1ปีขับเคลื่อนท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ โรงแรมดังตื่นตัวจับมือเกษตรกร

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 11 มีนาคม 2562 00:00:02 น.

"ฟู้ดแล็บ" ผนึก "สสส." แถลงผลสำเร็จครบ 1 ปี ขับเคลื่อนท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ เผยโรงแรม ร้านอาหารดังตื่นตัว จับมือเกษตรกรสร้างระบบอาหารสมดุล ตั้งเป้าดึงลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภค เล็งพาทัวร์ออร์แกนิกฟาร์ม

วิสาหกิจเพื่อสังคม แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ "ฟู้ดแล็บ" ร่วมกับสามพรานโมเดล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน "สรุปผล 1 ปี การขับเคลื่อน Organic  Tourism และร่วมกำหนดทิศทางการขยายผล" โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนรับทราบความก้าวหน้าของการขับเคลื่อน Organic Tourism หรือ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมสร้างระบบอาหารภายในประเทศให้สมดุลยั่งยืน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ "เส้นทาง การขับเคลื่อนโรงแรมต้นแบบ Organic Tourism" โดยมี ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเสวนาด้วย พร้อมให้แนวทางในการขับเคลื่อนจะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีความต่อเนื่อง เพราะการปรับเปลี่ยน เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์และการยกระดับผู้บริโภคให้หันมาสู่วิถีอินทรีย์เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องอาศัยพลังความร่วมมือของทุกฝ่าย จึงนับเป็นเรื่องดีที่มีโครงการสามารถดึงผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เกษตรกร ตลาด มาร่วมกันทำงาน

นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน และผู้ร่วมก่อตั้งแล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุลใช้สามพรานโมเดลเป็นต้นแบบพัฒนาการขับเคลื่อน และใช้กระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคมดึงคนที่เกี่ยวข้องกับระบบอาหารทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเริ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่น่าดีใจที่วันนี้มีต้นแบบการขับเคลื่อนเกิดขึ้นจริงแล้ว ซึ่งจะได้มีการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายผล การขับเคลื่อนต่อ เพื่อให้มีผู้ประกอบการการท่องเที่ยวมาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระบบอาหารมากขึ้น

"การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการและผู้ผลิต ความท้าทายในการขับเคลื่อนคือจะทำอย่างไรให้ทุกคนออกนอกกรอบเดิมๆ เพราะทั้งผู้ผลิต และผู้ประกอบการต่างก็เคยชินกับวิธีการซื้อขายเดิมๆ การที่จะให้ทั้งสองส่วนมาทำงานร่วมกัน ต้องให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักสร้างความยืดหยุ่นในวิธีการทำงาน เช่น เกษตรกรต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกอบการ แต่เดิมสามารถสั่งผลผลิตอะไรก็ได้

จากพ่อค้าคนกลาง แต่สำหรับผลผลิตอินทรีย์จะเป็นไปตามฤดูกาล บางอย่างอาจไม่มีตลอดเวลา ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเทคนิคการสื่อสารกับลูกค้า" นายอรุษกล่าว

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.มีพันธกิจสร้างเสริมสุขภาพคนไทยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่การจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีได้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการอันดับแรก ประชาชนต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์นั้นนอกจากจะเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการสร้างสังคมสุขภาวะ ดังเช่นแผนในอนาคตที่จะมีการพาลูกค้าลงพื้นที่ไปยังฟาร์มเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เกิดความเชื่อมั่นต่อเกษตรกร ซึ่งความรอบรู้เหล่านี้จะทำให้เกิดความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารดีต่อสุขภาพตามมา

ด้าน ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ร่วมก่อตั้งแล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ การขับเคลื่อนระบบอาหาร

สมดุลที่เราใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทุกคนจากห่วงโซ่อาหารได้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ได้บริโภคอาหารที่ดี สุขภาพดี หากแต่สุขภาวะโดยรวมของทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมใน Organic Tourism ดีขึ้นจากการมีความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มีจิตใจที่ดี เอื้ออาทร มีมิตรไมตรีต่อกัน มีสังคมที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์นอกเหนือจากการมาร่วมสร้างระบบอาหารให้ยั่งยืน

"อย่างไรก็ตาม การสร้างระบบอาหารให้ยั่งยืนขึ้นเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เราจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลในปีต่อไป เรามุ่งหวังจะขยายผลจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ไปพื้นที่ใกล้เคียง เราอยากให้มีความหลากหลายมากขึ้น"ดร.อุดมกล่าว

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล กล่าวว่า การศึกษาดูงานโครงการ Organic Tourism เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับโรงแรมเครือสุโกศล จนเกิดเป็นนโยบายกรีนมีตติ้งคอนเซ็ปต์ มีการเสนอทางเลือกให้ลูกค้าด้วย Organic คอฟฟี่เบรก มีการปรับเปลี่ยนเมนูในบุฟเฟต์ของห้องอาหาร และขยายผลไปยังแผนกจัดเลี้ยง และที่สำคัญการใช้วัตถุดิบออร์แกนิกกลับไม่ได้ทำให้ต้นทุนในการผลิตอาหารสูงขึ้น หากเชฟมีเทคนิคในการประกอบอาหาร ดังนั้นทางโรงแรมจึงอยากเป็นต้นแบบในการเผยแพร่ประโยชน์เหล่านี้ออกไป เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและช่วยเหลือสังคม

ชู เลง โก ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก กล่าวว่า ในแต่ละปีโรงแรมต้องทำอาหารให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมทั้งพนักงานปีละกว่า 6 แสนคน จึงเห็นความสำคัญของบทบาทในการเลือกสรร

อาหารปลอดภัยมาให้ลูกค้าบริโภค ต่อมาจึงเริ่มมาเรียนรู้ เริ่มเข้าใจเกษตรกร และซื้อผลผลิตตรงจากเกษตรกรเพื่อนำมาใช้ที่ห้องอาหารไทย และมีการสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้ว่าทางโรงแรมมีเมนูอินทรีย์ ซึ่งผลการตอบจากลูกค้าถือว่าดีมาก ปัจจุบันมียอดการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ 70% ในอนาคตตั้งเป้าให้เป็นร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบอินทรีย์ทั้ง 100% พร้อมกับจะจัดทริปพาลูกค้าไปเยี่ยมชมออร์แกนิกฟาร์ม เพื่อให้เห็นแหล่งที่มาของอาหาร เห็นกระบวนการทำงานร่วมกันกับเกษตรกร

น.ส.ณภัทร นุตสติ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ เชียงใหม่ และโรงแรมรายเฮอริเทจ เชียงใหม่ กล่าวว่า หากบริหารการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ให้ดี จะพบว่าไม่ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นเลย โดยปัจจุบันทางโรงแรมยังมีแนวคิดต่อยอดในการส่งเสริมให้ครอบครัวพนักงานที่ทำเกษตรอยู่แล้ว หันมาทำเกษตรอินทรีย์เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับโรงแรม

นายกำธร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากได้ฟังเรื่องราวการขับเคลื่อนของสามพรานโมเดลมาเป็นเวลาหลายปี ขณะที่บริษัทกำลังทำนโยบายอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อความสุขของโลก เพื่อความสุขของลูกค้า จึงเป็นอีกแรงบันดาลใจในการนำทีมผู้บริหารลงพื้นที่ไปพบกับชาวสวน เพื่อเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ เห็นการพึ่งพาตนเองจนเกิดการซื้อขายโดยตรงระหว่างบริษัทและเกษตรกร โดยเริ่มจากฝรั่งออร์แกนิกเป็นสิ่งแรก

ทั้งนี้ สำหรับการขับเคลื่อน Organic Tourism จนถึงปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เข้ามาร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์จำนวนกว่า 20 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ โรแรมดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก, โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ, โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพฯ, โรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล, บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), และร้าน Patom Organic Living (ปฐม) เป็นต้น

ส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มี ตลาดจริงใจ มาร์เก็ต, โรงแรมรายา เฮอริเทจ, โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ, โรงแรมวิลล่ามหาภิรมย์, โรงแรมครอสทู, 137 พิลลาร์เฮาส์, ร้านอาหารอิ่มเอม, ร้านอาหารจินเจอร์ฟาร์ม, อันจะกินวิลล่า, ซาร่าคิทเช่น, เชฟพีท และเลอ คริสตัล โดยในพื้นที่เชียงใหม่ยังได้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคม เจียงใหม่ ออร์แกนิก ทำหน้าที่เชื่อมโยงเชฟให้เปลี่ยนวิถีการทำอาหารมาใช้วัตถุดิบอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์มื้อค่ำอินทรีย์ "เจียงใหม่ออร์แกนิก เชฟเทเบิ้ล" ทำให้เชฟและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเชียงใหม่เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนอาหารอินทรีย์เพื่อสื่อสารเรื่องราวสู่ผู้บริโภคอีกด้วย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง