นมัสการพระบรมสารีริกธาตุพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กราบอัฐิธาตุบูรพาจารย์ ที่วัดศรีฐาน จ.ยโสธร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:48 น.
สนธยา ทิพย์อุตร

หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ เจ้าอาวาสวัดศรี ฐานใน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายวัดป่า ซึ่งพุทธศาสนิกชน ญาติโยมนับถือศรัทธามาก เนื่องจากนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ ออกเดินธุดงค์กรรมฐาน จำพรรษาและศึกษาวิชาความรู้จากพระอาจารย์ชื่อดังหลายรูป เช่น พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ที่วัดถ้ำขาม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่เพียร วิริโย, หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต และพระบูรพาจารย์อีกหลายรูปทั่วภาคอีสาน จนกระทั่งปี พ.ศ.2525 เดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดศรีฐานใน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ทำหน้าที่เผยแผ่พุทธศาสนาตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก่พุทธศาสนิกชน ญาติโยม ทั้งหลายอย่างต่อเนื่องจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ ละสังขารอายุ 86 ปี 9 เดือนของวันที่ 25 มี.ค.60 ด้วยโรคชรา และถวายเพลิงในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2560 สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่บรรดาพุทธศาสนิกชน ญาติโยมเป็นอย่างมาก ในวันถวายเพลิงที่วัดศรีฐานในจึงมีผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมงานถวายเพลิงชนิดที่ว่ามืดฟ้ามัวดิน เพื่อส่งดวงวิญญาณหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ ไปสู่สวรรค์

ปัจจุบันถึงแม้จะไร้สรีระร่างกายของหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ ร่วม 2 ปีแล้ว ก็ยังมีพุทธศาสนิกชน ญาติโยมเดินทางเข้ามาศึกษาธรรม ฟังธรรมเทศนา สนทนาธรรม ทำบุญทำทาน และปฏิบัติธรรมกับเจ้าอาวาสวัดศรีฐานในเป็นประจำ หรือเข้ามานมัสการพระบรมสารีริกธาตุพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธบาทจำลองมิได้ขาด รวมถึงกราบอัฐิบูรพาจารย์ ร่วม 100 อัฐิ ภายในวิหารพิพิธภัณฑ์หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ ตลอดจนรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ภาพถ่าย อัฐบริขาร เมื่อครั้งหลวงปู่มีชีวิตอยู่ และสถานที่ถวายเพลิงก็เก็บไว้เป็นอนุสรณ์ ให้ญาติโยมกราบไหว้ระลึกถึง ก็มีไว้เช่นกัน

พระอธิการพรสวรรค์ วิสุทธัมโม เจ้าอาวาสวัดศรีฐานใน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กล่าวว่า วัดศรีฐานในมีพระสงฆ์จำนวน 9 รูป สังกัดธรรมยุต บนเนื้อที่ 150 ไร่ ปกคลุมไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ สงบร่มรื่น ระหว่างเข้าพรรษาจึงมีพุทธศาสนิกชนเข้ามาปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนาทุกวัน หลังออกพรรษาก็จะเข้ามาปฏิบัติธรรมถือศีลในวันพระ อาตมาก็จะเทศนาตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และตามคำสอนของหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ เป็นหลัก ซึ่งตลอดเวลาที่ได้ปรนนิบัติดูแลใกล้ชิดหลวงปู่สรวงจนท่านมรณภาพ ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ่ง สามารถเทศนาถ่ายทอดหลักธรรมสู่พุทธศาสนิกชน นำไปปฏิบัติได้เป็นอย่างดี และพุทธศาสนิกชน ญาติโยม จะเข้ามานมัสการพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบไหว้อัฐิบูรพาจารย์ร่วม 100 อัฐิ หุ่นขี้ผึ้ง หลวงปู่สรวง สริริปุญโญ พร้อมอัฐบริขารของหลวงปู่เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในวิหารหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ โดยเฉพาะสถานที่ถวายเพลิงหลวงปู่ทางวัดได้จัดทำไว้เป็นอนุสรณ์ให้ได้กราบไหว้ ระลึกถึง เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

พระอธิการพรสวรรค์ วิสุทธัมโม ศิษฐ์เอก ผู้ปรนนิบัติรับใช้หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ พระเกจิดัง จนมรณภาพ กล่าวว่า ก่อนหลวงปู่ละสังขาร เมื่อวันที่ 25 มี.ค.61 เวลา 05.00 น. หลวงปู่บอกว่า ถ้าหากว่าเราจะตาย พวกโต (พวกนาย) ไม่เห็นขี้เราดอก ถ้าเราจะไปจริงๆ จะไม่มีใครเห็นเราหรอก พูดเสร็จก็นอนนิ่ง ไม่ขยับตัว จึงจับที่ท้อง ปรากฏว่า ท้องนิ่ง ไม่ขยับ และหยุดหายใจแล้ว ด้วยอาการสงบ ท่านหลับตา หน้าตรง มือซ้ายวางบนท้อง มือขวาแนบลำตัว ซึ่งองค์หลวงปู่ได้วางธาตุขันธ์ซึ่งเป็นภาระอันหนักไว้เพียงเท่านี้

หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านเล่าว่า ก่อนเข้าพรรษาที่ 9 ปี พ.ศ.2504 อยู่ที่วัดป่าบ้านห้วยทราย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัญโน เมตตามาพักที่นี่ และทำข้อวัตรถวายหลวงตามหาบัวเป็นบางครั้งบางคราว และร่วมกับบูรพาจารย์หลายท่านเดินธุดงค์กรรมฐานทั่วภาคอีสาน กระทั่งปี 2525 กลับจำพรรษาที่วัดศรีฐาน และมรณภาพโดยสงบ

พระอธิการพรสวรรค์ วิสุทธัมโมเจ้าอาวาสวัดศรีฐานใน กล่าวว่า วัดศรีฐานในเน้นเรื่องความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย เทศนาตามหลักพระพุทธศาสนา ปฏิบัติกรรมฐานตามแนวทางบูรพาจารย์หลวงปู่สรวง เรื่องกรรมฐาน ทำให้ผู้ปฏิบัติจิตใจสงบ มีแต่ความสุขนั่นเอง......

ข่าวที่เกี่ยวข้อง