คอลัมน์ไทยโพสต์: แรงสั่นสะเทือนทางการเมือง ผลเลือกตั้งเดิมพัน 'ระบอบ'

ข่าวทั่วไป 9 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ในเนื้อความหนึ่งที่องค์คณะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ระบุไว้ระหว่างการอ่านคำวินิจ ฉัยในคดีที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2561 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) จากการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยระบุว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย แตกต่างจากการปกครองของระบอบที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐลักษณะอื่น ซึ่งมีบทบาททางการเมืองโดยตรง โดยการใช้อำนาจในการเมือง และควบคุมการใช้อำนาจทางการเมือง โดยผ่านการแต่งตั้งพระบรมวงศานุวงศ์ให้ดำรงตำ แหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร ดังเช่นระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของบางประเทศในปัจจุบัน

ดังนั้น การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ในนามของพรรคการเมืองผู้แข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นๆ จึงเป็น การกระทำที่ย่อมเล็งเห็นได้ว่า จะส่งผลให้ระบอบการเมือง การปกครองของประเทศไทยแปรเปลี่ยนไปสู่สภาพการณ์อันเดียวกับระบอบการเมืองที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประ มุขของรัฐ และมีพระบรมวงศานุวงศ์ทำหน้าที่ใช้อำนาจทางการเมืองในการปกครองประเทศ สภาพการณ์เช่นนี้ ย่อมมีผลให้หลักการพื้นฐานของระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยที่ถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่มิได้ทรงปกครองต้องถูกเซาะกร่อน ทำลาย บ่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย

ภายหลังรับทราบคำตัดสินยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค 10 ปี หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติให้สัมภาษณ์ด้วยเสียงสั่นเครือว่า ตนเองและกรรมการบริหารพรรคยืนยันว่าได้น้อมรับพระราชโองการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ด้วยความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้อ่านแถลงการณ์ว่า การยุบพรรคก่อนเลือกตั้ง 17 วัน เป็นการตัดโอกาส และเป็นการทำลายเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการเลือกพรรคที่ถูกยุบ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองต่างๆ

ในขณะที่ความเคลื่อนไหวอีกฟากฝั่งหนึ่ง ผ่านการแสดงออกของกองทัพ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องสถาบัน ถูกจัดเฉดเป็นสายอนุรักษนิยม พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมผู้บังคับหน่วยขุมกำลังทั่วประเทศมารวมตัวกันบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร กล่าวปฏิญาณตนว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต และข้าพเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะสนับสนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี และมีธรรมาภิบาล ข้าพเจ้าจะดูแลช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวด้วยความเมตตาและเป็นธรรม จากนั้นได้ถวายบังคม 3 ครั้ง

รวมถึงการให้นโยบายของพลเอกอภิรัชต์ ในที่ประ ชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกว่า ห้วงต่อจากนี้ในเรื่องความ เคลื่อนไหวทางด้านการเมืองจะมีความเข้มข้นหลากหลายมิติในทุกพื้นที่ แต่ก็เชื่อว่าผู้บังคับหน่วยทุกท่านจะมีวิจารณญาณ มีความเข้าใจอันดีต่อสถานการณ์บ้านเมือง ไม่จำเป็นที่จะต้องไปกำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ และเชื่อว่าผู้บังคับหน่วยจะสามารถดูแลพื้นที่ต่างๆ ให้มีความเรียบร้อยได้เป็นอย่างดี และเอื้ออำนวยให้การจัดการเลือกตั้งเดินหน้าไปได้ตามห้วงเวลาตามที่สังคมไทยกำลังจับตามอง และหลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเป็นต้นไปจนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็มีความเข้มข้นในเรื่องของการดำเนินการของพรรคการเมืองต่างๆ อยู่แล้ว ทั้งการเตรียมการหาเสียงชูนโยบายต่างๆ และทำให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ของตนเองอย่างเต็มที่เป็นอิสระ

แม้กองทัพจะประกาศในเรื่องการทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งเดินหน้าไปให้ได้ และจะวางตัวเป็นกลาง แต่ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง การถูก เหมารวมหรือนำไปตีความเรื่องการเลือกข้างพรรคการ เมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ที่ถูกจัดเฉดว่าเป็นฝ่ายที่สนับ สนุนรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ การเลือกตั้งครั้งหน้าจึงมีเส้นแบ่งในเรื่องทิศทางของระบอบการปก ครองเข้ามาเกี่ยวข้อง จากการสัประยุทธ์ของพลังอำนาจในโครงสร้างทางการเมืองที่ ต่อรอง โค่นล้ม หักล้าง กันมาตลอดกว่า 10 ปี ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีเสียงของประชาชนในการสร้างความเป็นธรรมให้ฝ่ายตัวเองผ่านฉากหน้าของคำว่าผลประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่จะอธิบายถึงการถือหางแนวคิดฝ่ายใด เดิมพันจากผลที่ออกมาจึงสูง และมีความเสี่ยงต่อพลังอำนาจในโครงสร้างเดิมอยู่ไม่น้อย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ