ภูมิใจไทยจะทำให้ ส.ส.เป็นผู้กำหนดนายกฯ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 00:00:09 น.

"ขอให้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีอิทธิพลใดๆ มากำหนดพรรคได้ นอกจากเสียงของประชาชน ผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอวิงวอนให้ผู้มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ดำเนินการให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจพิเศษที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)..."

พรรคภูมิใจไทยเลือกแถลงข่าวประกาศท่าทีของพรรคก่อนและหลังเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562  เพื่อย้ำจุดยืนว่าเป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เคารพกติกาบ้านเมือง พร้อมตัดสินใจตามเสียงของประชาชน ด้วยการไม่สร้างความขัดแย้ง และแก้ปัญหาปากท้องให้แก่ชาวบ้านเป็นอันดับแรก แทนการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ปิดการหาเสียงเช่นพรรคการเมืองอื่นๆ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ย่านบางเขน) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค ร่วมแถลงข่าวถึงความพร้อมของพรรคในการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้

นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยพบว่าประชาชนมีความต้องการ 2 เรื่องหลักคือ ไม่ต้องการให้พรรคสร้างความแตกแยก และพรรคต้องดูแลปัญหาปากท้องเป็นอย่างแรกผ่านนโยบาย 12 ด้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพรรคที่ประกาศตั้งแต่เริ่มต้นว่าเราต้องการลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องประชาชน และผมขอให้สัญญาว่าผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคนได้รับการปลูกฝังให้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วยความสุจริต ยึดถือหลักกฎหมาย และพร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งทุกประการ

"ไม่ว่าเราจะได้รับการเลือกตั้งมาจำนวนเท่าใด สิ่งที่พรรคจะยึดถือคือผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน พรรคไม่ต้องการให้เกิดปัญหารัฐบาลเสียงข้างน้อยเพียงเพื่อขอให้ได้ผู้นำประเทศก่อน เราจะเคารพกติกามารยาททางการเมือง ยืนยันพรรคจะไม่นำประเทศไทยเข้าสู่ความขัดแย้ง รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ต้องตั้งใจพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้า และผู้ที่ร่วมในรัฐบาลต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งชีวิต นี่คือจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยภายหลังการเลือกตั้ง"

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า เราไม่ได้จับมือหรือทำข้อตกลงกับใครหรือกลุ่มหรือพรรคการเมืองใดเพื่อกำหนดการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเราไม่เคยทำและไม่คิดจะทำ โดยหลังจากนี้จะขอสงวนท่าที ไม่พูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม รอจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แล้วจึงค่อยกำหนดแนวทางรวมถึงแสดงท่าทีของพรรคอีกครั้ง

"ขอให้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีอิทธิพลใดๆ มากำหนดพรรคได้นอกจากเสียงของประชาชน ผมในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอวิงวอนให้ผู้มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินการให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจพิเศษที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ควรจะใช้เพราะจะถึงการเลือกตั้งแล้ว ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย"

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้มีหลายพรรคการเมืองที่พร้อมเข้าสู่การแข่งขันและยอมรับผล หากการแข่งขันนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ไม่มีการช่วยเหลือจากภาครัฐ สิ่งนี้สำคัญมากที่ผ่านมาประเทศมีความขัดแย้ง มีการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะอ้างว่ามีการใช้อำนาจรัฐเอื้อให้พรรคการเมืองที่ยังมีอำนาจในรัฐบาล

"มีหลายกรณีที่ชัดเจนว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้พรรคบางพรรค ซึ่งเราไม่ได้หวั่นไหวหรือย่อท้อ เพราะคนที่ช่วงชิงความได้เปรียบเพราะใกล้ชิดอำนาจรัฐ ก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองกำลังแพ้ถึงกับต้องดึงขาคนอื่นลงมา อีกทั้งเราก็ไม่กังวลเนื่องจากไม่ได้ทำในสิ่งที่มีความพยายามจะกล่าวหา และหากมีการสอบสวนแล้วขออย่าพยายามตัดตอน หากพรรคใดทำผิดต้องเอาให้เต็มที่ หากพบว่ามีการปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่อง ถ้าทำผิดก็ขอให้กล้ารับผิดอย่างลูกผู้ชาย" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวภายหลังยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ใส่ร้ายผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยว่าทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่

เมื่อถามถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินย้ำว่าพรรคอันดับหนึ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้ารวบรวมไม่ได้ก็เป็นพรรคอันดับสอง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในประวัติศาสตร์

"แต่หากพรรคภูมิใจไทยได้อันดับหนึ่ง ผมก็ต้องไปเดินรวบรวม และกราบทุกท่านที่สนับสนุนให้เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะเมื่อมาถึงอันดับหนึ่งได้แล้วก็ต้องพยายามจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ แต่ผมไม่เชื่อว่าหากใครได้อันดับสามอันดับสี่ ยกตัวอย่างผมหากได้อันดับสี่มาขอจัดรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าไม่มีใครเขายอมให้เป็น ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วต้องดูผลการเลือกตั้งของทุกพรรคก่อน"

ส่วนกรณีท่าทีของ ส.ว.สรรหา 250 คนที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช.ควรเลือกนายกฯ อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาแสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการอะไร คิดว่า ส.ว.คงไม่สวนความคิดเห็นของประชาชน

"แต่หากเกิดเหตุการณ์ ส.ว.ไม่โหวตตามเสียงของประชาชน ก็ถึงเวลาที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องรักษาศักดิ์ศรีของการเป็นผู้แทน ต้องเอานายกฯ ตามกระบวนการมาก่อนให้ได้ แม้พรรคภูมิใจไทยจะเป็นฝ่ายค้านก็จะโหวตสนับสนุนให้นายกฯ มาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนเพื่อรักษาระบบให้ได้ จากนั้นพรรคภูมิใจไทยค่อยกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นับจากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง เราได้พบปะพี่น้องประชาชนและนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาปากท้องอย่างต่อเนื่องมากกว่า 2 หมื่นเวทีแบบย่อยและเวทีใหญ่ และนำเสนอนโยบายแก่ประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน จึงเชื่อว่าด้วยนโยบายต่างๆ ทั้ง 12 ด้าน อาทิ กัญชาเสรี, นโยบายทวงคืนกำไรให้เกษตรกร, พืชพลังงาน, แก้หนี้ กยศ., เรียนออนไลน์ฟรีตลอดชีพ, อสม.หมอประจำบ้าน, บุรีรัมย์โมเดล, เศรษฐกิจแบ่งปัน (แกร็บ, โฮมสเตย์), เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดชายแดนใต้, แก้ปัญหาประมง, กรุงเทพฯ สะดวก สบาย เป็นต้น จะได้รับการตอบรับจากประชาชน และเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน

ส่วนจุดยืนทางการเมืองนั้น เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 นายกรัฐมนตรีต้องชื่อนายอนุทินเท่านั้น แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เรายินดีให้พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 เป็นผู้ตั้งรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำอะไรที่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย และเห็นว่าการที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่มีหลักการและเป้าหมายร่วมกันที่จะไม่ให้มีอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงหรือครอบงำทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งถือเป็นสิ่งที่ดีต่อบ้านเมือง

"เราต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายและเกิดประโยชน์สูงสุด  และในวันที่ 24 มีนาคม หวังว่าคนไทยจะไปใช้สิทธิ์กันให้มากที่สุด เพื่อแสดงถึงฉันทามติของประชาชนและกำหนดอนาคตประเทศไทย"  เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวปิดท้าย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง