คอลัมน์ปักธงธรรม: การศึกษา อับปัญญา พาฉิบหายจริงๆ!!

ข่าวทั่วไป 12 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โดย.. พระ อ.อารยวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีสติปัญญา ... สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ สติปัญญา ซึ่งดุจเป็นแก้วสารพัดนึก ปรารถนาสิ่งใด จักสำเร็จได้ด้วย สติปัญญาสติปัญญา จึงเป็นยอดแห่งกุศลธรรม.. เป็นยอดแห่งกรรมฐาน.. เป็นยอดแห่งธรรม เพื่อบรรลุธรรมที่เป็นยอด ได้แก่ อริยสัจธรรม ๔ ประการที่ให้ผลเพื่อ ความดับทุกข์แท้จริงแม้ว่า เส้นทางสายกลาง ที่เรียก มัชฌิมาปฏิปทา จะดำเนินไปตาม มัชเฌนธรรม วิถีอริยมรรค อันมีองค์ธรรมถึง ๘ ประการ แต่เมื่อรวมเป็นหนึ่งก็คือ สติปัญญา ที่มีคุณภาพ สมรรถภาพ ประสิทธิภาพ พัฒนาจิตใจให้ถึงความตั้งมั่นด้วย วิสุทโธ สมาหิโต และ กัมมนิโย เพื่อก่อเกิด สัมมัปปัญญาการมี ปัญญาชอบ ที่เรียก สัมมัปปัญญา จึงเป็นจุดมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อชีวิตอย่างแท้จริง เพราะชีวิตที่มีปัญญาธรรม ย่อมเข้าถึงความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ซึ่งเป็น องค์คุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ตามความหมายธรรมในเชิงลึก..

แสดงว่า การจะเข้าถึงความเป็นพุทธศาสนิกชนได้นั้น จักต้องเป็นผู้มีสติปัญญา เพื่อไม่ทำชั่วทั้งปวง เพื่อทำความดีให้ถึงพร้อม และเพื่อพัฒนาจิตให้บริสุทธิ์ก่อเกิด สัมมัปปัญญา จนรู้แจ้งจริงว่า ธรรมชาตินี้ล้วนแล้วแต่รวมลงเป็นอย่างเดียวกัน คือ

เนตัง มะมะ, เนโสหะมัสมิ, นะ เมโสอัตตาตินั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเราเอวะเมตัง ยะถาภูตัง สัมมัปปัญญายะ ทัฏฐัพพังข้อนี้ เธอทั้งหลาย พึงเห็นตามความเป็นจริงด้วย ปัญญาอันชอบ (สัมมัปปัญญา) อย่างนี้ปัญญาจึงเป็นธรรมโอสถขนานเอกครอบจักรวาลแก้โรคทุกชนิด ที่สำคัญมีอยู่ในทุกจิตใจของสัตว์ ไม่ว่าคนเราหรือหมู หมา กา ไก่ อึ่งอ่าง คางคก นก งู จระเข้ ลิง ช้าง ไดโนเสาร์ หรือมด ปลวก... แต่ที่สัตว์ทั้งหลายเข้าไม่ถึงปัญญา เพราะไปกินยาผิด คือ ก้อนกิเลส ที่มีฤทธิ์เดชคล้ายก้อนปัญญา แต่ให้พิษร้ายนัก และยากจะแก้ไขเมื่อกินก้อนกิเลสเข้าไปแล้ว ยิ่งกว่าคนติดผงขาว ยาบ้า

ความผิดแผกในความคล้ายระหว่างกิเลสกับปัญญา เป็นเรื่องที่สาธุชนต้องรู้จัก เพราะกิเลสกับปัญญามาจาก ฐานพุทธภาวะ อันเดียวกัน เพียงแต่เมื่อกิเลสเข้ามาจับยึดจิต คือ ตัวผู้รู้ ที่ต้องสื่อการรู้ออกไปตามปกติวิสัย จึงให้วิปลาสคลาดเคลื่อนไปตามอำนาจกิเลส เป็นการรู้ไปตามอำนาจความเศร้าหมองและเร่าร้อน ที่คอยปลุกเร้าให้ผู้รู้หรือจิต เข้าไปรู้ตามอำนาจความอยากที่ต้องการตอบสนองกิเลสที่ควบคุมจิตหรือผู้รู้นั้น จึงเป็นการเข้าไปรู้อย่างผิดแผกไปจากความเป็นธรรมชาติในสรรพสิ่งทั้งปวง และจดจำความรู้ที่ไม่ถูกต้อง เรียก สัญญาวิปลาส เพื่อมาใช้เป็นฐานข้อมูลของจิตที่เป็นธาตุรู้ จนจิตหลงทางมึนงงอยู่ในอำนาจความรู้ที่จดจำมาผิดเพี้ยนให้ จิตวิปลาส และสร้างความเห็นที่ผิดเพี้ยน เรียก ทิฏฐิวิปลาส

ลักษณะวิปลาส ๓ ในอาการ ๔ จึงเป็นลักษณะจิตหรือตัวผู้รู้ที่ดำเนินไปตามอำนาจของกิเลส ที่เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน ที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง ดังที่กล่าวว่า มีฤทธิ์อำนาจมากมาย เมื่อสัมปยุตหรือรวมเข้ากับจิตที่เป็นธาตุรู้ .. สามารถสร้างโลกในจินตนาการให้เกิดขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อ แต่เกิดขึ้นได้แล้วจริงๆ... ดังปรากฏการณ์การศึกษาทางโลก ซึ่งเป็นการศึกษาซีกของกิเลสที่ปรุงแต่งให้จิตตัวผู้รู้ที่มีธาตุรู้ตามธรรมชาติ ให้ขับเคลื่อนไปตามวิถีกิเลส (จิตวิถี) เพื่อตอบสนองแรงหรือกำลังของกิเลสที่ปลุกเร้าจิตให้ดำเนินไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาทุกขณะ ไม่มีกลางวันกลางคืน เดือนปี วันพระ วันโกน.. เพราะทุกวันเป็นวันแห่งกิเลส .. เป็นวันแห่งความทะยานอยากเท่านั้น

เมื่อก้อนกิเลสสามารถปลุกเร้าให้จิตหรือตัวผู้รู้ พยายามใช้ศักยภาพของธาตุรู้ไปในทางผิดธรรมชาติ ... อะไรๆ ในธรรมชาติจึงวุ่นวาย ไร้ความสงบ การเคลื่อนไหวตามเหตุปัจจัยจึงรกรุงรังไปด้วยปัจจัยเล็กปัจจัยน้อย เหตุเล็กเหตุน้อย เสริมสร้างกันไป ดุจบ้านคนเราในดงสลัม ที่แยกไม่ออกว่า ฝาบ้านใคร หลังคาของใคร เสา เรือน พื้นบ้าน ของใคร... จึงเกิดความอลเวง อลวน วุ่นวายขึ้นในโลกดังที่เห็น .. จะมากจะน้อย ขึ้นอยู่กับ ศักยภาพอำนาจของก้อนกิเลสที่สำแดงต่อจิตสัตว์นั้นๆ...

ในขณะเดียวกัน ด้วยความรู้แจ้งแทงตลอดในธรรม ... ด้วยรู้ที่สุดในโลกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง ก่อเกิดปัญญาชอบ ที่เรียกว่า พระสัพพัญญุตาญาณ แปลง่ายๆ ว่า... ปัญญาชอบไม่มีประมาณ เพื่อความเข้าใจง่ายๆ ของคนเราในยามนี้ จึงได้เห็นคำสั่งสอนที่เรียกว่า พระธรรมวินัย มุ่งไปสู่ทิศเดียวคือ การสร้าง ปัญญาชอบ ให้เกิดขึ้น เพื่อความรู้แจ้งจริงในธรรม .. คือ ความเป็นธรรมดาของธรรมทั้งหลาย ที่ปรากฏในธรรมชาติ ว่า จักต้องเป็นอย่างนี้ เป็นธรรมดา จักต้องเป็นเช่นนี้ จักไม่เปลี่ยนไปจากความเป็นอย่างนี้

ความเข้าใจความจริงในธรรมชาติ เพื่อนำมาสู่ความเข้าใจในความจริงของชีวิต ด้วยการกำหนดรู้ทุกข์ ... เพื่อดับทุกข์ จึงเป็น อริยสัจธรรม คือ เป็นความจริงอันประเสริฐ มี ๔ ประการ เรียก อริยสัจ ๔ ซึ่งทรงประกาศเป็นหลักธรรมในพุทธศาสนาที่ไม่มีในศาสนา ลัทธิ คำสอนใดๆ โดยประกาศความจริงแท้มีประโยชน์และเหมาะควร ที่เรียกว่า อริยสัจ ๔ ว่านี่แหละ คือ แบบแผนแห่งการศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตของมนุษยชาติ ที่สามารถบรรลุประโยชน์และความสุขทั้งในระดับโลกียะและโลกุตตระได้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาชีวิตในทางโลก ที่มุ่งเน้นการแสวงหาความรู้ ศิลปะวิทยาการ เพื่อการดำรงชีพ... หรือการศึกษา เพื่อพัฒนาชีวิตในทางธรรม ที่มุ่งเน้นการสร้างปัญญาชอบให้เกิดขึ้นในจิตใจ จากความรู้ที่ถูกต้อง ตรงตามหลักธรรมความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ แม้จะมุ่งสู่จุดมุ่งหมายของชีวิตคือประโยชน์และความสุขเหมือนกัน แต่ย่อมให้ค่าที่ต่างกัน .. อันเกิดจากฐานความเข้าใจของจิตใจที่ต่างกันเป็นมูลเหตุ

ในทางโลกจึงเกิดการจัดทำแผนจัดการศึกษา ที่ไม่อ้างอิงธรรม ไม่เคารพธรรม ... จึงไม่ก่อเกิดปัญญาชอบ.. และทำให้เกิดผลพิษจากการศึกษา ที่หวังเพียงสนองตอบกิเลส จนภาวะจิตก่อเกิดความทะยานอยาก เพื่อดิ้นรนแสวงหาให้ได้มาในสิ่งที่จิตประสงค์ อันได้แก่ กามคุณทั้ง ๕ อันเป็นไปตามความชอบของจิตใจ .. ไม่ได้เป็นไปเพื่อความชอบธรรม... จนก่อเกิดความอับปัญญา .. มิจฉาธรรม มิจฉาทิฏฐิ ความวิปลาสแห่งจิต แม้ จิตกิเลส จะมีฐานพุทธภาวะ เช่นเดียวกันกับ จิตปัญญาดังนั้น ในการจัดการศึกษาที่สนองตอบความชอบใจจึงเป็นโทษภัยอย่างยิ่ง ดังปรากฏความก้าวหน้าในวิทยาการทางเทคโนโลยีปัจจุบัน ที่พัฒนาการไปเร็วมาก จนก้าวสู่ความเป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริงในโลก (วัตถุนิยม) ที่สัตว์โลกยอมเป็นทาส... เพื่อสนองตอบกิเลสที่ยึดติดใน วัตถุกาม-เบญจกามคุณ .. จนละทิ้งการศึกษา การพัฒนาสติปัญญา .. เพื่อ ปัญญาชอบ ... ที่สามารถปลดปล่อยจิตใจสัตว์โลกให้เป็นอิสรภาพจากอำนาจของกิเลสได้จริง โดยมีการจัดระเบียบแบบแผนการศึกษาเพื่อชีวิตในวิถีพุทธไว้อย่างชัดเจน ทุกขั้นตอน ที่มุ่งสู่ การสร้างปัญญาชอบวันนี้แห่งความวุ่นวาย ความอลเวง ความชุลมุน .. การแย่งชิง การทำร้ายทำลายกัน การเบียดเบียนกันจึงผุดปรากฏไปทุกหย่อมหญ้า... ธรรมชาติถูกทำลาย ป่าไม้ ภูเขา แม่น้ำลำธาร ถูกทำลาย ...สัตว์ป่าทุกชนิดถูกทำลาย และที่สุด มนุษย์ทำลายกันเอง สาเหตุแท้จริงคือ การจัดการศึกษาเพื่อชีวิตที่ล้มเหลว .. มุ่งสู่ อับปัญญา .. ดังปรากฏ .. จึงมีผลพิษจากการศึกษาเกิดปรากฏมากมายดั่งที่เห็นในปัจจุบัน!!.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ