คอลัมน์: โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่: 'ภัสสร'อาสาดูแลชาวสุราษฎร์ธานีแก้ราคายาง-สาน3เรื่องปฏิรูป

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562 00:00:47 น.

ส่องความเคลื่อนไหวพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริง อย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านคนธรรมดาได้มีโอกาสชิมลางงานด้านการเมือง โดยมีมืออาชีพระดับผู้จัดการรัฐบาล อย่าง "ลุงกำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นโค้ชให้

หนึ่งคนที่จะพาไปรู้จัก คือ "ภัสสร พัฒนสิงห์" ผู้สมัคร ส.ส.ในนาม รปช. จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 3

"เขียว" ภัสสร เท้าความว่า ตนเองเกิดในครอบครัวธรรมดา ที่อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทางครอบครัวอยากให้เป็นเจ้าคนนายคน อยากให้รับราชการ หรือเป็นผู้นำท้องถิ่น เพราะชาวบ้านจะได้ยอมรับ จึงตัดสินใจเรียนรัฐศาสตร์ พอจบปริญญาตรีก็ไปสอบข้าราชการอยู่ 1-2 ครั้ง และระหว่างนั้นก็ตัดสินใจต่อปริญญาโทด้วย เพราะมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรที่ตนสนใจพอดี เมื่อครั้นใกล้จบความฝันที่อยากจะเป็นปลัดอำเภอเริ่มเปลี่ยน และพลิกมาสนใจงานด้านวิชาการ และการบ้านการเมือง

แต่ตอนนั้นยังไม่มีช่องทางหรือโอกาสไปการเมือง จึงไปทำงานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  (พม.) ซึ่งเราก็เป็นวิทยาการอบรมเกี่ยวกับงานด้านสังคมให้กับผู้นำชุมนและชาวบ้าน กระทั่งวันนี้มีโอกาสในงานด้านการเมือง จึงขออาสารับใช้พี่น้องประชาชนที่บ้านเกิดตัวเองในเขต 3 ซึ่งประกอบด้วย อำเภอบ้านนาสาร อำเภอเวียงสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ (เฉพาะ ต.ทุ่งรัง ต.ช้างซ้าย ต.ช้างขวา ต.ป่าร่อน ต.คลองสระ)

"เราคลุกคลีกับประชาชนและสังคมมานาน รับรู้ปัญหาบ้านเมืองต่างๆ อีกทั้งสามีทำงานภาคประชาชนมาโดยตลอด จึงรู้สึกอยากเล่นการเมืองเสียเอง เพราะจะได้แก้ปัญหาชาวบ้านด้วยมือของเราเอง"

ภัสสร ขยายความอีกว่า ก่อนหน้านี้ทำงานที่กระทรวง พม. หน้าที่หลักคือดูแลช่วยเหลือสังคม แต่ก็เป็นการช่วยเฉพาะกลุ่ม แต่หากได้เป็น ส.ส.คิดว่าจะช่วยเหลือผู้คนได้แบบมหภาคและมีความคล่องตัวมากกว่า ดังนั้น จึงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งสังกัดพรรค รปช.

เธอ กล่าวว่า เหตุที่เริ่มต้นกับ รปช. เพราะชื่นชอบลุงกำนันสุเทพ เป็นที่ทราบกันดีว่าลุงกำนันเป็นชาวสุราษฎร์ เป็นคนจังหวัดเดียวกัน จึงรับรู้และเห็นสิ่งที่นายสุเทพทำเพื่อชาวใต้มาโดยตลอดตั้งแต่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการต่อสู้กับความอยุติธรรม เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน อีกทั้งเชื่อมั่นในฝีมือและผลงานที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า ทำไมถึงไม่ลงกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมในภาคใต้ ภัสสร ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสามีเป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรค รปช. แต่ที่สำคัญแนวคิดและอุดมการณ์ของ รปช.ตรงกับสิ่งที่ตนคิดในเรื่องการทำพรรคการเมืองโดยประชาชนที่แท้จริง โดยเปิดโอกาสให้กับคนธรรมดา ลูกชาวบ้าน นอกจากนี้ พรรคยังมีเจตนารมณ์ปฏิรูปประเทศอีกด้วย

ถามต่อว่า หาเสียงกับชาวบ้านสับสนหรือไม่ระหว่างประชาธิปัตย์กับ รปช. ภัสสร ชี้แจงว่าไม่สับสน เพราะชาวบ้านรู้อยู่แล้วว่าคือคนละพรรคกัน และต่างคนต่างมีแนวทางเป็นของตัวเองที่ชัดเจน เขาไม่ได้เดินอย่างเรา กระบวนการแตกต่างกัน เดินพบปะ เข้าถึง เข้าใจปัญหา รับรู้ปัญหาของประชาชน

"เราเน้นให้ผู้สมัครทุกคนต้องเข้าใจ เข้าถึง และรับฟังปัญหาของประชาชน เราเข้าทุกชุมชน เดินหาประชาชนทุกบ้าน เดินตามแนวทางของลุงกำนัน คารวะทุกบ้าน รับฟังทุกปัญหา ซึ่งชาวบ้านตอบรับดี ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนบอกว่ายังไม่เคยเห็นนักการเมืองจะมานั่งคุยกับประชาชนก่อนสมัคร ปกติก็แขวนป้ายโฆษณา แห่รถหาเสียง อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ชาวบ้านบ่นเป็นเสียงเดียวกันในเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง โดยเฉพาะราคาปาล์มน้ำมันและยางพาราตกต่ำ"

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากทำเมื่อได้เป็น ส.ส. คือ ปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชน ซึ่งขณะนี้ รปช.ทำแล้ว รวมทั้งจะต้องรีบแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ไม่ใช่แค่เกษตรกร แต่พ่อค้าแม่ขายกระทบหมด

นอกจากนี้ อยากปฏิรูประบบการศึกษา เพราะที่ผ่านมาเกิดความเหลื่อมล้ำ จนลูกหลานจะต้องเดินทางไปเรียนในตัวเมือง เนื่องจากการศึกษาในชนบทไม่พร้อมในด้านทรัพยากร ดังนั้น จะต้องทำให้การศึกษาทุกแห่งเท่าเทียม เสมอภาค และมีคุณภาพ

ภัสสร กล่าวอีกว่า พรรคจะช่วยชาวบ้านให้ผลผลิตราคาสูงขึ้น และขอให้เชื่อมั่น เพราะลุงกำนันทำจนประสบความสำเร็จมาแล้วสมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี ราคายางพาราสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ซึ่งครั้งนี้เรายืนยันว่าทำได้ และเคยเกิดมาได้แล้วจริงๆ

ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 รายนี้ ทิ้งท้ายว่า ตนเป็นลูกชาวบ้าน ลูกคนธรรมดา ไม่เคี้ยวรากดิน หรือทำงานเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัว ตระกูลของตนไม่เคยทำงานการเมือง และไม่ใช่ตระกูลที่สืบทอดทางการเมือง ดังนั้น จึงอยากขอกำลังใจจากชาวสุราษฎร์ด้วย.

ชื่อ ภัสสร นามสกุล พัฒนสิงห์ ชื่อเล่น เขียว หรือสร
เกิดวันที่ 26 พ.ย.2524 อายุ 37 ปี

การศึกษา : ปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขาบริหารรัฐกิจและกฎหมาย มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ประสบการณ์ : นักพัฒนาสังคม กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง