ข่าวอินโฟเควสท์
10:08 บอร์ด กทพ.เล็งเคาะร่างแก้ไขสัญญาทางด่วนแลกแก้ข้อพิพาท BEM วันที่ 4 มิ.ย.ก่อนส่งอัยการสุงสุด   นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งป…
09:59 บลจ.ยูโอบี ออกกองทุนลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก IPO 24-28 พ.ค. รับตลาดผันผวน   นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอ…
09:58 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าลบ 146.67 จุด วิตกสงครามการค้ากระทบแนวโน้มเศรษฐกิจโลก   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันน…
09:50 (เพิ่มเติม)กลยุทธ์การลงทุนรอบเช้าวันที่ 24 พฤษภาคม 2562   โบรกเกอร์ แนวรับ แนวต้าน กลยุทธ์ จากบทวิเคราะห์ ASL 1,600 1,620 ซื้อเล่นรอบเมื่อปรับท…
09:39 จับตาหุ้นเด่นวันนี้   นสพ.รายงาน มีลุ้นไปต่อ เก็งกำไร SAWAD เข้าคำนวณ SET50 เดือนมิ.ย.นี้ เตรียมเพิ่มทุน BFIT มากกว่า 50% รับผลประโยชน์เต็มๆ ขณ…

บีเจซีทุ่มพันล.รับซัมเมอร์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 00:00:07 น.
ดึงเทคโนโลยีเสริมทัพยกระดับสินค้า

สระบุรี * "บีเจซี" ฟุ้งรับอานิสงส์สภาพอากาศร้อน ดันความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มพุ่งกระฉูด พร้อมกางแผนลงทุนปี 2562 เตรียมทุ่ม 1,000 ล้านบาท ดึงเทคโนโลยียกระดับการพัฒนาสินค้า ชี้ เทรนด์บรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมาแรง

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรม การผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาของปี 2562 ยอมรับว่าต้องใช้พลังในการขับเคลื่อนพอสมควร เนื่องจากลูกค้ายังรอความชัดเจนกับปัจจัยต่างๆ แต่คาดว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นช่วงไตรมาส 3 และ 4 /2562 เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้เกิดความต้องการบริโภคเครื่องดื่มมากขึ้น ส่งผลต่อบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วให้สามารถขยายตัวตามไปด้วย

สำหรับการลงทุนของบีเจซีในปี 2562 ในส่วนของการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ยกระดับเทคโนโลยี และนำออโตเมชั่นมาใช้ในงาน เนื่องจากการแข่งขันในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วโดยหลักจะเป็นเรื่องคุณภาพ รวมถึงเทรนด์ความต้องการขวดที่น้ำหนักเบาและบางกว่าเดิม แต่ต้องมีความเหนียว ซึ่งจากการดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 66 ปี ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งในการพัฒนาสินค้า และยังมีพาร์ตเนอร์ โอเว่น อิลลินอยส์ อิงค์ ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก จึงทำให้บริษัทเชื่อว่าจะมีสินค้าตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมหาโอกาสในการสร้างโรง งานผลิตในอาเซียน โดยเฉพาะคาบสมุทรอินโดจีน ได้แก่ เมียน มา กัมพูชา และ สปป.ลาว โดยจะต้องดูความต้องการบรรจุภัณฑ์ของประเภทนั้นๆ มาประกอบการพิจารณาลงทุนสร้างโรงงาน หรืออย่างน้อยต้องมีกำลังการผลิต 250 ตันต่อวัน มีขนาดพื้นที่ 30 ไร่ และน่าจะต้องใช้เงินลงทุน 1,000-1,500 ล้านบาท

ส่วนโรงงานของเมืองไทย ที่อยู่ใน จ.สระบุรี และ จ.สมุทร ปราการ มีกำลังผลิตรวมกันที่ 3,400 ตันต่อวัน มีการส่งออกไปต่างประ เทศ 6% ส่วนมากอยู่ในประเทศ 94% และมีสัดส่วนระหว่างผลิต บรรจุภัณฑ์แก้วและแคนที่ 50:50 โดยยังมีโรงงานในประเทศเวียด นามกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน และมาเลเซีย 510 ตันต่อวัน ที่กำลังจะขยายเป็น 650 ตันต่อวัน ส่งผลให้มีการผลิตรวมทั้งในและต่างประเทศ 4,350 ตันต่อวัน

นายอัศวินกล่าวว่า ภาพรวมตลาดบรรจุภัณฑ์อยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 4-5% อยู่ในระดับที่ไม่หวือหวามากนัก และจะเติบโตมาจากการออกสินค้าที่มีนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ โดยในปี 2561 มียอดขายบรรจุภัณฑ์รวม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นขวดแก้ว 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 8% และแคนอีก 8,000 ล้านบาท เติบโต 6-7% โดยแนวโน้มของบรรจุภัณฑ์แก้วจะมีการขยายตัวได้ดีกว่า เป็นไปตามเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภคทั่วไป และขวดแก้วในหลายประเทศแถบยุโรปและอเมริกาก็เติบโตดีมากเช่นเดียวกัน.

บรรยายใต้ภาพ
อัศวิน เตชะเจริญวิกุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง