คอลัมน์: เกษมราษฎร์: สังคมตั้งคำถาม โซเชียลประณามวิกฤติศรัทธา กกต.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 00:00:50 น.

นับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน ต้องเผชิญกับภารกิจใหญ่ บนความคาดหวังคนในสังคม จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป 24 มีนาคม และนับจากเลือกตั้งเสร็จสิ้น กรรมการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ยังต้องรับแรงกดดัน ภาวะตึงเครียด

การเลือกตั้งที่ว่างเว้นมานาน 8 ปี คนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตื่นตัวอย่างมาก คนมาใช้สิทธิออกเสียงจำนวนมาก เช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเป็นครั้งแรกที่พร้อมใจกันออกมาจำนวนมากเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมือง ของผู้คน พร้อมใจกันไปใช้สิทธิ เลือกพรรคการเมืองที่คาดหวังว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาการเมือง สังคม เศรษฐกิจ

เมื่อผลการเลือกตั้ง ผลการนับคะแนน การจัดการเลือกตั้ง วิธีคิดคำนวณตัวเลข ส.ส.บัญชีรายชื่อ และการชี้แจงเรื่องบัตรเลือกตั้ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ว่ากันด้วยเรื่องตัวเลข ที่ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

พรรคการเมือง นักการเมือง นักวิชาการ นักศึกษา ผู้คนในโลกออนไลน์ ออกมาโจมตีไม่เว้นแต่ละวัน ประเด็นที่ กกต.ตกเป็นผู้ต้องสงสัยมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ยอมเปิดเผยผลนับคะแนนรายหน่วย ผลการนับคะแนนที่กว่าจะประกาศผลพอเห็นได้ชัด ต้องใช้เวลานานถึง 4 วัน นับจากเลือกตั้งเสร็จสิ้น ประเด็นการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จนวันนี้ยังไม่มีคำตอบ ตกลง กกต.ใช้สูตรอะไรคิดคำนวณ เหตุใดบัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์ถึงนำกลับมานับคะแนนไม่ทัน ไปจนถึงประเด็น ระบบคอมพิวเตอร์คำนวณ ประมวลผลอย่าง rapid report เพียงแค่เริ่มต้นนับคะแนนไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ระบบก็ล่ม

ยังไม่นับรวมคำพูดที่ทำให้สังคมชวนสงสัยที่ไประบายในโลกออนไลน์ เป็นประเด็นร้อนๆ ถาโถมเข้าใส่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ลุกลาม นำมาสู่การล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้ง ที่ในวันนี้ตัวเลขไปไกลเกือบหนึ่งล้านคน และยิ่งดูแนวร่วม ขบวนการน่าตกใจ เพราะหัวหอกหลัก เกิดจากกลุ่มนักศึกษาหลายสถาบัน ไม่ได้มาจากฝ่ายการเมือง นักการเมือง

นับจากเกิดประเด็นที่สังคมเคลือบแคลง กกต.ทั้ง 7 คน  อยู่ในภาวะเก็บตัว สงวนท่าที สงวนความเห็น มีเพียงเจ้าหน้าที่ ไม่กี่คนที่ออกมาให้ความเห็น เลยมีเสียงร่ำลือตามมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ค่อยอยากให้ความเห็น เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป ล้วนไม่เป็นผลดีต่อผู้ให้ข่าว และตัวองค์กรเลย

ภาวะองค์กรกรรมการเลือกตั้ง อยู่ในภาวะเผชิญความเสี่ยงอย่างยิ่งยวด ไม่ต่างจาก กกต.ยุคที่มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน กกต. นายวีระชัย แนวบุญเนียร นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ เป็นกรรมการเลือกตั้ง ในเวลาต่อมา 3 จาก 4 ที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ต้องเผชิญข้อหาอันหนักหน่วงทางกฎหมาย และถูกพิพากษาจำคุกในที่สุด

เรื่องที่นักการเมืองพรรคการเมืองบางฝ่ายยังข้องใจ คือสูตรคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะจะเห็นได้ว่าการใช้สูตรคิดคำนวณของพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ถอดรหัสสูตรคำนวณ แทบจะไม่แตกต่างกัน ขณะที่ กกต.กลับคิดไปอีกแบบ เลยกลายเป็นข้อพิพาทกันตามหน้าสื่อ

'ประพันธ์ นัยโกวิท' อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และอดีตกรรมการ กกต. พูดเอาไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า

อำนาจในการคิดคำนวณ ส.ส. เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 วรรคท้าย ให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด และหลักคิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้ทุกคะแนนที่ประชาชนออกเสียงมีความหมายไม่ถูกทิ้งเสียเปล่า เพื่อเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่ประชาชนคิด วิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดก็ไม่ได้เพิ่งมาคิดในขณะนี้ มีการเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้ว เสนอมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปที่คณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งในชั้นของกรรมาธิการยกร่างฯ กฎหมายลูก ก็ได้มีการนำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณาและยกร่างเป็นกฎหมาย ดังนั้นตารางการคิดคำนวณ ส.ส.มีอยู่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ สามารถขอได้

....ในการยกร่างฯ มีสูตรและวิธีการคำนวณอยู่ก่อนแล้ว   และมีสูตรเดียว เป็นสูตรการคำนวณที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และมีสูตรเดียว

ในส่วนของพรรคการเมือง ขั้วอำนาจเก่า อย่างพรรคเพื่อไทย ยังคงสงสัยทั้งประเด็นการใช้สูตรคำนวณ และเรียกร้องให้เปิดเผยคะแนนในรายหน่วย โดยภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาตามจี้ในเรื่องนี้อีกครั้ง

"ขณะนี้ประเด็นยังอยู่ที่ กกต. ทั้งข้อมูลดิบที่ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน และเรื่องของวิธีการคำนวณ ซึ่งจริงๆ ต้องควรมีวิธีการคำนวณที่ชัดเจนแล้ว และพรรคเพื่อไทยก็ได้แสดงความคิดเห็นไปแล้ว โดยอิงหลักการข้อกฎหมาย อิงรัฐธรรมนูญ 91 (4) และอิงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (5) ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณ ซึ่งขณะนี้มีหลายส่วนออกมาคำนวณ แต่ กกต.เองในการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็ควรชัดเจนตั้งแต่ต้น ว่าเมื่อมาเลือกตั้ง จะมีขั้นตอน วิธีการต่างๆ อย่างไร ไม่ใช่ว่ายังไม่ทราบวิธีการ และไปถามผู้รู้ ตรงนั้น ตรงนี้ ก็จะเป็นปัญหา"

แม้กรรมการเลือกตั้งชุดนี้ทั้ง 7 คน จะเป็นมือใหม่ มาในภาวะสังคม คาดหวัง อยากเห็นการเลือกตั้ง บริสุทธิ์ ยุติธรรม เจ้าหน้าที่เป็นกลาง ทุกขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไร้ข้อกังขา ซึ่งหากนำการจัดการเลือกตั้งของกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อปี 2554 มาเทียบกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในชุดปี 2562 ที่หลายสิ่งหลายอย่างต่างกันราวฟ้ากับดิน

สังคมวิพากษ์วิจารณ์ โลกโซเชียลประณามซ้ำ กกต.เผชิญวิกฤติศรัทธาที่นับวันจะลุกลามไปไกล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง