ข่าวอินโฟเควสท์
16:20 ประธานเรโนลต์เผยให้ความสำคัญสูงสุดกับการปรับความสัมพันธ์กับนิสสัน   นายฌอง โดมินิก เซนารด์ ประธานบริษัท เรโนลต์ เอสเอ ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติฝรั่…
16:12 ปธน.อิรักประกาศไม่ยอมให้สหรัฐใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อโจมตีอิหร่าน   ประธานาธิบดีอิรักประกาศจะไม่ยอมให้สหรัฐเข้ามาใช้ฐานทัพในอิรัก เพื่อโจมตีประเท…
16:09 ราคาขายมันสำปะหลังในประเทศ ประจำวันที่ 26 มิ.ย. 2562   ชนิด ราคา (บาท) มันสำปะหลัง แป้ง 25%/กก. 2.10 2.30 มันเส้น/100 กก. ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเข…
15:59 Asia Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2562   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ เนื่องจากกระแสคาดการณ์เกี่…
15:47 นายกฯออสซี่เผยจีนควรปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อยุติสงครามการค้ากับสหรัฐ   นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ว่า จีนควรปฏิรูปเศร…

คอลัมน์: กระจกไร้เงา: การเมืองกับเศรษฐกิจ

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 9 เมษายน 2562 00:00:48 น.
ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

แม้จะผ่านการเลือกตั้งไปกว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่สถานการณ์การเมืองยังคุกรุ่น คลุมเครือ ยังไม่แน่ชัดว่าใครจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งความไม่แน่นอนเหล่านี้ ส่งผลกระทบทางด้านจิตวิทยาต่อนักลงทุนอย่างมาก

อย่างที่ทราบกันดี สิ่งที่ภาคเอกชนพูดเป็นเสียงเดียวกัน คือ ใครเป็นรัฐบาลก็ได้ แต่ขอให้การเมืองนิ่งมีเสถียรภาพ และเดินหน้านโยบายที่ทำเอาไว้ ให้ลุยไปข้างหน้าต่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความคาดหวังของเอกชน

แต่สุดท้ายการที่ผลการเลือกตั้งที่ออกมามีความก้ำกึ่งสูสี และชวนให้มีความขัดแย้งในสังคม ก็เริ่มสร้างความหวั่นใจให้กับบรรดานักลงทุนไม่ใช่น้อย

ล่าสุด นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ก็ให้สัมภาษณ์เป็นนัยๆ ว่า เริ่มมีความกังวลสำหรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มชะลอตัวลง จากเรื่องความไม่ชัดเจนในทางการเมือง

"เท่าที่ได้มีการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่เริ่มมีการชะลอการลงทุนไว้ประมาณ 1-2 เดือน เพื่อ รอดูความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลมีความยืดเยื้อออกไปอีกจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากน้อยแค่ไหน" นายอภิศักดิ์กล่าว

ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร แต่หากเรื่องการ เมืองยังไม่ได้ข้อยุติในเร็วๆ วัน การชะลอการลงทุนของ ต่างชาติย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไม่ต้องสง สัย ซึ่งตอนนี้ในมุมมองของนักธุรกิจก็ยังมองประเทศ ไทยอยู่ในกลุ่มที่น่าลงทุน ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจซีอีโอภูมิภาคอาเซียนประจำปี 2562 ในรายงานเครื่องชี้วัดธุรกิจ (Business Barometer : Asean CEO Survey) ของ อ๊อกฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป (โอบีจี) ระบุชัดเจนว่า นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกิจในไทยสูงสุด จากเต็มร้อยได้ถึง 81% และกว่า  75% ของนักธุรกิจที่ตอบแบบสอบถาม ก็ยืนยันว่าบริษัทของเขามีแนวโน้มมากถึงมากที่สุดที่จะลงทุนเพิ่มขึ้นมากในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

จะบอกว่าความเชื่อมั่นแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาง่ายๆ เพราะมันใช้เวลาสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ไทยเองก็ล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาการเมืองมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอีก

เข้าใจว่าสิ่งที่เอกชนห่วงมากที่สุดในเวลานี้ ก็คือหวั่นการเกิด dead lock หรือภาวะที่ไม่สามารถอนุมัติอะไรได้ เนื่องจากเสียงสองฝั่งมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งเคสแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในต่างประเทศ ซึ่งมีผลกระ ทบต่อการบริหารงานของรัฐบาล เพราะผลักดันกฎหมายไม่ผ่าน ซึ่งแน่นอน โอกาสแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ หากการ เมืองแต่ละฝ่ายไม่ยอมลดลาวาศอกกัน

ถึงเวลานี้อยากให้ทุกฝ่ายการเมืองมองผลประ โยชน์ของประเทศชาติ และความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก เพราะว่าที่ ส.ส.และนักการเมืองทุกคนย่อมมีฐานมาจากประชาชน ฉะนั้นอะไรที่ส่อเค้าว่าจะทำให้ประเทศเกิดความเสียหายก็ไม่ควรทำ และที่สำคัญต้องเคารพในกติกาอย่างเคร่งครัดด้วย

แม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่า การเมืองจะฝ่าทาง ตันกันอย่างไร แต่ดูเหมือนรัฐบาลปัจจุบันก็พอจะรู้และ คาดการณ์สถานการณ์ดังกล่าวไว้บ้างแล้ว จึงได้มีความ พยายามในการเตรียมความพร้อมและผลักดันการลง ทุน โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้เดินหน้าได้ ตามแผน เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทดแทนการลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอตัว ลง เพื่อให้เศรษฐกิจยังคงเติบโตต่อไปได้อย่างมีเสถียร ภาพและสมดุล

อย่างที่ทราบกันดี หากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปรับตัวลดลง มันก็จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณมหาศาลเข้าไปพยุง ซึ่งมันแก้ไขยากกว่าการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จะใช้งบประมาณน้อยกว่า ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง