คอลัมน์: รายงานพิเศษ: เปิดแท็กติก 'นักการเมือง' หลบประเด็นร้อน เลี่ยงสัมภาษณ์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 00:00:26 น.

แม้ทีมงานจะแจ้งว่า "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เกิดอาการท้องเสียจนไม่สามารถมาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 9 เมษายนได้

และทีมในการรดน้ำขอพร "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันพุธที่ 10 เมษายน "บิ๊กป้อม" จะปรากฏตัว พร้อมกับผ้าพันแผลอันแสดงถึงร่องรอยการให้น้ำเกลือ เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าท้องเสียจริง จึงมาประชุม ครม.ไม่ได้

แต่หลายคนยังเชื่อว่านี่เป็นอีกครั้งที่ "บิ๊กป้อม" ป่วยการเมือง เพราะในช่วงเวลาเดียวกัน ลูกน้องคนสนิทอย่าง "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ถูกเด้งฟ้าผ่ามาเป็นข้าราชการพลเรือน โดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง จึงเกี่ยวเนื่องกับการที่พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ไม่มาประชุม เพื่อหลบเลี่ยงการตอบคำถามจากสื่อมวลชนในเรื่องนี้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2558 "บิ๊กป้อม" เคยหายตัวไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยอ้างว่ามีอาการป่วย หกล้มขณะออกกำลังกาย ซึ่งตรงกับช่วงที่มีข่าวว่าจะถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เหลือเพียงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเก้าอี้เดียว

ช่วงนั้นไม่ใช่แค่ "บิ๊กป้อม" ที่หายไป "บิ๊กโจ๊ก" ก็ซาไปเหมือนกัน ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตว่า นายตำรวจชื่อดังไปสร้างความไม่พอใจให้กับใครบางคน จนทำให้ทั้งลูกพี่และลูกน้องมีอนาคตที่ไม่มั่นคง ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติในเวลาต่อมา

อาการท้องเสีย และอาการเจ็บป่วย ทำให้หายหน้าในช่วงที่มีข่าวพัวพันกับตัวเอง จึงถูกมองว่าเป็นมุกหนึ่งของนักการเมืองที่ใช้ในการหลบเลี่ยงไปแล้ว

สำหรับวิธีหลบเลี่ยงประเด็นร้อน ไม่อยากให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัย และไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่นักการเมืองนิยมใช้กันมาตลอด ซึ่งมีอยู่หลายวิธีแล้วแต่แท็กติกของแต่ละคน

ที่นิยมใช้กันมากคือ อ้างว่าเจ็บป่วย จึงไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ นอกจาก "บิ๊กป้อม" ที่กำลังถูกตั้งข้อสังเกต ในอดีต น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ใช้เหตุผลว่า มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ในวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษาในคดีโครงการรับจำนำข้าว แต่ความจริงคือได้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว

เช่นเดียวกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ส่งทนายความมาขอเลื่อนฟังคำพิพากษาในคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดยมีใบรับรองแพทย์ว่านายยงยุทธมีอาการมึนหัว

อีกวิธีที่ใช้กันบ่อยคือ แม้จะไม่ลางาน แต่เวลาไม่ต้องการตอบคำถามหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ แหล่งข่าวบางคนจะหยิบโทรศัพท์มือถือแสร้งทำเป็นติดสายอยู่ ทั้งที่หลายครั้งพบว่าไม่ได้มีการโทรออก-โทรเข้าแต่อย่างใด ซึ่งพบมากในระยะหลังๆ มานี้ และได้ผลเสมอ เพราะผู้สื่อข่าวจะเกรงใจ

การเปลี่ยนรถยนต์ประจำที่ใช้เป็นคันอื่น เพื่อไม่ให้ผู้สื่อข่าวจำได้ ซึ่งการจำเลขทะเบียนรถของบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ถือเป็นสิ่งที่ผู้สื่อข่าวทุกคนพึงทำเพื่อให้ทราบว่า มีบุคคลใดจะมาหรือจะไป เพื่อให้ไปดักสัมภาษณ์ได้ทัน ซึ่งช่วงหลังนักการเมืองที่มีรถยนต์หลายคันจะใช้วิธีเปลี่ยนรถที่ผู้สื่อข่าวไม่คุ้นเคย และจดจำไม่ได้ เพื่อหลบเลี่ยงการถูกดักสัมภาษณ์

การอ้างว่าต้องรีบเข้าประชุม หลายครั้งที่แหล่งข่าวบางคนแสดงกิริยาเร่งรีบ เพื่อไม่ต้องการให้สัมภาษณ์ หรืออ้างว่ามีประชุมข้างนอก แต่หลังจากตรวจสอบแล้วกลับพบว่าไม่มีวาระการประชุมแต่อย่างใด

การมอบหมายให้คนอื่นนั่งประชุมแทน บ่อยครั้งที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมแทนตัวเอง เพื่อหลบหน้าผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่าติดภารกิจอย่างอื่น แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับไม่พบว่า ในวันดังกล่าวบุคคลนั้นมีวาระหรือภารกิจใด

การออกประตูอื่นที่ไม่ใช่ประตูประจำ เป็นการแสดงออกที่ชัดเจนว่า ไม่ประสงค์จะให้สัมภาษณ์หรือเจอหน้าผู้สื่อข่าว นักการเมืองจะนัดแนะให้คนขับรถไปรอที่ประตูอื่นที่ผู้สื่อข่าวรออยู่ ซึ่งในทำเนียบรัฐบาลเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ว่าจะรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือบุคคลที่แอบมาเข้าพบ ไม่ต้องการให้เป็นข่าว จะใช้ประตูด้านหลังหรือประตูหนีไฟหลบเลี่ยง

การเดินทางไปต่างประเทศ แม้จะไม่ค่อยได้เห็น แต่มีบางครั้งที่นักการเมืองเลือกใช้วิธีนี้ โดยเป็นการเดินทางไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน หรือเป็นการลาหยุดนั่นเอง

นี่เป็นบางส่วนของแท็กติกของนักการเมือง และบุคคลสำคัญ ยังมีอีกหลายวิธีอันจะนำมาเสนอในคราวต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง