ข่าวอินโฟเควสท์
06:18 ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาข้าวโพดปิดบวก 0.53% รับข่าวจีนสั่งซื้อข้าวโพดสหรัฐ   ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนวันศุกร์ (22 มี.ค.) …
06:05 World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ   ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 22 มี.…
06:00 (REPEAT) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 460.19 จุด เหตุวิตกศก.โลกชะลอตัวหลังเผย PMI ลดลง   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวั…
23:29 เลือกตั้ง'62: พปชร.ยันความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลรวบรวมให้ได้ 250 เสียง ขอรอคะแนนชัดเจนก่อนเดินหน้า   นายอุตตม เสาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนย…
23:17 เลือกตั้ง'62: พรรคเพื่อไทย ระบุจะแถลงท่าทีชัดเจนเมื่อมีผลนับคะแนนเลือกตั้งครบ 95%   พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว…

คอลัมน์: อาทิตย์เอกเขนก: 'ฝาง' ต้นกำเนิดธุรกิจขุดเจาะน้ำมันในไทย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:01 น.

"อาทิตย์เอกเขนก" ฉบับนี้จะพาไปรู้จักกับแหล่งขุดเจาะน้ำมันแห่งแรกในประเทศไทย ที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมการขุดเจาะ หรือธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ "บ่อน้ำมันฝาง" ที่ตั้งอยู่ในตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งน้ำมันแหล่งแรกของประเทศไทย โดยเริ่มต้นมาจากเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้วชาวบ้านบริเวณดังกล่าวพบเห็นของเหลวสีดำไหลซึมขึ้นมาตามผิวพื้นดิน บางคนจึงคิดว่าเป็นน้ำมันศักดิ์สิทธิ์และนำมาทาร่างกายเพื่อรักษาแผล บ้างก็เชื่อว่ามีผลเป็นยาและใช้ได้จริง แต่ในสมัยนั้นการทำอุตสาหกรรม หรือการขุดเจาะไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย

จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงปี 2492-2499 ได้มีหน่วยสำรวจน้ำมันฝางเข้ามาดำเนินการภายใต้กรมโลหะกิจ ขุดเจาะแหล่งน้ำมันไชยปราการ สร้างโรงกลั่นน้ำมันทดลองขนาดเล็กขึ้น และนำร่องการกลั่นน้ำมันเป็นครั้งคราว โดยแต่ละครั้งจะได้น้ำมันประมาณ 1,000 ลิตร โดยจะนำไปใช้ในการก่อสร้างถนนมากกว่าการนำมาใช้เป็นน้ำมันเพื่อการคมนาคม แต่หลังจากที่งานบ่อน้ำมันฝางได้โอนไปขึ้นกับกรมพลังงานทหาร และเกิดการสำรวจขึ้นอีกครั้ง จึงทำให้ทราบว่าปริมาณน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวมีมากเพียงพอที่จะนำออกมา กลั่นขายได้ จึงทำให้เกิดการตั้งโรงกลั่นน้ำมันขนาด 1,000 บาร์เรลขึ้น และจากนั้นในช่วงปี 2499 กรมพลังงานทหาร ก็ดำเนินการพัฒนาน้ำมันในแหล่งฝางเป็นการผลิตปิโตรเลียมเป็นครั้งแรก รวมถึงมีการสำรวจแหล่งน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย จนถึงปัจจุบันที่ยังมีการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ รวมถึงตั้งพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้กับผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมด้วย

แต่ความเป็นฝางยังไม่หมดแค่นั้น เพราะอำเภอฝางในจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้เราประหลาดใจอีกหลายที่ รวมถึงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยหลังจากที่ได้รับความรู้เรื่องของแหล่งผลิตน้ำมันฝางไปแล้วนั้น ก็ได้เดินทางไปยังสถานที่อื่นๆ ในพื้นที่อำเภอฝางด้วย โดยสถานที่ที่หลายๆ คนให้ความสนใจและถือว่าเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในฝางนั่นก็คือ "บ่อน้ำพุร้อน" ซึ่งนอกเหนือจากการมีบ่อน้ำมันแล้วนั้น ฝางยังมีบ่อน้ำพุร้อนที่มีไม่กี่จังหวัดในประเทศไทยอีกด้วย และการที่เป็นจังหวัดในภาคเหนือ ในช่วงที่อากาศหนาว การมาแช่บ่อน้ำพุร้อน หรือนั่งล้อมวงต้มไข่กันก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย และยิ่งรวมกับความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกจัดสรรออกมาแล้วนั้น ทำให้เกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไม่แพ้จุดอื่นๆ เลยก็ว่าได้

ซึ่งบ่อน้ำบุร้อนฝางนั้น ตั้งอยู่นื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก โดยความร้อนนั้นเกิดจากหินร้อนเหลวหรือแม็กมาที่อยู่ใต้เปลือกโลกไหลแทรกตามช่องหินขึ้นมาบริเวณพื้นผิวทำให้พื้นดินจุดนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้น และเมื่อรวมกับน้ำบาดาลที่ไหลผ่านจุดดังกล่าวจึงทำให้เกิดเป็นน้ำร้อนและดันตัวเองขึ้นมาทะลุพื้นดิน โดยความร้อนในจุดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 80-00 องศาเซลเซียส และบ่อน้ำพุร้อนนั้นกระจายตัวบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ มีมากกว่า 50 บ่อ จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวหลายๆ คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

หลังจากเที่ยวชมธรรมชาติที่แปลกตาและความน่าอัศจรรย์ของน้ำพุร้อนแล้ว ก็ได้มีโอกาสไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านเมืองฝาง นั่นก็คือ "อนุสาวรีย์พระเจ้าฝางอุดมสิน-พระนางสามผิว (บ่อน้ำซาววา) หน้าวัดพระบาทอุดม ตำบลเวียง โดยตามตำนานกล่าวว่า พระเจ้าฝางได้มาปกครองฝางในปี 2172 พร้อมพระชายาซึ่งมีพระนามว่าพระนางสามผิว ที่มีพระสิริโฉมงดงาม เป็นที่เลื่องลือ และที่ได้ชื่อว่าพระนางสามผิวจากคำเล่าขานว่า ในหนึ่งวันพระนางจะมีพระวรกายถึงสามสี ซึ่งก็คือตอนเช้าจะมีผิวขาวดังปุยฝ้าย ในตอนบ่ายจะมีผิวสีแดงดังลูกตำลึงสุก และในตอนเย็นจะมีผิวเป็นสีชมพูดุจดอกบัวขาบ

ซึ่งตามตำนานระบุไว้ว่า ก่อนหน้านี้เมืองฝางเป็นเมืองขึ้นของพม่า แต่พระเจ้าฝางมีความคิดที่จะกอบกู้อิสรภาพ โดยได้ซ่องสุมกองกำลังไว้ แต่ทางพม่าล่วงรู้จึงได้ยกกองทัพมาบุก และจากการบุกโจมตีของพม่าทำให้ประชาชนในเมืองฝางเสียขวัญและกำลังใจ รวมถึงการล้มตายของทหารเป็นจำนวนมาก

พระเจ้าฝางและพระนางสามผิวเห็นว่าสาเหตุที่เกิดสงครามดังกล่าวมาจากตัวเอง จึงได้สละพระชนม์ชีพด้วยการกระโดดบ่อน้ำซาววา หลังจากนั้นกองทัพของพม่าได้ตีกำแพงเมืองได้ แต่ก็นำทัพกลับไปโดยไม่ได้ยึดของเมืองฝางแต่ประการใด ชาวบ้านจึงได้ตั้งอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงคุณความดีของพระเจ้าฝางและพระนางสามผิว โดยอนุสาวรีย์ดังกล่าวได้รับการกราบไหว้บูชามาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังได้แวะสักการะ รูปปั้นเหมือนครูบาศรีวิชัย ที่ตั้งอยู่ที่วัดศรีมงคล ตำบลสันทราย ด้วย โดยรูปปั้นดังกล่าวหน้าตักกว้าง 9.99 เมตร สูง 19 เมตร ซึ่งตั้งตระหง่านให้คนผ่านไปผ่านมาแวะเข้าไปกราบไหว้ได้ไม่ยาก โดยการปั้นรูปปั้นดังกล่าวเพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงการที่เป็นเส้นทางที่ครูบาศรีวิชัยเคยเดินมาแสวงบุญและได้แวะพัก ก่อนที่จะเดินทางต่อไปปฏิบัติธรรมที่พระธาตุสบฝาง อำเภอแม่อาย ซึ่งเมื่อรวมกับสถาปัตยกรรม อาคารไม้ของวัดแล้ว ถือว่ามีความสวยงามและน่าชื่นชมอย่างยิ่ง

จะเห็นได้ว่าอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่นั้น อาจจะไม่ใช่อำเภอที่เป็นกระแส จนคนแห่ไปเที่ยวล้นเมืองเหมือนพื้นที่อื่นของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีความสวยงามของธรรมชาติ มีความน่าสนใจของประวัติศาสตร์ และความน่าค้นหาจากสถานที่ต่างๆ เมื่อทุกอย่างรวมอยู่ด้วยกัน มันจึงเป็นเสน่ห์เล็กๆ ที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่เคยไปแล้วอยากกลับไปเยี่ยมเยือนอีกครั้ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง