคู่เจรจายังไม่ขยายเวลาให้ คงไม่สามารถลงนามได้ และต้องยกเลิกการเจรจาสัญญาดังกล่าว เพื่อสรรหาบริษัทผู้ผลิตรายใหม่ต่อไปภายใต้สัญญาความร่วมมือระหว่างรัฐบาล (G2G) เบื้องต้นฝ่ายจีนยังไม่คัดค้านอะไร แต่การเจรจายังคงต้องดำเนินต่อ ไป ซึ่งการทำรถไฟไฮสปีดเหมือน กับการซื้อรถยนต์สักคัน ถ้ามีประ กันระยะสั้น มันก็มีความเสี่ยง เขาชี้แจงว่าสินค้าดีจริงเลยให้ประกันแค่นี้พอ เราบอกว่าถ้าดีจริงทำไมไม่ให้ประกันสองปี เหมือนกับรถ ยนต์ยิ่งแพงระยะเวลาประกันต้องยิ่งนาน" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรรถไฟความเร็วสูงของจีนในประเทศเพื่อนบ้านนั้น พบว่าคนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงและเป็นได้เพียงลูกมือเท่านั้น ว่า กรณีดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นในประเทศ เนื่องจากไทยเป็นเจ้าของโครง การโดยใช้เงินงบประมาณประ เทศทั้งหมดและไม่มีข้อเสนออื่นแลกเปลี่ยน ดังนั้น จึงสามารถกำ หนดเงื่อนไขให้คู่สัญญาปฏิบัติเรื่องการพัฒนาบุคลากรดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากลงนามสัญญา 2.3 ฝ่ายไทยจะเดินหน้า จัดตั้งองค์กรบริหารรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ใช้เวลาศึกษาราว 1 ปี รอให้งานโครงสร้างเสร็จอีก 2-3 ปี จะเริ่มเข้าสู่การติดตั้งระบบและฝึก อบรมบุคลากรด้านเทคโนโลยี การ บริหารรถไฟไฮสปีด ความเชี่ยวชาญ เฉพาะทาง การขับและซ่อมแซมระบบรถ เป็นต้น รวมบุคลากรที่จะพัฒนาทั้งหมด 720 คน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ