ข่าวอินโฟเควสท์
13:29 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดบวก 128.99 จุด ขานรับเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์…
13:11 ราคาทองฟิวเจอร์พุ่ง 37.40 ดอลล์วันนี้ หลังเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย   ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ม…
13:07 (เพิ่มเติม)ราคาทองคำแท่งวันนี้บาทละ 20,200.00 บาท   ของสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 13:03 น. ซื้อ (บาท) ขาย (บาท) ทองคำแท่ง 20,100.00 20,200.00 ทอง…
12:43 "สมคิด" มอบนโยบายก.อุตฯ ปรับบทบาทเน้นอุตสาหกรรมเกษตร-เศรษฐกิจดิจิทัล-สตาร์ทอัพ   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้กระทรวงอุต…
12:36 BIG LOT: รายการซื้อขายบิ๊กล็อตตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (By Time)   หลักทรัพย์ จำนวนหุ้น มูลค่า ราคาเฉลี่ย เวลา (พันบาท) (บาท) AOT 50,000 3,398.00 67.…

ซีอีโออาเซียนเชื่อมั่นเศรษฐกิจในภูมิภาค

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 8 เมษายน 2562 00:00:05 น.

การสำรวจซีอีโอภูมิภาคอาเซียนประจำปี 2562 ในรายงานเครื่องชี้วัดธุรกิจ (Business Barometer : Asean CEO Survey) ของอ๊อกฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป (โอบีจี) ระบุว่าผู้บริหารระดับสูงทั่วทั้งภูมิภาคส่วนใหญ่ยังเห็นแนวโน้มที่ดีของเศรษฐกิจ แม้ว่าช่องว่างด้านทักษะแรงงานจะเป็นอุปสรรคสำหรับบางประเทศในการบรรลุศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ในส่วนหนึ่งของการสำรวจด้านเศรษฐกิจ องค์กรด้านการวิจัยและให้คำปรึกษาระดับโลกแห่งนี้ได้สอบถามแบบตัวต่อตัว และใช้ชุดคำถามที่หลากหลายกับผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 400 คนจากหลากหลายภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา เพื่อประเมินความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ทั้งนี้ผลการสำรวจฉบับเต็มได้รับการเผยแพร่แล้วผ่านทางบล็อกบรรณาธิการของโอบีจี

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้ง 4 ประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยร้อยละ 75 ของผู้ที่ได้รับการสอบถามระบุว่าบริษัทของเขามีแนวโน้มมากถึงมากที่สุดที่จะลงทุนเพิ่มขึ้นมากในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ผู้บริหารธุรกิจระดับสูงจากของประเทศไทยมีแสดงความเชื่อมั่นสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 81 ในขณะผู้บริหารธุรกิจจากอินโดนีเซียมีความเชื่อมั่นต่ำที่สุด คิดเป็นร้อยละ 72

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจเกี่ยวกับประเด็นสำคัญภายในประเทศ เช่น ความสามารถในการแข่งขันด้านภาษียังมีทิศทางหลากหลาย กล่าวคือร้อยละ 38 ของซีอีโอที่ให้สัมภาษณ์กับโอบีจีระบุว่า ระบบภาษีในประเทศมีความสามารถในการแข่งขันหรือมีความสามารถแข่งขันสูง ในขณะที่ร้อยละ 45 ระบุว่าระบบภาษีในประเทศขาดความสามารถแข่งขัน ส่วนผู้บริหารในประเทศฟิลิปปินส์ไม่พึงพอใจมากที่สุดกับความสามารถในการแข่งขันด้านภาษี โดยน้อยกว่าหนึ่งในสี่ หรือเพียงร้อยละ 23 ของผู้ตอบแบบสอบถามในมะนิลามีทัศนะเชิงบวกต่อระบบภาษีในประเทศ

การเข้าถึงสินเชื่อเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับคำตอบที่หลากหลาย โดยร้อยละ 39 ของผู้บริหารทั้ง 4 ประเทศ ผู้ให้สัมภาษณ์ว่าสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายถึงง่ายมาก แต่ทว่าร้อยละ 46 กลับให้คำตอบที่ตรงกันข้าม ในส่วนของผู้นำทางธุรกิจในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่มองประเด็นนี้ในเชิงบวก และร้อยละ 81 ของผู้บริหารธุรกิจในเมียนมามองว่าการเข้าถึงสินเชื่อในประเทศเป็นไปได้ยาก หรือยากมาก

เนื่องจากเศรษฐกิจอาเซียนหลายแห่งมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูงเพื่อขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ช่องว่างด้านทักษะแรงงานจึงเป็นประเด็นที่ซีอีโอในภูมิภาคให้ความสำคัญเป็นหลัก ผู้บริหารได้กล่าวถึงทักษะหลากหลายที่ตลาดต้องการแรงงานมีความต้องการสูง นำโดยความเป็นผู้นำ (ร้อยละ 33) วิศวกรรม (ร้อยละ 18) และการวิจัยและพัฒนา (ร้อยละ 14)

ไม่น่าแปลกใจที่การชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศจีนคือปัจจัยภายนอกที่ผู้นำทางธุรกิจมีความกังวลมากที่สุด การสำรวจพบว่าร้อยละ 28 กล่าวว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นความเสี่ยงระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ตามด้วยการกีดกันทางการค้า (ร้อยละ 26) และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น (ร้อยละ 20)

นายแพทริก คุก บรรณาธิการประจำภูมิภาคเอเชียของโอบีจี แสดงความคิดเห็นผ่านบล็อกของเขาว่า แม้ว่าจีนจะมีอิทธิพลสำคัญต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ อาเซียนก็ยังสามารถคงความแข็งแกร่งท่ามกลางแรงกดดันภายนอกต่อเศรษฐกิจได้

"การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และการเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างกันในกลุ่มเศรษฐกิจที่มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน สามารถป้องกันผลกระทบจากความยุ่งเหยิงในเศรษฐกิจโลก อีกทั้งการสร้างตลาดที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับการพัฒนานวัตกรรมในเชิงธุรกิจซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาคอขวดของการพัฒนาได้" นายคุกกล่าว

นายคุกกล่าวเพิ่มเติมว่า คำตอบที่หลากหลายเกี่ยวกับบรรยากาศทางธุรกิจภายในของทั้ง 4 ประเทศ แสดงถึงความแตกต่างอย่างสำคัญในด้านกรอบการกำกับดูแลภายในประเทศ แม้ว่าจะมีความพยายามสร้างความเข้มแข็งให้การรวมกลุ่ม และให้สอดคล้องกับแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2568 ก็ตาม และเขายังตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาการขาดทักษะที่หลากหลายของแรงงานในประเทศสมาชิกอาจกีดกั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจในอนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไข

"แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะยังคงเป็นความท้าทาย แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศที่ทำการสำรวจยังเป็นไปในเชิงบวก" นายคุกกล่าว "ผลการสำรวจโดยรวมที่เป็นบวกนี้บ่งชี้ว่าการผสานของพลังของผู้บริโภค ความคล่องด้านดิจิทัล และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในอาเซียนจะเป็นหลักประกันสำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นได้"

สำหรับการประเมินผลการสำรวจเชิงลึกของคุกสามารถอ่านได้จากบล็อกบรรณาธิการของโอบีจี (OBG's Editor's Blog) ที่ชื่อว่า 'Next Frontier' ซึ่งเป็นช่องทางที่บรรณาธิการบริหารระดับภูมิภาคของโอบีจีทั้ง 4 ประเทศใช้ในการเผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดของภาคธุรกิจต่างๆ ในตลาดกว่า 30 แห่งที่มีการเติบโตสูง และที่การวิจัยของบริษัทครอบคลุม

การสำรวจซีอีโอภูมิภาคอาเซียนประจำปี 2562 ในรายงานเครื่องชี้วัดธุรกิจของโอบีจีอาศัยเครื่องมือวิจัยที่ครอบคลุมของทางกลุ่มบริษัท ทั้งนี้ผลการสำรวจในอาเซียนฉบับเต็มจะได้รับการเผยแพร่ทางออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์ และโอบีจียังกำลังทำการสำรวจในลักษณะเดียวกันในตลาดอื่นๆ ที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง