ข่าวอินโฟเควสท์
01:06 สื่อเผยคณะเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนเตรียมจัดการเจรจารอบใหม่ในสัปดาห์หน้า   หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า คณะเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนเตรี…
00:54 อังกฤษเผยอัตราจ้างงานสูงสุดรอบ 47 ปี ขณะว่างงานต่ำกว่า 4%   สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า อัตราการจ้างงานในระหว่างเดือนพ.ย.ปี…
00:30 ตำรวจเนเธอร์แลนด์รวบตัวผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 คาดมีเอี่ยวก่อเหตุกราดยิงในรถราง   ตำรวจเนเธอร์แลนด์สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 ซึ่งคาดว่าม…
00:15 จีนเตือนเกิดพายุทรายในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ   กรมอุตุนิยมวิทยาของจีนออกแถลงการณ์เตือนการเกิดพายุทรายในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปร…
00:04 รัฐบาลเยอรมนีเริ่มประมูลคลื่นความถี่ 5G วันนี้ คาดมีรายได้ 3-5 พันล้านยูโร   รัฐบาลเยอรมนีเริ่มทำการประมูลคลื่นความถี่ 5G ในวันนี้ โดยคาดว่ารัฐ…

คอลัมน์: กลยุทธ์พิชิตหุ้น: เงินไหลกลับเข้าตลาด

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:14 น.
ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

ได้บอกมาแล้วว่านับจากต้นปีมาถึงปัจจุบัน มีเงินไหลเข้าไทยเกือบทุกสัปดาห์ ก็มีการบอกว่าเงินจะไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ แต่ไม่ได้คิดว่าเงินบางส่วนจะไหลเข้าตลาดหุ้น เพราะคิดแต่ประเด็นเรื่องดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น กลับไม่ดูในด้านราคาหุ้นที่ตกต่ำ แต่ผลประกอบการของธุรกิจดีขึ้น ทำให้หุ้นมีมูลค่าเพิ่มและยังจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่บรรดาธุรกิจจะจ่ายได้มากขึ้น ทำให้เกิดความคุ้มค่ามากกว่าดอกเบี้ย และยังจะมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่ำของราคาหุ้นที่ต่ำเกินพื้นฐานจริงในปัจจุบันอีกด้วย เป็นธรรมดาของการลงทุนโดยทั่วไปอาจมองไม่รอบด้าน

แต่เมื่อมีการหยุดไตร่ตรองพิจารณามากขึ้น ย่อมจะพบว่าตลาดหุ้นในปัจจุบันกลับเป็นแหล่งลงทุนที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่าด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นว่าราคาต่ำเกินจริง ธุรกิจมีผลกำไรดี จ่ายเงินปันผลได้มากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่จะหนุนให้ราคาหุ้นต้องปรับสูงขึ้น ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่อยู่ๆ เงินทุนจากต่างประเทศจะหวนกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น

โดยเฉพาะวานนี้ (20 ก.พ.62) จะพบว่านักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นอย่างหักโหมมาก ซื้อไปถึง 7,989.68 ล้านบาท ทำให้สถานะเปลี่ยนจากติดลบกลับมาเป็นบวก คือมีหุ้นในพอร์ตมากขึ้น ส่วนนักลงทุนไทยคงจะคาดไม่ถึงที่ต่างชาติจะหวนกลับมาลงทุนอย่างทันควัน จึงพบว่าไล่ซื้อตามไม่ทัน ที่ได้ติดมือไปพอประมาณคือกองทุนรวมที่ซื้อได้อีก 422.84 ล้านบาท

ในขณะที่พอร์ตโบรกเกอร์ได้ไปแค่ 110.62 ล้านบาท ทำให้นักลงทุนรายย่อยทั่วไปสามารถขายหุ้นวันเดียวได้มากถึง 8,523.14 ล้านบาท ก็เป็นการขายที่ได้กำไร เพราะตลอดทั้งวันตลาดเล่นกันในแดนบวก ปิดตลาดยังคงบวก 9.67 จุด ดัชนีมาปิดที่ 1,645.38 จุด นับว่าปิดใกล้ระดับสูงสุดของวัน จึงมองเป็นสัญญาณที่ดีกับตลาดต่อไป

ส่วนกลุ่มหุ้นที่ยังน่าสนใจ ในกลุ่มธนาคารบอกมาแล้วว่า หากเศรษฐกิจโตดีธนาคารจะมีกำไรดีไปด้วย จึงควรมองที่ KBANK, KTB และ TCAP กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ก็รู้ๆ กันแล้วว่าปัจจุบันมีงานก่อสร้างมาก ธุรกิจวัสดุก่อสร้างก็จะเติบโตไปด้วย จึงน่ามองที่ DCC, TOA และ TASCO กลุ่มพลังงาน เมื่อราคาน้ำมันยังผันผวนในระดับสูง ธุรกิจจะมีกำไรดีในไตรมาส 1 ของปี 2562 นี้ จึงควรมองที่ PTT, GLOW และ RPC กลุ่มรับเหมาฯ จะโตตามการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน จึงน่ามองที่ ITD, STEC และ UNIQ หุ้นรายตัวเตะตาที่ IVL, SVI และ AMATA เป็นตัวอย่าง การที่ตลาดเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น ทำให้มีวอลุ่มหนาแน่นแสดงว่ามีทั้งบรรยากาศการเก็งกำไรที่ดีและมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเงินนอกที่ไหลเข้ามารออยู่ ก็จะต้องมีเงินไหลกลับเข้าตลาดได้มาก ตลาดจึงมีทิศทางเป็นบวกได้ต่อเนื่อง จึงควรเลือกลงทุนต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง