ข่าวอินโฟเควสท์
00:34 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ก่อน"ทรัมป์-สี จิ้นผิง"พบปะนอกรอบ G20 สัปดาห์นี้   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ก่อนการพบปะกันระห…
00:28 ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งกว่า 1% ทำนิวไฮ 6 ปีใกล้แตะ 1,420 ดอลลาร์   ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี ใกล้ระดับ 1,420 ดอล…
23:55 "ทรัมป์"ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ยิงโดรนสหรัฐ   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีวันนี้เพื่อทำการคว่ำบาตร…
23:30 เจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นทำเนียบขาว หลังมีผู้พบเห็นพัสดุต้องสงสัย   เจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นการเข้าออกทำเนียบขาวในวันนี้ หลังจากมีผู้พบเห็นพัสดุต้อง…
23:13 ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลงวันนี้ ขณะวิตกอุปสงค์น้ำมัน   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมัน หลังจ…

คอลัมน์: อีโคโฟกัส: ดีเบตนโยบายอุตสาหกรรมไทย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 00:00:17 น.

อีกไม่นานประชาชนคนไทยก็จะได้รู้แล้วว่าใครจะเข้ามา บริหารประเทศเป็นรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นรัฐใหม่แต่หน้าเดิม หรือจะเป็นรัฐใหม่พร้อมกับคนใหม่ๆ และเมื่อไม่นานมานี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) จัดสัมมนา "ทิศทางอุตสาหกรรมไทย ในปี 2025 (Shaping Thai Industry 2025)" พร้อมกับจัดเวทีแสดงนโยบายด้านอุตสาหกรรมจาก 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคอนาคตใหม่ ด้วย

โดยคนแรกที่ได้ออกมากล่าวถึงนโยบายของพรรคคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้พูดถึงนโยบายของพรรค ว่า พรรคคำนึงถึงการทำธุรกิจทั้งในประเทศไทยและในโลก ซึ่งนโยบายทุกตัวตอบโจทย์อย่างน้อย 5 ข้อที่เป็นความท้าทายของเศรษฐกิจไทย คือ 1.เทคโนโลยี ที่เป็นปัจจัยสำคัญเปลี่ยนธุรกิจบนโลก ทั้งพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภค 2.โลกาภิวัตน์-สงครามการค้า 3.การกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งไทยจะต้องมีการพัฒนาในเรื่องของนวัตกรรม เพื่อนำไปแข่งขันกับประเทศที่นำหน้าไทยไป 4.สังคมสูงวัย และ 5.เศรษฐกิจเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงเรื่องของการปฏิรูประบบราชการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยี ปรับปรุงกฎหมายที่ถ่วงภาครัฐ โดยเชื่อว่าจะเพิ่มความโปร่งใสและทำให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ทางพรรคได้นำเทคโนโลยีมาใช้ อย่างระบบ GovTech ควบคุมกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส รวมถึงให้เปิดเผยราคากลาง วิธีการคำนวณราคากลางออนไลน์ และเปิดเผยการเสียภาษีที่ดินออนไลน์ เพื่อให้ตรวจสอบได้เมื่อพบ ผิดความผิดปกติ รวมถึงสนับสนุนให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ในนี้ หรือการยกระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเน้นเรื่องอุตสาหกรรมสีเขียว ที่ตรงกับการปฏิวัติเขียวอุตสาห กรรม 7 ประการ ได้แก่ การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เกษตรอินทรีย์ อุตสาหกรรมชีวภาพ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อุตสาห กรรมรถไฟ การผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล และการปลูกไม้เศรษฐกิจเชิงอุตสาหกรรม

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นโยบายของพรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย มองว่าในปีที่ผ่านมายังมีปัญหาอยู่หลายด้าน อาทิ เรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก หรือปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับ สหรัฐ เป็นต้น ต้องการที่จะขับเคลื่อน โดยมีการแยกออกเป็น 4 ปัญหาที่ท้าทาย คือ 1.เรื่องสงครามการค้า 2.การลงทุนต่ำ 3.แนวโน้ม ที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทดแทนแรงงานในบางสาขา และ 4.แนวโน้มขาด แคลนแรงงาน

ซึ่งก่อนที่จะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ ต้องมีการปรับ 2 เรื่องหลักก่อน คือ ต้องปรับการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ปัจจุบันทำงานแบบเอาราชการเป็นศูนย์กลาง ทำให้เอกชนต้องเคลื่อนตัวไปหา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการบ่อเกิดของการคอร์รัปชัน และ 2.การปราบคอร์ รัปชันทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎกติกา ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น

ส่วนยุทธศาสตร์ของพรรคจะปรับระบบราชการ ปราบคอร์รัป ชัน โดยภายใน 3 เดือนจะเอกซเรย์กฎหมายใบอนุญาตคำสั่งระเบียบกระทรวงต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคทำให้เสียเวลาทำมาหากินและเป็นช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และภายใน 6 เดือนจะทำการกิโยตินกฎหมาย แก้ไขกฎระเบียบที่ล้าสมัย ลดกฎหมายที่ซ้ำซ้อนให้เหลือ 300 ฉบับจาก 1,500 กว่าฉบับ และใช้กฎหมายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนใหม่

ทั้งนี้ ยังได้ส่งเสริมกองทุนสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในการนำไปพัฒนาคน พัฒนาแรงงานฝีมือ สร้างกระบวนการรองรับเทคโนโลยี ส่วนทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพ พรรคได้วางนโยบายในการสนับสนุนเรื่องของการแพทย์ ด้านการผลิตยาและสมุนไพรไทย แต่อย่างไรก็ตาม พรรคจะไม่ยอมให้เอกชนขับเคลื่อนเพียงลำพัง

ขณะที่ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า นโยบายภาคอุตสาหกรรมของพรรคจะจัดทำนโยบายลดกับดักรายได้ปานกลาง และลดกับดักความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการนำประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ส่วนในเรื่องของการขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ย้ำว่าเรื่องเมดอินไทยแลนด์ ยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องทำให้มีต่อไป รวมทั้งไม่ใช่ขับเคลื่อนเพียงภาครัฐ แต่ต้องช่วยภาคเอกชนด้วย

"พรรคมีนโยบายภาคเร่งเพิ่มทักษะแรงงาน เพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นจากระดับค่าแรง 325 บาท ไปสู่ 425 บาทแบบไต่ระดับภายในระยะเวลา 3 ปี ผลักดันการยกเลิกภาษีผู้ประกอบการออนไลน์ และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับนักศึกษาจบใหม่ไม่ต้องเสียภาษี 5 ปีแรก" นายสุวิทย์กล่าว

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเป็นตัวแทนผู้ประกอบการช่วยพัฒนามองว่าหลังประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เชื่อว่าการเจรจา การค้าระหว่างประเทศในเวทีโลกจะเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะนานาประเทศให้การยอมรับมากขึ้น โดยพรรคจะสนับสนุนทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและอุตสาหกรรม โครงการในเมืองไทยมากมาย ทางพรรคสนับสนุนให้ใช้ของไทย 2 ปีแรก สร้างฐานให้แน่นก่อน หลังจากมีรัฐบาลเลือกตั้งและจะผลักดันให้เกิดขึ้นอีก

ขณะที่เรื่องการปราบคอร์รัปชัน พรรคจะลดโอกาสคอร์รัปชัน โดยหัวหน้าพรรคขอเป็นผู้ที่ตีราคา เพื่อควบคุมการใช้เงินของรัฐ บาล รวมถึงจะเอื้อสิทธิประโยชน์ทั่วประเทศ พรรคเชื่อกลุ่มทุนลดอำนาจรัฐ ทลายทุกข้อจำกัด แก้ปัญหาปากท้อง ทั้งนี้พรรคมีนโยบายที่ต้องการลดปัญหาเรื่องการจราจร โดยให้หยุดงานทำงานอยู่บ้าน 1 วัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเช่าสำนักงานใหญ่ๆ ถ้าธุรกิจสตาร์ทอัพ ถ้าเราสามารถสนับสนุนพวกเขาเหล่านั้นได้ ประชาชนก็จะมีค่าใช้จ่ายอย่างเดียวคือเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว เพราะจะประหยัดในเรื่องการเดินทาง

ปิดท้ายด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ไทยต้องยอมรับแนวทางพัฒนาอุตสาห กรรม การที่นำนักลงทุนต่างชาติเข้ามาจริงที่ทำให้เติบโตทางจีดีพี และหวังให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งทางพรรคคิดว่าไทยต้องขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่ไม่มีซัพพลายเชน อนาคตใหม่ ของการเดินทางเร็วกว่า และถูกกว่ารถไฟฟ้าความเร็วสูง ในปี 2030 จะสามารถเปิดเส้นทางเทคโนโลยีการเดินทางรูปแบบใหม่ (ไฮเปอร์ลูป) เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ซึ่งไฮเปอร์ลูปเป็นเดินทางด้วยท่อแคปซูล มีราคาที่ถูกกว่า ตั้งเป้าใน 10 ปี และหากสร้างขึ้นได้จริงจะสามารถสร้างมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท

"พรรคมองว่าอุตสาหกรรม มองถึงการออกแบบด้วย อาทิ สายไฟ หรือสายต่อพ่วงการออกแบบ คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ เราต้องสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัว แม้แต่การค้าปลีก ส่วนในมุมของรัฐบาลต้องผลักดันให้ไปสู่โกลบอล มาร์เก็ตติ้ง โดยการผลักดันของภาครัฐ ถ้าเราไม่ปรับตัวด้วยนวัตกรรม ไทยก็ไม่สามารถอยู่ได้" นายพิจารณ์กล่าว

นี่เป็นเพียงนโยบายไม่กี่พรรคที่เข้าร่วมการแข่งขันเข้ามาเป็นรัฐบาลชุดใหม่ และเป็นเพียงด้านเดียวที่ออกมาประกาศให้กับประชาชนได้รับรู้ ซึ่งตอนนี้เป็นโค้งสุดท้ายจริงๆ ที่แต่ละพรรคจะออกมาหาเสียงเพื่อดึงดูดขอคะแนนเสียงสนับสนุน และประชาชนที่มีสิทธิ์เองหากต้องการคนที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศจริงๆ ไม่ใช่แค่ลมปาก อยากให้ศึกษาแนวทางการดำเนินงานของแต่ละพรรค และรวมถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งไม่ใช่จะฟังนโยบายเรื่องอุตสาหกรรมเพียงด้านเดียวด้วย ต้องดูอย่างครอบคลุม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง