ข่าวอินโฟเควสท์
10:06 CPN นำสินทรัพย์ 5 โครงการ รวมมูลค่า 4.86 หมื่นลบ.เข้ากองทุน CPNREIT คาดเข้าลงทุนภายใน Q1/63   บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกร…
10:02 S&P ส่งสัญญาณเตือนวิฤตการเงิน หลังจำนวนบริษัทผิดนัดชำระหนี้พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี   บรรดานักลงทุนมีเหตุผลมากขึ้นที่จะวิตกว่า การปล่อยสินเชื่ออย่…
09:58 CPW เปิดเทรดวันแรกที่ 2.68 บาท สูงกว่าราคาขาย IPO 12.61%   หุ้น CPW เปิดเทรดวันแรกที่ 2.68 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท (+12.61%) จากราคาขาย IPO ที่ …
09:54 TOPICS TODAY: สภาฯอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณวันที่ 2/ศาลรธน.ไต่สวนพยานคดี"ธนาธร"ถือหุ้นสื่อ/ส.อ.ท. แถลงดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม   ประเด็นที่น่าสน…
09:53 จับตาหุ้นเด่นวันนี้   นสพ.รายงาน ทอท.ออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมประมูล ให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) สนามบินดอนเมื…

คอลัมน์: กลยุทธ์พิชิตหุ้น: แกว่งตัวในกรอบแคบๆ

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:58 น.
ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

สภาพตลาดยังไม่มีอะไรหวือหวา เป็นแค่การประคับประ คองไม่ให้หลุดลงต่ำกว่า 1,650 จุด ซึ่งความจริงก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก แต่อาจมีผลทางจิตวิทยาของบรรดานักเก็งกำไรมากกว่า เพราะหากดัชนีหลุดแนวรับระดับนี้ อาจทำให้มองตลาดในทางลบมากขึ้น จึงมีผลทางจิตวิทยากับนักเก็งกำไรต่างกับนักลงทุนจริงๆ คงไม่ได้สนใจตัวเลข 1,650 จุด

เพราะพิจารณาแค่ว่าหุ้นตัวไหนที่มีราคาต่ำและยังมีผลการดำเนินงานดี ก็คิดได้ทันทีว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้น ย่อมมองเป็นจังหวะที่ดีที่จะเข้าลงทุน เพราะคิดแล้วจะได้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงกว่าดอกเบี้ยในตลาดเงิน การประคับประคองก็ไม่ได้เกิดจากการเจตนาที่จะขยับราคาเพื่อให้ดัชนีไม่หลุด 1,650 จุด เป็นแค่การชะลอกำลังซื้อลง ทำให้วอลุ่มยังไม่โตมากขึ้น

อย่างวานนี้ (14 ก.พ.62) วอลุ่มเทรดยังอยู่ระดับ 45,882.01 ล้านบาท ก็ใกล้เคียงกับวันก่อนหน้า แม้ดัชนีจะปิดติดลบ 3.09 จุด แต่ดัชนียังปิดเหนือ 1,650 จุดมาปิดที่ 1,652.64 จุด แต่บรรยากาศการเก็งกำไรน้อยลง เพราะมีหุ้นบวกแค่ 514 ตัว น้อยลงจากวันก่อนหน้าที่มีมากเกือบ 900 ตัว แต่จำนวนหุ้นที่บวกระดับนี้ก็ยังสามารถเลือกลุ้นกันได้อย่างสะดวก จึงไม่ได้มีความหมายในทางลบแต่อย่างใด ตรงกันข้ามการที่ตลาดมีการอ่อนตัว มองเป็นแค่การปรับฐานเท่านั้น เพราะก่อนหน้าดัชนีบวกแบบก้าวกระโดด จึงเป็นธรรมดาที่จะมีแรงขายทำกำไรออกมา เพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถยืนเหนือแนวรับใหม่ที่ 1,650 จุดได้จริงหรือไม่

เท่ากับเป็นการทดสอบแรงรับและทดสอบแนวรับว่ามีความแข็งแกร่งมากเพียงใด หากดูจากวอลุ่มที่เข้ามาซื้อหุ้นในช่วงนี้ยังคงเป็นกองทุนเหมือนเดิม ก็น่าจะมั่นใจได้มากระดับหนึ่ง เดิมเมื่อปลายปีก่อนมีการคาดหมายว่าต้นปี 2562 นี้จะมีแรงขายจากกองทุนออกมามาก จาก LTF ที่ครบอายุ โดยประเมินว่าจะมีแรงขาย 2-3 หมื่นล้านบาท แต่มาขณะนี้กลับพบว่านับจากต้นปีมาถึงวานนี้ แค่เดือนครึ่ง กองทุนกลับทยอยซื้อหุ้นเพิ่มไปถึง 24,993.83 ล้านบาทแล้ว จึงเป็นการประเมินผิด ทำให้ตลาดยังลุ้นได้ต่อไป

ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่ามอง ในกลุ่มปิโตรเคมี น่ามองที่ IVL, PTTGC และ VNT กลุ่มวัสดุก่อสร้างยังคงน่ามองที่ SCC, TASCO และ PTIPL กลุ่มอาหารทั้งจากการส่งออกที่ดีและภายในที่มีการบริโภคเพิ่ม จึงน่ามองที่ TU, MINT และ TKN กลุ่มพลังงานราคาน้ำมันยังขยับสูงขึ้นจากกลุ่ม OPEC จะลดกำลังการผลิต จึงดีกับธุรกิจพลังงาน น่ามองที่ BCP, BPP และ TOP เป็นต้น หุ้นรายตัวน่ามองที่ KTB, STA และ KCE สุดสัปดาห์ตลาดอาจซึมลง แต่ยังคงมีการลุ้นเก็งกำไรตามปกติ ดัชนีอาจแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ก็ไม่มีนัยสำคัญอะไร.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง