คอลัมน์: อ่านเอาเรื่อง: ผลแห่งการชักใย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562 00:00:56 น.
โดย ผักกาดหอม
ก็ยังมีคนไม่เข้าใจ
ไม่มีใครกลั่นแกล้งพรรคไทยรักษาชาติ แต่เพราะพรรคไทยรักษาชาติทำตัวเอง ใครที่ชอบทักษิณ ชอบไทยรักษาชาติ เกลียดลุงตู่ ถึงเวลาถามใจตัวเองดังๆ
ถ้าวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พรรคที่เสนอพระนามทูลกระหม่อม ไม่ใช่พรรคไทยรักษาชาติ แต่เป็นพรรคพลังประชารัฐ
วันนั้นคุณรู้สึกอย่างไร ฉะนั้นจะชอบหรือไม่ชอบอะไร ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง
ไม่ใช่ถ้าเป็นพวกกู ต้องถูกเสมอและไม่ควรนำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไปตะแบง หาเหตุสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง
ถ้อยแถลงของ "นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้สร้างความชัดเจน ไม่ใช่ในแง่กฎหมายอย่างเดียว แต่เป็นจิตวิญญาณของชาติ

"....การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้รับการสถาปนาขึ้นโดยรัฐธรรมนูญในราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ และหมวด ๑ พระมหากษัตริย์ มาตรา ๑๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ได้บัญญัติว่า

พระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปโดยกำเนิด หรือโดยแต่งตั้งก็ตาม ในฐานะเหนือการเมือง อันเป็นไปตาม พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชหัตถเลขาที่ ๑/๖๐ ลงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๕ ถึงพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ผ่านกรรมการราษฎร ระหว่างที่กระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีความเห็นชอบด้วยทุกประการ

สาระสำคัญซึ่งเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยของไทย ระบุไว้ในความของพระราชหัตถเลขา ที่ระบุว่า ด้วยหลักการพระบรมวงศานุวงศ์ย่อมดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพเหนือความที่จะถูกติเตียน ไม่ควรแก่ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นการงานที่จะนำมา ทั้งในทางพระเดชและพระคุณ ย่อมอยู่ในวงอันจะถูกติเตียน อีกเหตุหนึ่งจะนำมาซึ่งความขมขื่น ในเมื่อเวลาทำการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อันเป็นเวลาที่ต่างฝ่ายต่างโจมตีให้ร้ายซึ่งกันและกัน

เพื่อความสงบเรียบร้อยอันสมัครสมานอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างเจ้านายกับราษฎร ควรถือเสียว่า พระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ย่อมดำรงอยู่เหนือการเมืองทั้งหลาย...."

"....การใช้สิทธิเสรีภาพย่อมต้องอยู่บนความตระหนักว่าการกระทำนั้น จะไม่เป็นการอาศัยสิทธิและเสรีภาพให้มีผล กระทบย้อนกลับมาทำลายหลักการพื้นฐานและคุณค่าของรัฐ ธรรมนูญเสียเอง

เพราะประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามนิติราชประเพณีของไทยมั่นคงในสถานะมาแต่โบราณ โดยพระองค์จะทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า ทรงเคารพกฎหมายและโบราณราชประเพณี และทรงอยู่เหนือการเมือง
ทั้งยังต้องระมัดระวังไม่ให้สถาบันถูกนำไปเป็นคู่แข่งหรือฝักใฝ่ทางการเมือง
เพราะหากถูกกระทำด้วยวิธีการใดๆ สภาวะความเป็น กลางทางการเมืองของสถาบันฯ ต้องจะสูญเสียไป ก็ย่อมไม่สามารถดำรงพระองค์ให้อยู่เหนือการเมืองได้
ซึ่งถ้าปล่อยให้การณ์เป็นไปเช่นนั้น สถาบันฯ ก็จะไม่อยู่ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยอีกต่อไป
นั่นย่อมทำให้การปกครองของไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยจะต้องเสื่อมโทรมหรือถึงกับสูญสิ้นไป ซึ่งไม่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนั้น...."
หากจะมีคนแปลความไปในทางตรงข้าม ดึงสถาบันลงมาเล่นการเมือง ก็ต้องตั้งคำถามว่า มีเจตนาอะไร
แน่นอนเรื่องนี้ "ทักษิณ ชินวัตร" คือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง และ ๑๓ กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติรับผลกรรมแทน
อย่างน้อยก็ตอนนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง