คอลัมน์: ซุบซิบการบ้าน นินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 00:00:44 น.

จารึกไว้อีกวัน 7 มีนาคม 2562 เป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เหตุเป็นปรปักษ์ต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พ่วงมติ 6 ต่อ 3 ตัดสิทธิ์ 13 กรรมการบริหารพรรค 10 ปี โดยคำวินิจฉัยชี้ชัดตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และพระราชหัตถเลขารัชกาล 7 ที่สถาบันฯ ต้องอยู่เหนือการเมือง ไม่ใช่ราชาธิปไตยเหมือนอนารยประเทศ ในคำวินิจฉัยยังระบุว่ามีความตั้งใจอย่างแยบยลเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯ หวังผลประโยชน์ทางการเมือง เป็นจุดเริ่มต้นเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันต้องเสื่อมโทรมลง ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ในช่วงการอ่านคำวินิจฉัยของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากในมิติกฎหมายแล้ว ยังมีมิติทางด้านรัฐศาสตร์เข้ามาจับ ซึ่งในแต่ละบรรทัดถือเป็นข้อมูลและบรรทัดฐานที่สำคัญ ที่คงมีการพูดถึงและหยิบยกนำไปศึกษาต่อจากนี้ เพื่อนำไปสู่ข้อถกเถียงในการศึกษาทางด้านกฎหมายต่อไปในอนาคต

เหมือนจะมีบางอย่างคล้ายกันในสองเหตุการณ์ ที่กองบัญชาการกองทัพบกวันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ครั้งที่ 2/2562 วาระพิเศษ โดยมีผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ระดับผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการกองพลทหารบก พร้อมนายทหารระดับสูงทั่วประเทศกว่า 796 นาย โดยการประชุมได้มีการรวมตัวกันบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร ทุกนายอยู่ในท่าคุกเข่า  โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้นำกล่าวปฏิญาณตนว่า "ข้าพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต" จำนวน 3  ครั้ง จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ได้ให้กำลังพลกล่าวคำปฏิญาณตนตามเองด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งว่า "ข้าพเจ้าจะรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสนับสนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี และมีธรรมา     ภิบาล ข้าพเจ้าจะดูแลช่วยเหลือเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส และจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวด้วยความเมตตาและเป็นธรรม"... ดูในแต่ละวรรคมีความเหมือนในช่วงบ่ายแถวแจ้งวัฒนะอยู่ไม่น้อย

ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  (คสช.) ตัดสินใจไม่ลงพื้นที่ช่วยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปราศรัยหาเสียงที่ จ.นครราชสีมา หรือโคราชในวันที่ 10 มี.ค.นี้ แต่มีกระแสข่าวว่าวันที่ 13 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดที่จะลงพื้นที่ไปปฏิบัติราชการติดตามงานตามนโยบายในต่างจังหวัด แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นจังหวัดใด หากแต่การลงพื้นที่นั้นจะต้องดูในรายละเอียดทั้งการใช้รถยนต์ของราชการ ชุดติดตามดูแลรักษาความปลอดภัย แม้จะเป็นภารกิจนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ามีบางอย่างที่คาบเกี่ยวกับเรื่องการเมืองก็ต้องรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย หรือมีการหยิบยกนำไปโจมตี อย่างไรก็ตามในวันที่ 15 มี.ค. "บิ๊กตู่" ต้องสวมหมวกหัวหน้ารัฐบาลไปเป็นประธานในพิธีการฝึกร่วมในเหตุการณ์วิกฤติ หรือ c-mex โรงเรียนเตรียมทหาร  จังหวัดนครนายก ตามคำเชิญของผู้บัญชาการทางทหาร และจะเป็นปรากฏการณ์ที่บรรดาผู้นำเหล่าทัพพรึ่บพรั่บอีกครั้ง การันตีการทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี

เป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ของประเทศคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะนี้ส่วนงานต่างๆ เตรียมงานคืบหน้ากันไปค่อนข้างมาก ล่าสุด นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตกำหนดเขตการจัดงานและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่  4 พ.ค.ปีนี้ ตลอดไปจนถึง 4 พ.ค.ปีหน้านั้น โดยการจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งห่างไประยะหนึ่ง ปีนี้รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดงานรัฐพิธีสโมสรสันนิบาตขึ้น เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในช่วงปลายเดือน ก.ค.ศกนี้ ซึ่งปีนี้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นการจัดงานรัฐพิธีเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ที่ต่อเนื่องหลังจากมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์จะนำความกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ โดยในขณะนั้นทรงเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพิธีพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งนี้ สุดแต่จะมีพระบรมราชวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

โดยมีรายงานว่าทำเนียบรัฐบาลจะปิดปรับปรุงตึกสันติไมตรีทั้งหลัง ระหว่างวันที่ 15 ก.พ.จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรและกรมยุทธโยธาทหารบกดำเนินการซ่อมแซม โดยเปลี่ยนฝ้าเพดาน พื้นผนัง ผ้าม่าน ทาสีใหม่ รวมถึงซ่อมแซมงานจิตรกรรมต่างๆ ภายในตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมพร้อมการจัดงานสโมสรสันติบาตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 ก.ค.62 ด้วย

ฟัง "บิ๊กตู่" กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า การคัดเลือกจะมี 2 ส่วน คือ  ส.ว.เลือกตั้ง 50 คน ซึ่งตรงนี้ได้รายชื่อ 200 คนมาแล้ว เพื่อจะเลือกให้เหลือ 50 คน อีกส่วนหนึ่งคือ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง 194 คน บวก 6 คน ซึ่งใน 194 คนจะต้องคัดเลือกจาก 400 คน ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วงจะมีการคัดเลือกมาจากทุกภาคส่วน ยืนยันว่าทั้งหมดไม่มีใครอยู่ในราชการได้สักคนเดียว  นอกจากนี้แม้ว่าจะเลือกมา 400 คน ตนไม่มีโอกาสที่จะไปซักถามทุกคนเพราะมีกติกาหลายอย่าง เช่น ไม่เป็นบอร์ดในบริษัทต่างๆ ไม่เป็นข้าราชการ ขณะที่ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว.บอกว่าเรื่องนี้ดำเนินการไปตามขั้นตอน วันนี้ยังไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการสรรหา ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะถึงอย่างไรจะพิจารณาทันภายในวันที่ 9 มี.ค.นี้แน่นอน โดยทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนที่มีข่าวว่าคณะกรรมการฯ เคาะรายชื่อ ส.ว.ทั้งหมดแล้ว พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนว่า "ใครเคาะ จะมีใครบ้างก็ยังไม่รู้ ยืนยันว่าจะทำเสร็จก่อนกำหนด และการคัดเลือกนั้นไม่จำเป็นต้องถามความสมัครใจของผู้ถูกเสนอชื่อ โดยเราจะพิจารณารายชื่อที่ถูกเสนอมา"... ดูพี่น้อง 2 ป.พูดแบบนี้เดากันได้ว่า "ล็อกสเปก" หรือไม่ แต่วงในว่ากันว่าฝุ่นตลบ "ป่ารอยต่อฯ" กันเลยทีเดียว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง