ข่าวอินโฟเควสท์
06:59 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดลบ 11.44 จุด หุ้นกลุ่มเหมืองแร่,แบงก์ร่วงกดดันตลาด   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 เม.ย.) โดยถูกกดดันจากการร่…
06:56 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับผลประกอบการแกร่ง,แรงซื้อคืนก่อนวันหยุดอีสเตอร์   ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 เม.ย.) โดย…
06:53 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 110 จุด ขานรับข้อมูลศก.สหรัฐ,ผลประกอบการแข็งแกร่ง   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 เม.…
06:04 (REPEAT) สหรัฐเผยยอดค้าปลีกพุ่งสูงสุดรอบ 1 ปีครึ่งในเดือนมี.ค.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการ…
01:21 ประธานเฟดดัลลัสเผยเชื่อมั่นมากขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้   นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เขามี…

คอลัมน์: อาทิตย์เอกเขนก: 'เมียนมา'เมืองแห่งธรรมะ

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 00:00:42 น.

ถ้าจะกล่าวถึงประเทศ เมียนมา หรือที่เราเรียกกันจนติดปากกันว่า "พม่า" หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของไทย เป็นประเทศที่มีอารยธรรมที่ยาวนานไม่แพ้ชาติใดในโลก และเป็นประเทศที่เหล่าผู้ที่ชื่นชอบการแสวงบุญ ชอบทำบุญ เป็นอีกหนึ่งประเทศเลยที่ไม่ควรพลาดเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับ บมจ.ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ เดินทางไปทำบุญกันถึงประเทศเมียนมา

โดยการเดินทางในครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้เดินทางมายังประเทศเมียนมา ซึ่งจากการที่ได้ฟังหลายต่อหลายคนที่ได้เดินทางมา จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สักครั้งหนึ่งควรจะเดินทางไปทำบุญ และมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย สำหรับการเดินทางครั้งนี้บอกได้เลยว่าคือทริปแสวงบุญโดยแท้ ซึ่งถ้าไม่มีความตั้งใจจริงก็อาจทำให้เกิดอาการท้อได้

ซึ่งสถานที่แรกที่เดินทางในครั้งนี้เราจะเหินฟ้าไปลงที่ สนามบินนานาชาติ เม็งกะลาดง เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียน มา ซึ่งเวลาจะช้ากว่าประเทศไทยประมาณครึ่งชั่วโมง โดยเมืองแรกที่ได้เดินทางไปคือ เมืองหงสาวดี อยู่ห่างจากเมืองหลวงอย่าง ย่างกุ้ง ประมาณ 80 กิโลเมตร ในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่และมีอายุมากกว่า 400 ปี

จุดแรกที่เริ่มต้นของทริปแสวงบุญในครั้งนี้ ทีมคณะได้เริ่มกันที่การแวะชม เจดีย์ชเวมอเตอร์ หรือพระธาตุมุเตา (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมียนมา) เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองหงสาวดีเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นการยืนยันถึงความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของกรุงหงสาวดีมาช้านาน ต่อจากนั้นเดินทางต่อเนื่องกันโดยการร่วมทำบุญตักบาตรพระร่วม 500 รูป ณ วัดไจ้คะวาย ซึ่งเป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรม คล้ายกับวิทยาลัยสงฆ์ในบ้านเรา แต่ทั้งนี้พระที่มาเรียนจะต้องอยู่ประจำที่เหมือนโรงเรียนกินนอนในสมัยก่อน จึงเป็นวัดเดียวที่ได้พบพระสงฆ์จำนวนมาก

หลังจากที่ได้แวะนมัสการพระธาตุร่วมกัน ถวายเพลพระสงฆ์แล้ว เดินทางต่อไปยัง พระราชวังบุเรงนอง และบัลลังก์ผึ้ง ซึ่งได้เริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อช่วงปี 2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นพระราชวังของพระเจ้าหงสาวดี หรือบุเรงนอง ปัจจุบันการขุดค้นยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็พอจะมองเห็นได้ว่าบริเวณของพระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่ ภายในพระราชวังยังได้ไหว้พระรูปของพระนางสุพรรณกัลยาอีกด้วย

เดินทางกันต่อเนื่องสู่ คิมปุน แคมป์ (เชิงเขาไจ้โท) ระหว่างทางผ่านแม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกพม่าไล่ตาม สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนดาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง โดยพระแสงปืนที่ทรงใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้ปรากฏนามต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสงอัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภคที่ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้

สำหรับทริปในเมียนมาวันแรกจบกันที่สถานที่ที่ทุกคนอยากเดินทางมาถึงกันสักครั้ง นั่นก็คือ "พระธาตุอินทร์แขวน" หนึ่งในศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของเมียนมา โดยการเดินทางจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อท้องถิ่น เพื่อขึ้นไปบนภูเขาไจ้ทิโย บนพระธาตุอินทร์แขวนมีทัศนียภาพที่สวยงามและมีอากาศที่ค่อนข้างเย็น แต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญไม่น้อยเลยที่เดินทางมาปักหลักสวดมนต์ ไหว้พระธาตุกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับพระธาตุอินทร์แขวน หรือก้อนหินทอง เป็นเจดีย์ขนาดตั้งอยู่บนก้อนหินศิลาใหญ่ปิดทอง ที่วางหมิ่นเหม่อยู่บนหน้าผา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะพบแต่ความสุข ความเจริญ และเมื่อขอสิ่งใดจะได้สมดั่งปรารถนา

มาต่อกันในวันที่สอง เดินทางกลับสู่เมือง บะโค หรือเมืองหงสาวดี เดินทางมากราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียง หรือพระนอนยิ้มหวาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปนอนที่สวยงามในแบบของมอญ สร้างขึ้นในปี 2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวเมียน มาทั่วประเทศ หลังจากนั้นเดินทางมานมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เป็นมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองเมียนมาที่มีอายุกว่า 2,500 ปี เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ 8 เส้น องค์พระเจดีย์สร้างด้วยทองคำหนัก 2 ตัน ประดับด้วยเพชร 5,548 เม็ด โดยพระมหาเจดีย์แห่งนี้มีนักท่องเที่ยวนักแสวงบุญเดินทางมานมัสการทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

และในวันสุดท้ายเดินทางแวะนมัสการยังเจดีย์โบตาทาวน์ พร้อมกับการนมัสการพระพุทธรูปทองคำ และปิดทริปแสวงบุญครั้งนี้ไม่ควรพลาดกับการเข้ากราบไหว้ขอพร"เทพทันใจ" หรือนัตโบจึ เป็นเทพที่ชาวมอญ เมียนมา   และแม้กระทั่งชาว ไทย นิยมมากราบ   ไว้เพื่อขอพร ซึ่งเชื่อว่าถ้าได้อธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมความปรารถนาทุกประการ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง