กรมหม่อนไหม ร่วมคืนคนดีสู่สังคม สร้างอาชีพแก่ผู้ต้องขัง พัฒนา "เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ" สู่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.ตราด

ข่าวบันเทิง 29 มีนาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามความร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัดฝึกอบรมอาชีพด้านหม่อนไหมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศเน้นทักษะความรู้ด้านการปลูกหม่อน การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม พื่อสร้างอาชีพและรายได้เลี้ยงตนเองหลังพ้นโทษนำร่อง "เรือจำชั่วคราวเขาระกำ" อ.เขาสมิง จ.ตราด เป็นเรือนจำต้นแบบ
นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม ได้ร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ คืนคนดีสู่สังคม โดยจัดอบรมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ผู้ต้องขังก่อนการปลดปล่อย เพื่อมีความรู้ติดตัวไปสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สำหรับเรือนจำที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ กรมหม่อนไหมจะเข้าไปส่งเสริมความรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ปลูกหม่อนผลสด สาวเส้นไหม ฟอกย้อมสีเส้นไหม ทอผ้าไหม และแปรรูปผลิตภัณฑ์ หลายอย่าง อาทิ ชาหม่อน แปรรูปหม่อนผล ผลิตรังไหมสดเพื่อจำหน่าย ฯลฯ ส่วนเรือนจำที่มีพื้นที่จำกัดและไม่มีพื้นที่ปลูกหม่อน จะส่งเสริมความรู้ด้านการฟอกย้อมสีเส้นไหม การทอผ้าพื้นและผ้าไหม การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม เป็นต้น
เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ” อ.เขาสมิง จ.ตราด เป็นหนึ่งในเรือนจำต้นแบบที่กรมหม่อนไหมได้ดำเนินงานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ภายใต้โครงการกำลังใจ ในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา น้อมนำศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในเรือนจำ เพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้ต้องขังให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียงเมื่อพ้นโทษ
เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ มีพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ แบ่งการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามศาสตร์พระราชา มีน้ำใช้ตลอดปี มีสวนป่า ปลูกพืชผสมผสาน ปลูกไม้ผล มีบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงสัตว์นานาชนิด เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพให้กับประชาชนทั่วไป ทำให้เรือนจำชั่วคราวเขาระกำได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดเรือนจำดีเด่น ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทุกวันนี้ เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ พัฒนาจาก “คุก” กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ จ.ตราด ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านเศรษฐกิจพอเพียง
“นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จะได้เรียนรู้งานด้านหม่อนไหมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการปลูกหม่อนผลสดในระบบอินทรีย์ รวมทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม อาทิ สบู่โปรตีนไหม ครีมอาบน้ำ แชมพู คุกกี้โปรตีนไหม สมูตตี้หม่อนผลสด ท้อฟฟี่โปรตีนไหม โอ่งใส่ทิชชู่ผ้าไหม เป็นต้น จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่ดังกล่าวและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหม่อนไหมเป็นของขวัญของฝากติดมือกลับบ้าน เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ต้องขัง ” อธิบดีกรมหม่อนไหมกล่าว
ด้านนางชุติกาญจน์ รัชตะปิติ ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ นครราชสีมา เปิดเผยว่า “เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ” อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ จังหวัดนครราชสีมา กรมหม่อนไหมได้ทำข้อตกลง MOU กับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม ช่วยให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพจิตดีขึ้น ลดความเครียดระหว่างต้องโทษ และมีอาชีพติดตัวไปหลังพ้นโทษ โดยอบรมความรู้เรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม รวมทั้งสนับสนุนต้นหม่อนผลสด พันธุ์เชียงใหม่ให้อดีตผู้ต้องขังนำไปปลูก รวมทั้งสนับสนุนด้านการตลาด โดยนำสินค้าไปจำหน่ายในงานแสดงสินค้าต่างๆ และยังได้นำจำหน่ายในงานอุ่นไอรักที่ผ่านมาด้วย
นางชุติกาญจน์ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังที่พ้นโทษและประสบความสำเร็จในการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประกอบอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงตนเอง เช่น ในรายของ นายธาดา ทริดสังข์ ผู้พ้นโทษจากเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จ.ตราด ซึ่งได้นำความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมมาประกอบอาชีพ ผลิตน้ำหม่อน แยมหม่อนจำหน่ายในตลาดนัด และเปิด “เพจบ้านน้ำหม่อน” เป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวอีกด้วยส่วนผู้ต้องขังในบ้านดินหม่อนไหม ซึ่งเป็นผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหม โดยใช้ตราการค้า “น้ำหม่อนจากเขาระกำ” จะได้รับส่วนแบ่งจากการขายสินค้า โดยสินค้าขายดีที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วไป ได้แก่ หม่อนผลสด เครื่องดื่มสมูทตี้ น้ำหม่อนแปรรูป และสินค้าแปรรูปอื่นๆ อีกมากมาย
“นักโทษชั้นดี ที่เข้าร่วมกิจกรรมบ้านดินหม่อนไหม กับกรมหม่อนไหม จะมีความสุขกับการทำงานในร่ม เกิดความผ่อนคลาย ไม่เครียด พวกเขามีใจรักในงานบริการ หลังเปิดที่นี่เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พวกเขามีโอกาสเจอนักท่องเที่ยวทุกวัน ได้ขายสินค้าผลงานของพวกเขา โดยเฉพาะสมูทตี้มัลเบอรี่ ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีมาก เก็บหม่อนผลสดมาปั่นสดๆ ทุกวัน ทำให้พวกเขามีขวัญกำลังใจในการทำงานอย่างมีความสุข” นางชุติกาญจน์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ