เมื่อ 'บีอาร์เอ็น' ขยายพื้นที่ก่อการร้าย รัฐบาลจะหาทางออกจาก 'ไฟใต้' อย่างไร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 00:00:24 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่ได้ลดความรุนแรงลง เพราะยังมีการวางระเบิด ยังมีการใช้อาวุธปืนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ยังมีคนตาย บาดเจ็บ และทรัพย์สินของประชาชนของรัฐได้รับความเสียหาย จากการก่อความไม่สงบของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

เพียงแต่ในห้วงของการหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ทำให้ข่าวการก่อความไม่สงบถูกลดพื้นที่ลง เพื่อแทนที่ของข่าวการเมือง การเลือกตั้ง จึงอาจจะทำให้สังคมเห็นว่า สถานการณ์การก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น

แต่..ข้อเท็จจริง นอกจากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ยังมีการขยายเขตการก่อการร้าย จากพื้นที่ 3-4 จังหวัด คือ ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และสงขลา ไปยัง จ.พัทลุง และสตูล

เพราะในช่วงก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน มีการวางระเบิดแสวงเครื่องในสถานที่เก็บของกลางของ สภ.เมืองสตูล ร้านค้าบริเวณศูนย์การค้าเกือบ 10 จุด ซึ่งทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สตูล

เช่นเดียวกับในพื้นที่ จ.พัทลุง มีการวางระเบิดแสวงเครื่อง ในพื้นที่ ต.ดอนประดู่ อ.ปากพะยูน และพื้นที่ อ.เมือง กว่า 10 จุด เน้นสถานที่ราชการ สถานีรถไฟ เส้นทางรถไฟ และบ้านเรือนประชาชน

ซึ่งจากการตรวจสอบ สืบสวน สอบสวน และจากงาน การข่าว ความมั่นคง สรุปว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นทั้ง 2 จังหวัด รวมกันเกือบ 20 จุด แม้จะเกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในห้วงเวลาการ หาเสียง เพื่อการ เลือกตั้ง แต่ไม่ใช่ระเบิด การเมือง เพื่อสร้างสถานการณ์หวังผลทาง การเมือง หรือการ เลือกตั้ง ในพื้นที่ของ 2 จังหวัดแต่อย่างใด

ระเบิดเกือบ 20 จุด ใน 2 จังหวัด จึงเป็นปฏิบัติการของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งแน่นอนว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ยังมีกองกำลัง และยังมีศักยภาพในการก่อการร้ายได้ มีอยู่เพียงขบวนการเดียว นั่นคือ บีอาร์เอ็นเป็น บีอาร์เอ็น ที่ไม่ยอมเข้าสู่ขบวนการ พูดคุยสันติสุข และเป็นขบวนการบีอาร์เอ็นที่ยังมีศักยภาพในการปฏิบัติการในพื้นที่ของประเทศไทย เพราะมีประเทศมาเลเซียเป็น หลังพิง ที่แข็งแกร่ง ที่ทำให้บีอาร์เอ็นกลายเป็น เสี้ยนหนาม ที่คอย ตำเท้า คอยทิ่มแทงให้เกิดความไม่สงบสุขกับประชาชนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

คำถามที่ประชาชนต้องการคำตอบจากหน่วยงานความมั่นคง จากเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีหน้าที่ในการ ดับไฟใต้ คือ เหตุการณ์วางระเบิดที่ จ.สตูล และพัทลุง ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่การคลี่คลายคดี การจับคนร้ายที่วางระเบิดใน จ.สตูล และพัทลุง ยังไม่มีความคืบหน้า

ทั้งที่การวางระเบิดเกือบ 20 จุด ต้องเป็นการปฏิบัติการของคนหลายคน ต้องมีผู้ช่วยเหลือที่เป็นคนพื้นที่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบ ปฏิบัติการของบีอาร์เอ็น การใช้ แนวร่วม เป็นจำนวนมาก จึงน่าจะทำให้การสืบสวนเพื่อจับกุมผู้ก่อการร้าย ไม่น่าจะเป็นการ มืดบอด แบบผ่านไป 10 กว่าวัน ยังไม่มีความคืบหน้าคดีนี้กำลังจะไม่มีทั้ง แพะ และ แกะ เพื่อการแกะรอย แสดงให้เห็นว่า ถ้าบีอาร์เอ็นไม่มีการวางแผนอย่างแนบเนียน ก็เพราะเจ้าหน้าที่รัฐในทั้ง 2 จังหวัด ไม่ได้มีแผนในการป้องกันเหตุ ที่ไม่มีแผนในการป้องกัน ไม่มีงานการข่าวของบีอาร์เอ็น เป็นเพราะไม่เคย ใส่ใจ ไม่รู้เรื่องบีอาร์เอ็น ไม่รู้ว่าบีอาร์เอ็นแผ่ขยายสมาชิกไปทั่ว โดยเฉพาะใน 14 จังหวัดภาคใต้ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์วางระเบิด จึงกลายเป็น มืดแปดด้านนี่อาจจะเป็นผลพวงของรัฐบาลที่ไม่ยอมรับว่า บีอาร์เอ็นมีอยู่จริง และเป็นผู้ปฏิบัติการก่อการร้ายในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อ 2 ปีก่อน บีอาร์เอ็นเคยวางระเบิดห้างเซ็นทรัลเกาะสมุย และวางระเบิดในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.ตรัง จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี จนได้รับความสูญเสียในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมาแล้ว

แสดงว่าหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น จังหวัดต่างๆ ที่ไม่อยู่ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่ได้มีการเตรียมการเพื่อป้องกัน เพื่อรับมือการก่อการร้ายแต่อย่างใด งานการข่าวไม่ได้ขับเคลื่อน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของ แนวร่วม ในพื้นที่ ไม่มีการกำหนดเป้าหมายของพื้นที่ ว่าพื้นที่ไหนที่ต้องมีงาน การข่าว พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่น่าสงสัย ว่ามี แนวร่วม เข้าไปเคลื่อนไหว และขับเคลื่อนงาน มวลชน หรืองาน การเมือง ของขบวนการบีอาร์เอ็น

เพราะรัฐบาลชุดนี้ปฏิเสธเรื่องของบีอาร์เอ็นมาโดยตลอด แม้แต่เหตุการณ์ก่อการร้ายล่าสุดที่บีอาร์เอ็นยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม และระเบิดเอ็ม 79 ที่กองร้อยศรีพะงัน อ.ตากใบ หลังปฏิบัติการเสร็จสรรพ บีอาร์เอ็นขับเรือหางยาวข้ามฝั่งไปประเทศมาเลเซียให้เห็นแบบจะจะ เราก็ยังบอกว่าไม่มีบีอาร์เอ็นอยู่ดี

การไม่มีการกำหนดเป้าหมายว่าใครเป็นคู่ต่อสู้ และไม่ประ กาศว่าเราสู้กับใคร ศัตรูของเราคือใคร คือจุดอ่อนที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐแต่ละหน่วยงานไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ให้มีความสำเร็จ ไม่สามารถป้องกันเหตุ และหลังเกิดเหตุไม่สามารถจับใครมาลงโทษได้

แม้ว่าในการปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงที่ผ่านมา จะสามารถ จับตาย และ จับเป็น คนในขบวนการบีอาร์เอ็นได้ แต่เมื่อไม่สามารถทำลายโครงสร้าง ไม่สามารถทำลาย หลังพิง ของ บีอาร์เอ็นลงได้ การที่สมาชิกบีอาร์เอ็นตายและถูกจับ จึงยังไม่ใช่ความสำเร็จของการแก้ปัญหา

ถ้าติดตามดูสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561- กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่รัฐ จับตาย อาร์เคเค ไปแล้ว 7 ศพ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ทั้ง 7 ศพของอาร์เคเคที่ถูก จับตาย หรือ วิสามัญ จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งในความเป็นจริงคนทั้ง 7 รายที่ถูก จับตาย คือคนร้ายที่มีโทษอุกฉกรรจ์ เป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ขบถ เพื่อแบ่งแยกดินแดน หลายคนมีคดีในการฆ่าคน ฆ่าเจ้าหน้าที่ ก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆ

แต่..เมื่อมาดู บริบท ของคนในพื้นที่ พบว่า คนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่ วิสามัญ กลายเป็น ฮีโร่ กลายเป็น นักรบ ผู้พลีชีพในการต่อสู้เพื่อเอกราช ศพทั้ง 7 ไม่มีการอาบน้ำศพ และมีการแห่ศพ พร้อมทั้งตะโกนคำว่า ตั๊กเบสๆ ตลอดระยะทางจนถึงกุโบร์ เพื่อสร้างความ ฮึกเหิม ให้กับขบวนแห่ศพ และเพื่อยกย่องคนตายสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า ในพื้นที่เหล่านั้น กลุ่มเยาวชนและสมาชิกบีอาร์เอ็นมีอำนาจเหนือรัฐ และมีอำนาจเหนือผู้นำศาสนา ผู้นำศาสนาไม่กล้าที่จะออกความเห็น หรือชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่คนในพื้นที่กระทำไปนั้นขัดกับหลักศาสนา เพราะคนที่ถูก วิสามัญ ไม่ใช่ นักรบของพระเจ้า แต่เป็นคนร้ายที่ฆ่าคน วางระเบิด เป็นผู้ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ผู้นำศาสนาในพื้นที่ไม่กล้าที่จะพูดความจริง หรือสอนความรู้ให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเยาวชน และนอกจากนั้นผู้นำศาสนาบางคนยังเห็นด้วยกับการกระทำของเยาวชนเหล่านั้น

แสดงให้เห็นว่า วันนี้ในแต่ละพื้นที่ งานการเมือง หรืองานมวลชนของบีอาร์เอ็นยังเข้มแข็ง 7 ภารกิจของบีอาร์เอ็น ตั้งแต่งานเยาวชน, สตรี, การเงิน, การศึกษา, โลจิสติกส์ และอื่นๆ ยังไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทำให้อ่อนแอลง หรือถูกทำลายไป

และที่สำคัญ การขยายเขตการก่อการร้ายจาก จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ไปยัง จ.สตูล และพัทลุง แสดงให้เห็นว่าบีอาร์เอ็นไม่ได้หยุดลงแค่การขยายเขตการก่อการร้าย แค่ จ.พัทลุง และสตูล แต่ยังมีแผนในการก่อการร้ายในจังหวัดอื่นๆ ทางภาคใต้ เพื่อสร้างความ ระส่ำ และเพื่อการทำลายอำนาจรัฐ ให้ประชาชนเห็นถึงความ ล้มเหลว ในการดับ ไฟใต้ ของรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคง และเมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามจากประชาชนคือ รัฐบาลจะหาทางออกจาก ไฟใต้ อย่างไรเชื่อว่าสิ่งที่เขียนเป็นแค่การ สีซอให้ควายฟัง เพราะวันนี้ คน ทั้งหมดของรัฐบาล ไม่ได้สนใจกับเรื่อง ไฟใต้ หรือใครจะเป็น ใครจะตาย มากไปกว่าเรื่องการใช้ทุก สรรพกำลัง เพื่อให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.ให้มากที่สุด เพื่อปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง