คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: 'เขื่อนไม่ใช่คำตอบ' 'การบริหารจัดการน้ำท่วมน้ำแล้ง'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 00:00:55 น.
เครือข่ายประชาชนภาคอีสาน

จากสถานการณ์ปัญหาน้ำแล้งที่ได้ลุกลามไปทั่วทุกพื้นที่ ทำให้บางพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งที่มาเร็วกว่าปกติ ทั้งในลุ่มน้ำที่มีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งอ่างเก็บน้ำต่างๆ บางพื้นที่ต้องหวงแหนน้ำ บางพื้นที่ต้องขอน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำหลักมากมาย แต่ทำไมการบริหารจัดการน้ำถึงยังไม่มีประสิทธิภาพ ถึงปล่อยให้ชาวบ้านต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก

ที่ผ่านมาโครงการโขง ชี มูล ถือเป็นบทเรียนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาคอีสาน นับได้ว่าเป็นแนวคิดของภาครัฐต่อการสร้างเขื่อนกั้นในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล สะท้อนให้เห็นแล้วว่าการบริหารจัดการน้ำโดยการรวมศูนย์ผ่านวาทกรรมอีสานแล้ง ไม่ใช่คำตอบการบริหารจัดน้ำท่วมน้ำแล้ง เพราะรัฐไม่ศึกษาไม่ประเมินผลกระทบที่แท้จริง ไม่เคารพรูปแบบการจัดการน้ำตามความถนัดในแต่ละนิเวศที่ชาวบ้านเข้าถึง

ฉะนั้นย่อมนำมาซึ่งการส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนและระบบนิเวศลุ่มน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา ลุ่มน้ำมูล เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร ลุ่มน้ำชี เป็นต้น และอีกหลายเขื่อนที่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร ยังส่งผลต่อวิถีชีวิตคนและระบบนิเวศลุ่มน้ำ ที่ผ่านมารัฐก็แก้ไขปัญหายังไม่แล้วเสร็จ

ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันก็ไม่เคยที่จะทบทวนบทเรียนการจัดการน้ำขนาดใหญ่ที่ผ่านมา แต่กลับจะเดินหน้าเห็นด้วยสนับสนุนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้านการบริหารจัดการน้ำในการปัดฝุ่นโครงการเก่า ซึ่งเปรียบเสมือน "เหล้าเก่าในขวดใหม่"

โดยการเสนอโครงการสร้างเขื่อนในภาคอีสานเพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะเขื่อนยางนาดี จ.ชัยภูมิ เขื่อนวังสะพุง เขื่อนศรีสองรัก เขื่อนลำน้ำก่ำ และโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล เป็นต้น ซึ่งแต่ละโครงการบริหารจัดการน้ำที่จะเกิดขึ้นนั้น

ชาวบ้านไม่เคยรับรู้ข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้น ตลอดจนไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลย ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดความวิตกกังวลต่อโครงการที่จะเกิดขึ้นในด้านผลกระทบต่อน้ำท่วมพื้นที่เกษตร การที่จะต้องอพยพโยกย้ายหมู่บ้าน วิถีชีวิตเปลี่ยน ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย  บ่งบอกถึงความไม่คุ้มทุนในการดำเนินโครงการ

ดังนั้น ทางองค์กรเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำอีสานจึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลเนื่องในวันหยุดเขื่อนโลก ดังนี้

1.ให้รัฐบาลโดยกรมชลประทานยุติการ ดำเนินการสร้างเขื่อนในพื้นที่ภาคอีสาน และทั่วประเทศ เนื่องจากหมดพื้นที่ในการที่จะสร้างเขื่อนแล้ว และในสถานการณ์ที่ผ่านมาและปัจจุบัน เขื่อนไม่ใช่คำตอบในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เพราะรัฐบาลและหน่วยยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ อาจจะส่งผลทำให้เกิดความไม่คุ้มทุนต่อการลงทุนในการดำเนินโครงการ ตลอดจนอาจจะเพิ่มความขัดแย้งกับชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย

2.ให้รัฐบาลโดยกรมชลประทานเร่งเยียวยา ชดเชยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่ผ่านมาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้ วันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Action against Dams) ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งวันหยุดเขื่อนโลกนั้น เริ่มขึ้นด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของภาคพลเมืองที่จะต้องรวมตัวกันเป็นเครือข่ายระดับโลก ในการต่อต้านหายนะจากเขื่อน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง